ข่าว

ม็อบสระบุรีขวางก.อุตฯตรวจสอบบ.ปล่อยมลพิษ

ม็อบสระบุรีขวางก.อุตฯตรวจสอบบ.ปล่อยมลพิษ

12 ต.ค. 2552

"ซีอีโอ"คาใจได้รับผลกระทบแต่ไม่อยากรู้ข้อเท็จจริง ขณะที่ "รมว.อุตฯ" ประกาศเดินหน้าคุ้ยข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน ก่อนรายงานนายกฯทราบ

ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงบริษัทเอกชนปล่อยมลพิษลงแม่น้ำ ทำให้ชาวบ้านที่ ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี ได้รับผลกระทบ  เมื่อวันที่  12 ต.ค. ที่หน้ากระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาประท้วง ไม่ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเรียกร้องให้ปิดศูนย์บริหารและจัดการกากอุตสาหกรรมของบริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) 

 กรณีดังกล่าว นายสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ กรรมการผู้จัดการบริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีนฯ  แสดงความแปลกใจที่ชาวบ้านอ้างว่าได้รับผลกระทบกับการดำเนินการของบริษัทกลับเรียกร้องไม่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก 3 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามมติของคณะกรรมการแห่งชาติที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน  รวมทั้งเรียกร้องให้ปิดศูนย์ฯ โดยจะไม่มีการเจรจาต่อใดๆ ทั้งสิ้น

       "ชาวบ้านบอกว่าเดือดร้อนแสนสาหัส  แต่พอเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับมาขัดขวาง อย่างนี้หมายความว่าอย่างไร " นายสุวัฒน์ กล่าวและว่า

 นายสุวัฒน์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงฯ ที่รายงานถึงนายกฯ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคณะกรรมการคนใดในคณะทำงานที่ รมว.สาธารณสุข แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาลงลายชื่อรับรองความถูกต้องของผลการศึกษาดังกล่าว

 ด้าน นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่าจะเดินหน้าให้ 3 หน่วยงานของ 3 กระทรวงหลักที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 7 วัน และนำผลที่ได้เสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาต่อไป

  ทั้งนี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้มีการประชุมเรื่องข้อเรียกร้องให้ปิดศูนย์บำบัดกากอุตสาหกรรมของ บริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา และมีมติให้ 3 กระทรวงหลักดังกล่าวลงตรวจสอบพื้นที่ศูนย์ฯ ของบริษัทเบตเตอร์ เวิลด์ กรีน ในวันจันทร์ที่  12 ตุ.ค.เนื่องจากไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานใดๆ ชี้ชัดว่าเห็นควรให้ปิดศูนย์ฯ 
   
 กระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่าไม่สามารถปิดศูนย์บำบัดขยะได้อันเนื่องมาจากไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ที่เป็นสาเหตุที่ต้องให้มีการปรับปรุงหรือแก้ไขโรงงาน ตามมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.โรงงาน  ซึ่งตามกฎหมายแล้ว หากโรงงานใดได้รับคำสั่งให้ปรับปรุงหรือแก้ไขแล้วไม่ปฏิบัติหรือละเลย  กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงสามารถออกคำสั่งตามมาตรา 39 คือสั่งปิดโรงงานได้ 

     ส่วน กรมควบคุมมลพิษ ได้ชี้แจงผลการตรวจสอบคุณภาพด้านอากาศและน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานการควบคุมมลพิษ ขณะที่ความเห็นของ คณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงแก้ไขปัญหาสุขภาพผู้ได้รับกระทบจากศูนย์ฯ ของ กระทรวงสาธาณสุข ที่ระบุว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบด้านสุขภาพอนามัยจนนำไปสู่การลงพื้นที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงในที่สุด