
ยายเหนงเผยมอบแหวนแทนคุณความดีอภิสิทธิ์
"ยายเหนง" ผู้มอบแหวนทองเหลืองให้ "อภิสทธิ์" เผยเป็นแหวนที่บูชามาเมื่อ 50 ปีก่อน ไม่มีมูลค่าราคาแต่อย่างใด แต่เป็นแหวนที่มีคุณค่าทางใจ มอบเพื่อแทนคุณความดีที่นายกฯ ช่วยเหลือชาวบ้าน
(12 ต.ค.)ยายเหนง ยารักษ์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 4 บ้านหนองฮาง ต.หนองฮาง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี กล่าวถึงกรณีที่ได้มอบแหวนให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยแหวนดังกล่าวเป็นแหวนทองเหลือง ได้มาตั้งแต่อายุ 20 ปี โดยได้มาจากการบูชามาจากวัดและจำไม่ได้ว่าบูชามาวัดอะไร จากนั้นก็ใส่ติดมือมาตลอดวันเท่าทุกวันนี้
ส่วนสาเหตุที่มอบแหวนทองเหลืองให้กับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากตนมีความมีผูกพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด โดยหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล ก็ได้จัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จึงรู้สึกพรรคนี้ห่วงใยราษฎร ตน พร้อมสามีและผู้สูงอายุก็ได้รับเบี้ยยังชีพกันถ้วนหน้า แต่ไม่รู้จะขอบคุณนายกรัฐมนตรียังไง จึงได้ตัดสินใจมอบแหวนที่ใส่ติดมือมาตลอดกว่า 50 ปี
"เรื่องการมอบแหวน ไม่มีใครแนะนำ สามีและลูกๆ ก็ยังไม่รู้ว่ายายจะมอบแหวนให้นายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า แหวนดังกล่าวไม่มีมีราคามากมายอะไร แต่เป็นแหวนที่มีคุณค่าทางใจและเป็นแทนคุณความดีที่นายกรัฐมนตรีได้ช่วยเหลือชาวบ้าน จึงได้มอบให้"
นางเหนง กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หลังการมอบแหวนทองเหลืองให้กับนายกรัฐมนตรีจนตกเป็นข่าว และมีเพื่อนบ้านมาเล่าให้ฟัง ตนรู้สึกสงสารและเห็นใจนายกฯ และไม่อยากให้นายกฯ ต้องมาเดือดร้อนเพราะแหวนวงเดียว
ด้านนายคำจันทร์ ยารักษ์ อายุ 76 ปี สามีนางเหน็ง กล่าวว่า ครอบครัวของตนชอบพรรคประชาธิปัตย์มานาน เพราะดูจากนโยบายของพรรคที่เน้นให้ความช่วยเหลือคนยากคนจน และถึงแม้จะไม่รู้จัก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ก็ตาม แต่ก็เลือกพรรค เพราะชอบนโยบาย ไม่ได้ชอบที่ตัวบุคคล
ส่วนนางภัทรพันธ์ ยารัก อายุ 45 ปี ลูกสาวของนางเหน็ง กล่าวว่า ไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีเดือดร้อนจากแหวนวงนี้เพียงวงเดียว เพราะแม่ได้มอบแหวนให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ จากชาวบ้านที่มีความชื่นชมและศรัทธาในการทำงาน จึงได้มอบแหวนให้ ไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่ฝ่ายตรงข้ามเอามาโจมตี ซึ่งตนและครอบครัวก็รู้สึกเห็นใจท่านนายกฯ ไม่อยากให้เดือดร้อนในเรื่องนี้ จึงขอวิงวอนสื่อมวลชนว่าครอบครัวไม่มีเจตนา หรือไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใด และไม่มีใครจ้างวาน ให้พูด หรือให้สร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อให้เป็นข่าวแต่อย่างใด



