
ดิเรกชี้ข้อเสนอทักษิณนำรธน.40มาใช้ต้องปฏิวัติ
ประธานกก.สมานฉันท์ ระบุ ข้อเสนอทักษิณนำ รธน. 40 กลับมาใช้ ต้อง ปฏิวัติ สถานเดียว ชี้ฝ่ายค้านยุติศึกภายในให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ เห็นใจ มาร์ค ถูกบีบทั้งแดง-เหลือง
(12ต.ค.) ที่รัฐสภา นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินเข้ามาในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อคืนวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา กดดันให้นำรัฐธรรมนูญ 40 กลับมาใช้แทนฉบับ 50 ว่า ไม่ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีเหตุผลอะไรที่เสนออย่างนี้ เพราะการจะนำรัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาบังคับใช้แทนฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันทำได้ด้วยวิธีเดียวคือการ “ปฏิวัติ” ไม่มีกฎหมายใดมารองรับให้ยกเลิกฉบับใดฉบับหนึ่งแล้วนำอีกฉบับมาบังคับใช้แทน
“ตอนแรกฝ่ายค้านบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ จึงเกิดความระแวงว่ารัฐบาลจะดึงเวลาออกไป ผมก็สนับสนุนว่าไม่ต้องทำประชามติแล้ว เพราะรัฐธรรมนูญ 50 ผ่านกระบวนการประชามติจากประชาชนแล้วทุกมาตรา ดังนั้นเมื่อมาตรา 291 ที่เปิดให้แก้รัฐธรรมนูญได้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชนแล้วจึงไม่ต้องมาทำประชามติอีก แต่ความขัดแย้งภายในของฝ่ายค้านต้องหาข้อยุติให้ได้โดยเร็วเพื่อจะได้เดินหน้าต่อไป เพราะการจะเรียกร้องรัฐธรรมนูญ 40 กลับมาเป็นไปได้ทางเดียวคือการปฏิวัติ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและยอมไม่ได้แล้ว เพราะทุกวันนี้บ้านเมืองบอบช้ำมากพอแล้ว” นายดิเรก กล่าว
นายดิเรก กล่าวว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับ 6 ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ ก็ต้องขอยืนยันว่า การทำงานของคณะกรรมการสมานฉันท์อยู่บนปรัชญาที่ว่าความเป็นธรรมต้องมีแล้วความสงบจะเกิดขึ้น อยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเสียสละผลประโยชน์ของตนเองเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม สำหรับคณะกรรมการสมานฉันท์ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ 50 ทั้งฉบับ จึงเสนอให้มีการแก้ไข โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะสั้นให้แก้ไขใน 6 ประเด็น ส่วนระยะยาวให้มีการตั้งส.ส.ร. 3 ขึ้นมาเพื่อยกร่างแก้ไขทั้งฉบับ
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีระบุปัญหาของสองกลุ่มคือ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะเคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 50 ทั้งฉบับอาจทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยุติลง นายดิเรก กล่าวว่า น่าเห็นใจนายกฯ ที่พูดออกมาเช่นนั้นคงไม่มีทางออก เมื่อถึงทางตันก็ต้องอยู่เฉยๆ เพราะทำอะไรไม่ได้ เป็นความหนักใจของฝ่ายบริหาร เพราะวันนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นายกฯ หรือฝ่ายบริหารแล้ว กลายเป็นปัญหาภายในของฝ่ายค้าน อย่าลืมว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ประกอบด้วยทุกฝ่าย รวมถึงฝ่ายค้านด้วย เมื่อร่วมกันทำงานมาตั้งแต่ต้นจนมีทางออกมาเสนอให้รัฐสภาเป็นรูปเล่มเพื่อดำเนินการแก้ไข แล้วทำไมกลับจะถอนตัวหรือไม่ร่วมมือกันทำงานต่อไป ในส่วนของคณะกรรมการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องการไขรัฐธรรมนูญ และเฝ้ารอดูว่าจะมีข้อยุติกันอย่างไร ตนเห็นว่าทุกฝ่ายควรรอมชอมกันถ้าอยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติกัน ต้องละเลิกความคิดเก่า หากยังหาข้อยุติไม่ได้เป็นใครก็ต้องหนักใจ



