
"กรุงไทย"เร่งแก้หนี้โรงสีลั่นกำไรไตรมาส2ฟื้น
"กรุงไทย"เร่งแก้หนี้โรงสีลั่นกำไรไตรมาส2ฟื้น คาดสินเชื่อปีนี้โต7%
กรุงไทยเร่งแก้ปัญหาเอ็นพีแอล ทั้งกลุ่มโรงสีข้าวที่ไหลเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น และกลุ่มที่ต้องปรับโครงสร้างหนี้ตลอดเวลา ซึ่งมีในพอร์ตจำนวนมาก พร้อมเดินหน้าปรับพอร์ตสินเชื่อให้สะท้อนความเสี่ยง คาดผลดำเนินงานไตรมาส 2 ดีขึ้น ตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 6-7%
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปีนี้ น่าจะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงไตรมาสแรก เนื่องจากในช่วงไตรมาสแรกสินเชื่อได้ปรับลดลง จากการที่ธนาคารได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาและปรับพอร์ตสินเชื่อให้มีความเหมาะสม มีการรีไฟแนนซ์ของลูกค้าบางกลุ่มออกไปบ้าง กระทบกับรายได้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)ของธนาคารยังเพิ่มขึ้น จากกลุ่มลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ และหนี้ในกลุ่มโรงสี ทำให้กำไรในช่วงไตรมาสแรกปรับลดลง
“เอ็นพีแอลยังมีปัญหาอยู่ แต่ไม่ได้มาจากลูกค้าใหม่ มาจากลูกค้ากลุ่มเดิม คือโรงสีข้าว ที่ได้จัดกลุ่มลูกค้าตามความเสี่ยง เป็นสีเขียว สีแดง ซึ่งในกลุ่มสีแดงก็ได้พยุงอย่างใกล้ชิด แต่บางรายไหวจริงๆก็เป็นเอ็นพีแอล นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าเกษตรบางกลุ่ม เช่นมันสำปะหลังก็ไหลเป็นเอ็นพีแอล”
อย่างไรก็ตามกลุ่มที่เป็นเอ็นพีแอลจำนวนมาก และเร่งแก้ไขอยู่ คือกลุ่มเอ็นพีแอลที่ค้างนาน หรือกลุ่มที่ต้องปรับโครงสร้างหนี้ตลอด หากหยุดปรับโครงสร้างหนี้ ก็จะเป็นเอ็นพีแอล หรือเรียกว่ากลุ่ม forever TDR ซึ่งพอร์ตกลุ่มนี้มีอยู่จำนวนเยอะมาก และเป็นเอ็นพีแอลที่ค้างนาน เราก็ต้องเร่งแก้ปัญหา
สำหรับสินเชื่อที่ลดลง เป็นผลมาจากการลดพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มสหกรณ์ลง จากที่เคยสูงถึง 1.2 แสนล้านบาท เราลดลงมาเหลือไม่ถึง 8 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมาจากการปรับพอร์ตสินเชื่อให้เหมาะสม หากมีความเสี่ยงสูง ก็ต้องได้ผลตอบแทนที่สูง แต่ที่ผ่านมาสินเชื่อในพอร์ตบางส่วนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ผลตอบแทนต่ำ ทำให้ต้องไปบริหารจัดการให้สอดคล้องกัน
โดยธนาคารได้ปรับสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อในกลุ่มต่างๆพร้อมๆกับปรับดอกเบี้ย หรือ Repricing ทำให้ถูกรีไฟแนนซ์ออกไป แม้ว่าสินเชื่อปล่อยใหม่จะเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะเอสเอ็มอีขนาดกลาง แต่ก็ทำให้พอร์ตสินเชื่อโดยรวมลดลง นอกจากนี้การแข่งขันที่สูงในกลุ่มสินเชื่อปล่อยใหม่ เช่นสินเชื่อบ้าน ทำให้รายได้ส่วนต่างดอกเบี้ยลดลง
“ตามเทรนด์ที่ดู สถานการณ์น่าจะดีขึ้น ยกเว้นเอ็นพีแอลที่ตอบได้ยาก ต้องติดตามกลุ่มโรงสีข้าวก่อน และจุดที่มีปัญหาอยู่ ที่ผ่านมาเอ็นพีแอลเราเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการโตของสินเชื่อ ประเด็นคือปีที่ผ่านมาเราขายพอร์ตไม่ได้ จึงต้องเร่งแก้เอ็นพีแอล ทั้งการขาย และปรับโครงสร้างหนี้”
ธนาคารกรุงไทย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 6.78 พันล้านบาท ลดลง 1.75 พันล้านบาท หรือ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธนาคารทั้ง 11 แห่ง มีกำไรรวมกันกว่า 5.44 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า สาเหตุที่กำไรลดลงมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1.58 พันล้านบาท หรือ 7.17% จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อลูกค้ารายย่อยชั้นดีลง 0.50% ในเดือนพ.ค.2560 สินเชื่อทรงตัว ขณะที่สำรองเอ็นพีเอเพิ่มขึ้น
เขากล่าวว่า ธนาคารยังคงเป้าสินเชื่อปีนี้ไว้ที่ 6-7% เพราะยังหาสินเชื่อประเภทอื่นมาชดเชยได้ ด้วยภาวะเศรษฐกิจ และการลงทุนกลับมาฟื้นตัว จะส่งผลให้ภาพรวมกลับมาดีขึ้นได้ ทางด้านอัตราส่วนสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญ (Coverage ratio) ธนาคารตั้งเป้าหมายไม่ให้ต่ำกว่า 110% โดยปัจจุบันอยู่ที่ 120% ซึ่งธนาคารยังดำรงเงินกองทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสมต่อไปเพื่อไม่ให้กระทบต่อผลการดำเนินงาน
ด้านนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ( BBL) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปีนี้ ไม่ได้แตกต่างจากที่ประมาณการไว้ กิจการต่างๆเดินไปตามที่วางไว้ แนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น เป็นหัวใจที่ผลักดันการเติบโตของสินเชื่อ และธุรกิจอื่นๆของธนาคาร ส่วนเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น เล็กน้อย ไม่ได้ประเด็นที่ต้องกังวล หรือมีปัญหาอะไร
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ



