
WIPO ชื่นชมจีไอ"เชียงใหม่-ลำพูน"มีศักยภาพแข่งตลาดโลก
"WIPO" ชื่นชมสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในเชียงใหม่-ลำพูนมีศักยภาพดันเข้าตลาดโลก
25 เม.ย.61เชียงใหม่-ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สิน ทางปัญญาโลก (WIPO) ลงพื้นที่ดูกระบวนการผลิตเครื่องเคลือบศิลาดล ของโรงงานเชียงใหม่ศิลาดลแอดดอยสะเก็ด แนะให้รักษาแหล่งกำเนิดผลิตสินค้าเพื่อให้เกิดวามยั่งยืน-มีจุดขายทำการค้าในตลาดโลก ด้านอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชี้่เป็นโอกาสดีที่สินค้าจากจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นที่รู้จักในเวทีตลาดโลกมากขึ้น
ที่โรงงานเชียงใหม่ศิลาดล อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พร้อมนายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าเยี่ยมชมสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เชียงใหม่ศิลาดลแอดดอยสะเก็ด มี โดยมี นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนางสาวทัศนีย์ ยะจา ผู้บริหารเชียงใหม่ศิลาดลให้การต้อนรับ พร้อมเข้าชมกระบวนการผลิตเครื่องเคลือบศิลาดล ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)ในจังหวัดเชียงใหม่
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญญา เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้นำนายฟรานซิส เกอร์รี่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าเยี่ยมชมแหล่งกำเนิดของสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)และชมกระบวนการผลิตสินค้าของเชียงใหม่ศิลาดล อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่, ผ้าไหมยกดอก และสูนย์ธนาคารสายพันธ์ุลำไย ตำบลหนองช้างคืน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูนนั้น พบว่าทางผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) มีความประทับใจทั้งในภาคเกษตร และภาคหัตถกรรม ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของชุมชนที่จะได้รับการประชาสัมพันธ์ในเวทีระดับโลก และอยากให้ชุมชนได้รักษาศักยภาพให้คงอยู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน
ในโอกาสที่มาเยือนที่เชียงใหม่ศิลาดลนั้น ถืือว่าเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ทางกรมฯได้ทำการขึ้นทะเบียน และร่วมมือกับทางผู้ประกอบการควบคุมคุณภาพการผลิตสินค้า และให้ตระหนักถึงแหล่งกำเนิดการผลิตในชุมชน รวมถึงรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการช่วยส่งเสิรมการตลาดส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และนับเป็นตัวอย่างที่จะสามาถนำเสนอต่อผู้ประกอบการ และชุมชนอื่นๆ ที่มีสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์ มีแหล่งกำเนิดการผลิต โดยที่ผ่านมา การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI)นั่น ต้องการไม่ให้เกิดการสูญหายจากแหล่งกำเนิด โดยรัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญในการคุ้มครองจีไอสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตในชุมชุนนั้นๆ เพื่อสร้างความยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเพิ่มมูลค่าของสินค้าแล้ว ยังได้รับการคุ้มครองป้องกันไม่ให้เกิดการเลียนแบบ
"ทุกวันนี้สินค้าจากชุมชนต่างๆ ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นั้น ต่างผูกติดกับแหล่งผลิตที่มีจุดขายเฉพาะ ซึ่งนับวันจะเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง และโอกาสนี้ ถือว่าทางผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO)น่าจะเป็นตัวกลางที่จะนำข้อมูลจากการเข้าเยี่ยมชมในครั้งนี้ ไปบอกเล่าต่อไป โดยเฉพาะในเวทียุโรป จะให้ความสำคัญในการซื้อขายสินค้าท่ี่มีแหล่งกำเนิดมากกว่าสินค้าทั่วๆ ไป จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางของผู้ประกอบการ และชุมชน ที่จะสามารถเข้าไปทำการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ



