ข่าว

 "ไทยนิยม ยั่งยืน"อีสานกังวลไร้ที่ทำกิน

"ไทยนิยม ยั่งยืน"อีสานกังวลไร้ที่ทำกิน

25 เม.ย. 2561

"บิ๊กเอ๋"นำทีมสนช.-ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ลงพื้นที่อีสานติดตามงาน"ไทยนิยม ยั่งยืน"เผยประชาชนพอใจ ขอลงทะเบียนคนจนเพิ่ม จี้แก้ไขการใช้งบไม่เพียงพอ

 

          25 เมษายน 2561 พลเอกศุภวุฒิ  อุตมะ ประธานอนุกรรมการจัดโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน  เปิดเผยว่า  ตนและสนช.พร้อมคณะทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ระดับตำบล เวทีที่ 3 “สร้างการรับรู้ ปรับความคิด (Mindset)  

  

          โดยได้ลงพื้นที่จังหวัดเลย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดหนองบัวลำภู  เพื่อพบปะประชาชน และติดตามความคืบหน้าของโครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน ”ของรัฐบาล และเปิดให้ประชาชนในพื้นที่แสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหาแนวทางที่จะทำให้โครงการดังกล่าวมีความยั่งยืน มีประชาชนในพื้นที่จำนวนมาเข้ารับฟัง

 

            "ไทยนิยม ยั่งยืน"อีสานกังวลไร้ที่ทำกิน

 

         รวมทั้งแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ”ไทยนิยม ยั่งยืน ”ซึ่งทางสนช.ได้ชี้ถึงการดำเนินโครงการดังกล่าวเน้นการลงพื้นที่ระดับหมู่บ้านเพื่อ แนะนำโครงการที่ประชาชนจะดำเนินต้องเป็นโครงการที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ และคุณภาพเพื่อให้คนในพื้นที่อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน พร้อมได้เน้นย้ำกับหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน หากมีปัญหาติดขัดก็เสนอมาสนช.พร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาและนำเสนอไปยังรัฐบาล

 

 "ไทยนิยม ยั่งยืน"อีสานกังวลไร้ที่ทำกิน


        

          พลเอก ศุภวุฒิ กล่าว่า  ในการลงพื้นที่จังหวัดต่างๆประชาชนเกือบ 100% ตอบรับและพอใจกับโครงการ”ไทยนิยม”เนื่องจากเห็นว่า เป็นโครงการที่ดี เพราะรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริงช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ แก่ชุมชน แต่ประชาชนส่วนหนึ่งยังมีความกังวลในเรื่องไร้ที่ดินทำกิน และขอให้เปิดรับลงทะเบียนคนจนสำหรับผู้ตกสำรวจอีกรอบ โดยขอให้รัฐบาลนำเรื่องนี้ไปพิจารณาด้วย

 

 "ไทยนิยม ยั่งยืน"อีสานกังวลไร้ที่ทำกิน

 

         นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน”อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างความสามัคคีปรองดอง  ส่วนปัญหาที่พบคือ  เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การใช้งบประมาณ ซึ่งคงต้องทำรีบชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจโดยเร็ว รวมทั้งงบประมาณที่ลงไปไม่เพียงพออาจจะต้องขอจากท้องถิ่นเพิ่ม แต่ก็ต้องขอผ่อนผันหลักเกณฑ์การใช้เงินของท้องถิ่น ซึ่งจะเสนอปัญหาดังกล่าวนี้ให้ฝ่ายบริหารรับไปดำเนินการต่อไป