ข่าว

"ภราดร"ย้อนคสช.เพิ่งคิดนำนักการเมืองช่วยงาน

"ภราดร"ย้อนคสช.เพิ่งคิดนำนักการเมืองช่วยงาน

25 เม.ย. 2561

"ภราดร"จี้คสช.ถึงเวลาแล้วปลดล็อคพรรคการเมือง – เห็นด้วยบิ๊กตู่เอานักการเมืองร่วมทำงาน แก้ปัญหาให้ประชาชน แค่ขอย้อนถามทำไมเพิ่งคิด หลังผ่านไป 4 ปี

       

            25 เมษายน  2561  ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายภราดร ปริศนานันทกุล อดีตส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีกระแสพลังดูดของพล.อ.ประยุทธ์ที่เอานักการเมืองเข้ามาทำงานกับรัฐบาล  

  

           โดยระบุว่า การแต่งตั้งนาย และนายอิทธิพล คุณปลื้ม จากพรรคพลังชลเข้าร่วมทำงานในรัฐบาลนั้นตนเห็นด้วยกับความเห็นของนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตรมช.คมนาคมได้พูดไว้ว่าเห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช.และรัฐบาลเห็นประโยชน์ของฝ่ายการเมืองเพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าการทำงานระหว่างทหารกับประชาชนนั้นมีช่องว่างอยู่มาก

 

          เราต้องยอมรับว่า การทำงานระหว่างทหาร-นักการเมือง-ประชาชน มีความแตกต่างกัน โดยที่การทำงานแบบทหารจะรับฟังการรายงานจากข้าราชการเป็นส่วนใหญ่ซึ่งข้อมูลถูกบ้างไม่ถูกบ้าง แต่การทำงานของนักการเมืองเขาอยู่กับประชาชน เขาใกล้ชิดประชาชนและรับฟังปัญหาจากประชาชน เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาของนักการเมืองจึงแก้ไขได้ถูกจุดมากกว่า เพราะเขารู้ปัญหาของชาวบ้านมากกว่า

 

          การเอาฝ่ายการเมืองเข้าไปเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลเอง ผมเชื่อว่าสุดท้ายน่าจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลในการเข้าถึงความต้องการของประชาชนในมุมมองของนักการเมืองได้มากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องย้อนถามคือ ทำไม 4 ปี แล้วเพิ่งจะมาให้ความสำคัญของนักการเมือง ทำไมเพิ่งเห็นความสำคัญ ทั้งที่ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมาคสช. หรือรัฐบาล พยายามนำเสนอต่อประชาชนคือนักการเมืองเป็นคนเลว นักการเมืองส่วนใหญ่ทุจริต แต่สุดท้ายแล้วจะเห็นว่าสิ่งที่กล่าวหามาทั้งหมด

 

          สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนั้นมันก็เป็นแค่ส่วนเดียว นักการเมืองก็เหมือนกับทุกอาชีพที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ปะปนกันไป จะเหมารวมไม่ได้ ผมเชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลเองก็เริ่มตระหนักรู้ว่ามีทั้งดีและไม่ดีปนกันจึงได้หยิบบางส่วนที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำงานเข้ามาเป็นที่ปรึกษา ดังนั้นน่าจะเป็นทิศทางที่ดีขึ้นสำหรับฝ่ายการเมืองกับผู้ที่มีอำนาจ แต่ที่จะติงคือทำไมเพิ่งมาคิดทำ


         

          ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่รัฐบาลปัจจุบันไม่ได้มาจากประชาธิปไตยเต็มใบ ในฐานะที่เป็นอดีตส.ส.ในสภามองอย่างไร นายภราดร กล่าวว่า แน่นอนว่าทุกวันนี้เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว เดินหน้ามาจนกระทั่งถึงขนาดนี้ ถ้าจะย้อนกลับไปก็ต้องถามว่าทำไมไม่ให้ระบบรัฐสภาแก้ไขปัญหาตัวเอง เราไม่เคยปล่อยให้ระบบรัฐสภาทำงานอย่างเต็มที่ แล้วให้ประชาชนมีโอกาสเรียนรู้ว่านักการเมืองที่คุณเลือกเข้ามาทำงานผิดพลาด ทำงานไม่ดี

 

          ก็เป็นบทเรียนให้เขารู้ว่าต้องเลือกคนใหม่ หรือจะเลือกคนเดิมก็เป็นสิทธิของเขา ประชาชนก็จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้เกิดวิธีพิเศษหรือระบอบที่สังคมไม่พึงปรารถนาเข้ามาแก้ไขปัญหา เพราะการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีรัฐประหารคงดูเหมือนจะเรียบร้อยในทันที แต่ว่าไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริงให้ประเทศเลย เพราะวิธีแก้ปัญหาด้วยรัฐประหารเปรียบเสมือนการกวาดขยะเข้าไปอยู่ใต้พรม คือเราไม่ได้กำจัดขยะทิ้งไป แต่เราแค่ปิดบังปัญหาเท่านั้น

 

          ส่วนที่ถามว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยเต็มใบ เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพราะผ่านมา 4 ปีแล้ว ดังนั้นจึงอยู่ที่ประชาชนที่ต้องเรียนรู้ว่ารัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชนทำงานให้บ้านเมืองแตกต่างจากรัฐบาลที่มาจากประชาชนอย่างไร ในอนาคตที่จะมีการเลือกตั้ง ประชาชนเขาก็จะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้นว่าเขาจะเลือกใคร

 

           ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่ารัฐบาลเอาตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีมาล่อ นายภราดร กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ก็คิดเช่นนั้นได้ แต่ในความเป็นจริงจะต้องไปถามจากพรรคพลังชลมากกว่าว่าเจตนาคือการแลกประโยชน์กันหรือไม่ หรือมีเจตนาในการตั้งใจเข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ไขปัญหาเรื่องอีอีซี(โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) ปัญหาปากท้องชาวบ้านในพื้นที่ภาคตะวันออก

 
          ต่อข้อถามที่ว่า แล้วตอนนี้ถึงเวลาหรือยังที่คสช.ควรปลดล็อคให้พรรคการเมือง นายภราดร กล่าวว่า อันที่จริงควรปลดล็อคมานานแล้ว เพราะเวลากินตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะตามพ.ร.ป.พรรคการเมืองมีเงื่อนเวลาในการที่พรรคการเมืองต้องปฏิบัติ แต่ตอนนี้พรรคการเมืองไม่สามารถทำให้เป็นไปตามเจตนาของกฎหมายได้ สุดทเยก็อาจเกิดปัญหาขึ้นมาอีก

 

         “ผมคิดว่าคสช.ไม่น่าที่จะกลัวการทำกิจกรรมของพรรคการเมือง ไม่อย่างนั้นอาจจะระบุไว้เลยว่าการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองนั้นทำอะไรได้บ้าง เช่น ประชุมใหญ่สามัญพรรค เรื่องสาขาพรรค เพื่อให้การทำกิจการพรรคเกิดความสมบูรณ์แบบ ไม่เช่นนั้นอาจมีการตีความอีกว่าเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ เราก็เกรงว่าเมื่อเวลากินตัวไปเรื่อย ๆ แล้วถึงเวลาใกล้เข้ามาพรรคการเมืองทำเงื่อนไขของพ.ร.ป.ไม่ได้ สุดท้ายแล้วจะเกิดอะไรขึ้น นำพาไปสู่ความเสียหายของพรรคอย่างไรหรือไม่ จึงอยากให้ผู้มีอำนาจมองด้วย เพื่อให้เกิดการดำเนินการของพรรคการเมืองที่สอดคล้องกับพ.ร.ป.พรรคการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเราตั้งใจที่จะทำกิจกรรมการเมืองเพื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง” นายภราดร กล่าว