ข่าว

มท.เดินหน้าจัดโอท็อปใจกลางกรุงกระตุ้นเศรษฐกิจ

มท.เดินหน้าจัดโอท็อปใจกลางกรุงกระตุ้นเศรษฐกิจ

01 มี.ค. 2552

มท. เดินหน้า จัดโอท็อปใจกลางกรุงกระตุ้นเศรษฐกิจ ปิดถนนแห่ขบวนพาเหรดหวังดึงดูดต่างชาติ – วัยโจ๋ โว ยิ่งใหญ่กว่า “กรุงเทพเมืองแฟชั่น” ของ “แม้ว”

 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าถึงการจัดงาน Otop fastival 2008 ว่า หลังจากไม่ได้จัดงานดังกล่าวมาสองปี ทางกระทรวงมหาดไทยจึงมีแนวความคิดจัดงานแสดงสินค้าโอท็อปขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และต้องการให้ผู้ผลิตสินค้ามีรายได้ เพราะก่อนหน้านี้มีแค่การผลิตสินค้า แต่ไม่รู้ว่าจะนำสินค้าไปขายที่ไหน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้เปลี่ยนสถานที่จากเดิมที่ใช้ศูนย์การแสดงสินค้าเมืองทองธานี มาเป็นลานห้างสรรพสินค้าบริเวณแยกราชประสงค์ ผ่านแยกปทุมวัน จนถึงสนามศุภชลาศัย โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างดี ทั้งนี้ งานดังกล่าวจะเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. ถึง 5 เม.ย. 2552
  อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 เม.ย.จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน ทั้งนี้ในวันดังกล่าวจะมีการปิดถนนบริเวณที่จัดงาน เพื่อนำขบวนพาเหรดจากจังหวัดต่าง ๆ มาจัดแสดง เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมกับวัฒนธรรมของจังหวัดต่าง ๆ และยังจัดกิจกรรมการแสดงดนตรีพื้นบ้านที่สนามศุภชลาศัยในช่วงเย็นของทุกวัน เพื่อเป็นการดึงดูดชาวต่างชาติให้มาร่วมงาน และถือเป็นการดึงดูดเยาวชนรุ่นใหม่ให้เห็นคุณค่าในสินค้าท้องถิ่นของไทยด้วย นอกจากนี้ ยังเชิญชวนเอกอัครราชทูตต่างๆ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทย มาร่วมงานเพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมของไทยให้ชาวโลกได้รับรู้
 “การจัดงานครั้งนี้จะยิ่งใหญ่กว่าการจัดงาน กรุงเทพเมืองแฟชั่น ในสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แม้จะทำให้การจราจรติดขัด แต่ก็ติดเพราะการจัดงานโอท็อป ดีกว่าติดขัดเพราะมีการประท้วง ตลอดสองปีที่ผ่านมาสาเหตุหนึ่งที่ไม่สามารถจัดงานโอท็อปได้ ก็เนื่องมาจากปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การจัดงานโอท็อปครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง ที่สำคัญยังทำให้ชาว กทม.ได้เห็นอะไรที่แปลกใหม่ ไม่ใช่เห็นแต่ม๊อบเหมือนที่เคยเห็น”นายบุญจง กล่าว่า
 เมื่อถามว่า นโยบายเรื่องนี้จะเป็นการลองนโยบายของรัฐบาลไทยรักไทยหรือไม่ นายบุญจงกล่าวว่า จะว่าลอกก็ไม่เป็นไร เพราะการจัดงานครั้งนี้ประชาชนได้ประโยชน์กับผู้ผลิตสินค้า และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้จะโดนโจมตีก็ไม่เป็นอะไร เราพร้อมชี้แจงโดยเฉพาะงบประมาณที่ใช้ในการจัดงาน ซึ่งเราเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานครั้งนี้น้อยกว่าการจัดงานที่เมืองทองธานีกว่า 1 เท่าตัว