ข่าว

ลุ้นอุทธรณ์ !!  "2หนุ่มคู่หู"แทงโหดชิงไอโฟนบัณฑิตมศว

ลุ้นอุทธรณ์ !! "2หนุ่มคู่หู"แทงโหดชิงไอโฟนบัณฑิตมศว

24 เม.ย. 2561

วันนี้นัดฟังผลอุทธรณ์ "ตั้ม"มือแทงบัณฑิต มศว.ชิงไอโฟน เทศกาลปีใหม่ 60 -"เอ๊กซ์" คู่หูพานั่งมอไซค์ชิงทรัพย์ หลังชั้นต้นเจอโทษประหารสถานเดียว

          24 เมษายน 2561 หลังจากเกิดเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญ ชาย 2 คน ใช้มีดจี้ ฆ่าชิงทรัพย์โทรศัพท์ไอโฟน ราคากว่า 20,000 บาท ของนายวศิน เหลืองแจ่ม อดีตบัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร( มศว.) ไปเมื่อคืนวันที่ 4 ม.ค.60  

          

           ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2560 ที่บริเวณปากซ.สุคนธสวัสดิ์ 27 ถ.สุคนธสวัสดิ์ แขวง - เขตลาดพร้าว กทม.นั้น โดยพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม สามารถติดตามจับกุมได้ขณะกบดานที่บ้านญาติ ย่านอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

 

          ซึ่งนายกิตติกร หรือตั้ม วิกาหะ เป็นผู้ที่ใช้อาวุธมีดจี้เอาทรัพย์ซึ่งนายวศินพยายามขัดขืนจนถูกทำร้ายตามร่างกายและลำคอจนเสียชีวิต ส่วนนายสุพัฒชัย หรือเอ๊กซ์ จันทร์ศรี เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ไปกับนายกิตติกรแล้วเมื่อวันที่ 31 พ.ค.60 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตสถานเดียว "นายกิตติกร หรือตั้ม ปัจจุบัน อายุ 27 ปี" ชาวสระแก้ว ผู้ที่ใช้อาวุธมีดทำร้าย จำเลยที่ 1 และ "นายสุพัฒชัย หรือเอ๊กซ์ ปัจจุบันอายุ 26 ปี" ชาวอุทัยธานี คนขี่รถจักรยานยนต์  จำเลยที่ 2 แล้วฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ตามมาตรา 289 (7) ซึ่งเป็นบทหนักสุด โดยทั้งสองถูกคุมขังในเรือนจำบางขวางหลังศาลชั้นต้นมีคำตัดสิน

 

              ลุ้นอุทธรณ์ !!  "2หนุ่มคู่หู"แทงโหดชิงไอโฟนบัณฑิตมศว

 

          หลังจากคดีผ่าน การตัดสินจากศาลชั้นต้นมาร่วม 1 ปี ในวันนี้ เวลา 10.00 น.ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีนี้ ณ ห้องพิจารณาคดี 907 ก็จะเบิกตัวทั้งสองมาฟังตัดสินชั้นอุทธรณ์นี้

 

          ทั้งนี้ คดีดังกล่าว อัยการคดีอาญา 7 ได้เป็นผู้ยื่นฟ้องทั้งสองในคดีหมายเลขดำ อ.125/2560 เมื่อวันที่ 17 ม.ค.60 ความผิด 4 ข้อหาฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์เพื่อปกปิดความผิดของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดทางอาญา , ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะ ฯ และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 , 289 (7) , 339 , 371 โดยมี "นางนิราภรณ์ เหลืองแจ่ม" มารดาของบัณฑิตผู้ตาย ก็ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการในคดีนี้ด้วย 

 

        

       

          ในชั้นศาล ทั้งนายกิตติกรและนายสุพัฒนชัย ให้การรับสารภาพเช่นเดียวกับชั้นสอบสวน โดยตลอดเวลาการดำเนินคดี นายกิตติกรและนายสุพัฒนชัย ไม่ได้ประกันตัว 

 

          ขณะที่ชั้นพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น อัยการโจทก์ ได้นำพยาน 2 ปากซึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เห็นเหตุการณ์ และพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เจ้าของสำนวนคดี เข้าสืบประกอบการรับสารภาพจำเลย  กระทั่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต และที่ให้ประหารชีวิตสถานเดียวเนื่องจากศาลเห็นว่า พฤติการณ์จำเลยก่อเหตุร้ายแรง มีประวัติการก่ออาชญากรรมหลายครั้ง ยากแก่การปรับปรุงแก้ไขนิสัย และคำรับสารภาพเกิดจากการจำนนต่อพยานหลักฐาน จึงไม่มีเหตุลดโทษ ให้ประหารชีวิตสถานเดียว

 

         อย่างไรก็ดี สำหรับนายกิตติกรผู้ที่ลงมือก่อเหตุนั้นเคยปรากฏตามข่าวว่า มีประวัติเข้า-ออกเรือนจำมาแล้วถึง 8 ครั้งตั้งแต่อายุ 13 ปีในคดีลักษณะบุกรุก , ทำร้ายร่างกาย , ยาเสพติด ซึ่งก่อนก่อเหตุฆ่าชิงไอโฟนนั้น เพิ่งออกมาจากเรือนจำเมื่อเดือน ธ.ค.59 ที่ผ่านมานี้