ข่าว

รวบเพื่อนปาดคอเพื่อนสนิทสมัยเรียนชิงทอง

รวบเพื่อนปาดคอเพื่อนสนิทสมัยเรียนชิงทอง

12 ต.ค. 2552

อดีตครูอัตราจ้างสิ้นคิด ชวนเพื่อนสนิทสมัยวัยเรียนไปดื่มเหล้า เมาได้ที่ เพื่อนขับรถยนต์ไปส่งที่พัก ระหว่างทางเกิดความโลภ ตัดสินใจชกต่อย-คัตเตอร์ปาดคอเพื่อน ขณะรถแล่นอยู่ หวังชิงสร้อยข้อมือทองคำ ไปขายใช้หนี้สิน รถเสียหลักตกข้างทาง ตนเองหลบหนีได้ เพื่อนสิ้นใ

 เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 12 ต.ค. พ.ต.ท.พิทักษ์พล สมพงศ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งแหกโค้งตกลงข้างทาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว เหตุเกิดบนถนนร่วมพัฒนา ม.3 ต.รัษฎา อ.เมือง จึงนำกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าสอบสวนที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์ ทะเบียน กฉ 2928 ภูเก็ต จอดอยู่ในคูนํ้าข้างถนน ประตูด้านคนขับเปิดอยู่ จึงเข้าตรวจสอบพบร่างของนายพรศิลป์ มากผล อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/110 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีเลือดท่วมร่างหายใจรวยริน

 ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรีบช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยพบว่ามีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง นอกจากนี้ที่บริเวณลำคอมีบาดแผลยาวประมาณ 2 นิ้วครึ่ง 2 แผล ซึ่งตำรวจคาดว่าไม่น่าจะเป็นแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุ แต่ในระหว่างทางผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในรถยนต์ดังกล่าว พบว่าข้าวของภายในรถกระจัดกระจาย มีรอยเลือดจำนวนมากเปรอะเปื้อน และตรวจพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กับมีดคัตเตอร์ 1 เล่ม ตกอยู่ที่วางเท้าด้านคนขับ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 ส่วนสาเหตุนั้น ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้ตายน่าจะขับรถมาพร้อมกับเพื่อน หรือคนรู้จัก ระหว่างอาจจะมีการทะเลาะวิวาทกัน โดยที่อีกฝ่ายต่อสู้ไม่ได้ จึงใช้มีดคัตเตอร์ดังกล่าวทำร้ายร่างกายผู้ตายในขณะที่รถยังคงขับเคลื่อนอยู่กระทั่งเกิดเหตุรถเสียหลักตกลงข้างทาง จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนคนที่ลงมือก่อเหตุคาดว่าไม่ได้รับบาดเจ็บมากนักเมื่อก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไป ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุต่อไป

 อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุดังกล่าวแล้ว ทาง พ.ต.อ.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้ติดต่อไปยังภรรยาของผู้ตาย เพื่อให้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เมืองภูเก็ต และจากการสอบถามทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพรศิลป์ ได้ออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ชื่อ "หนุ่ม" โดยไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ขณะที่ตนเองโทรศัพท์หาสามีครั้งสุดท้าย ทราบว่า สามียังนั่งดื่มเหล้าอยู่กับนายหนุ่ม

 นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้สอบถามพยานแวดล้อมบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุเพิ่มเติมด้วยและทราบว่า หลังรถยนต์คันดังกล่าวประสบเหตุ ได้เห็นชายฉกรรจ์สวมเสื้อยืดลายขวางขาวดำ นุ่งกางเกงยีนส์ ตามร่างกายมีรอยเลือดเปรอะเปื้อน เดินลงจากรถ จากนั้นได้เรียกรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่แล่นผ่านเส้นทางดังกล่าว เพื่อขอความช่วยเหลือให้ไปส่งที่บริเวณชุมชน ย่านถนนปะเหลียน ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 300 เมตร

 หลังรับทราบข้อมูล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ระดมกำลังกระจายกันค้นหาชายหนุ่มดังกล่าวตามสถานที่ที่พยานแวดล้อมระบุให้การ เมื่อถึงสถานที่ดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ได้สอบถามชาวบ้านพร้อมกับตรวจสอบตามบ้านเรือนต่างๆ จนมาถึงบ้านเลขที่ 16/8 ถนนปะเหลียน ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ก็พบร่องรอยคราบเลือดที่บริเวณที่นั่งริมประตูหน้าบ้าน อีกทั้งยังตรวจพบเศษผ้าสีขาว มีคราบเลือดติดอยู่ ถูกทิ้งไว้ในถุงขยะหน้าบ้านหลังนี้ และยังพบเศษผ้าสีขาวมีอักษรสีน้ำเงินด้วยอีก 1 ชิ้น โดยมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนถูกทิ้งไว้บริเวณซอกหลืบข้างบ้าน

 หลังพบหลักฐานสำคัญ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่กระจายกันปิดล้อม พร้อมเคาะประตูเรียกเจ้าของบ้าน ต่อมาได้มีนางลัดดาวรรณ อ่อนประเสริฐ เปิดประตูออกมาและแสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงสอบถามกับนางลัดดาวรรณ แต่ถูกปฎิเสธว่า ไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่มีใครเข้ามาซุกซ่อนภายในบ้าน

 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขออนุญาตเข้าไปภายในบ้านเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด และก็พบชายต้องสงสัย 1 คน ตามร่างกายมีบาดแผลที่เกิดขึ้นใหม่ๆ อีกทั้งเท้ายังมีร่องรอยเปื้อนโคลนด้วย จึงเชิญตัวมาสอบสวน ทราบชื่อ นายนที หรือ หนุ่ม ภิญโญ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 ม.4 ต.แม่นางขาว อ.คุระบุรี จ.พังงา

 นายนทีได้รับสารภาพว่า ได้เป็นผู้ก่อคดีทำร้ายนายพรศิลป์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน ส่วนเสื้อผ้าที่สวมขณะก่อเหตุได้ใส่ถุงพลาสติกและนำไปทิ้งไว้ที่บริเวณห้องหลังบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดเก็บไว้ พร้อมกับควบคุมตัวมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองภูเก็ต

 จากการสอบสวนนายนที ผู้ต้องหา ให้การว่า ปัจจุบันตนเองมีอาชีพทำสวนยางพาราในพื้นที่ อ.คุระบุรี จ.พังงา แต่เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถกรีดยางพาราได้ จึงได้เดินทางมาจังหวัดภูเก็ต และได้มาพบกับนายพรศิลป์ ซึ่งเป็นเพื่อนกันมาสมัยวัยเรียน โดยปัจจุบันผู้ตายทำงานเป็นเซลล์แมนอยู่ที่บริษัท อีซูซุอันดามัน อ.เมืองภูเก็ต ในขณะที่ตนเองในอดีตเคยเป็นครูอัตราจ้างอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.คุระบุรี จ.พังงา

 โดยคืนเกิดเหตุ ตนเองกับผู้ตายได้ชักชวนกันไปดื่มเหล้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเลียบคลองบางใหญ่ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต เมื่อเลิกจากดื่มเหล้า นายพรศิลป์ ก็ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาส่งตนเองที่บริเวณถนนอำเภอ แต่เนื่องจากตนเองมีความเดือดร้อนต้องการใช้เงิน เพราะมีหนี้สิน ประกอบกับอารมณ์ชั่ววูบ ที่เห็นเพื่อนสนิทสวมใส่สร้อยข้อมือทองคำ อีกทั้งทราบว่าเพื่อนสนิทคนนี้ค่อนข้างมีฐานะดี จึงเกิดความคิดที่จะชิงทรัพย์เพื่อนำไปใช้หนี้สิน

 โดยระหว่างที่รถกำลังแล่นอยู่ ก็ได้ใช้กำปั้นชกต่อยเพื่อนเพื่อแย่งชิงสร้อยข้อมือทองคำ จนเกิดการต่อสู้กันขึ้น โดยตนเองใช้มีดคัตเตอร์ที่พกติดตัวมาปาดคอเพื่อน แต่เพื่อนยังคงต่อสู้ขัดขืนและขับรถยนต์พยายามหนี ตนจึงได้ยื้อแย่งพวงมาลัยรถ จนรถเกิดเสียหลักพุ่งตกลงคูน้ำข้างทาง เมื่อรถจอดสงบนิ่งก็ได้ลงจากรถและโบกมือเรียกรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่แล่นผ่านมาให้ช่วยไปส่งที่บ้านญาติในชุมชนถนนปะเหลียน กระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว