
พัฒนาการของบอลเวียดนาม "ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน"
ผมตั้งใจจะเขียนถึง การพัฒนากีฬาฟุตบอลของประเทศเวียดนามตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่บังเอิญว่ามีเรื่องด่วนเข้ามาตัดหน้าเสียก่อน ดังนั้นสัปดาห์นี้ผมจะมาเล่าให้ฟัง...ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมทีมชาติเวียดนามถึงได้คว้าแชมป์ฟุตบอล อาเซียนคัพ 2008 และสโมสรบีคาแมค บิ
...ก็เพราะเวียดนามเอาจริงเอาจังกับการพัฒนากีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก รัฐบาลของเขาบรรจุแผนการวางรากฐานกีฬาฟุตบอลเอาไว้ในนโยบายหลักของประเทศ เช่นเดียวกันกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของประเทศเลยทีเดียว
ผมเข้าไปดูแผนการดำเนินงาน และสัดส่วนเงินงบประมาณที่สมาคมฟุตบอลของทุกๆ ประเทศในแถบอาเซียน ใช้ในการพัฒนากีฬาฟุตบอล ซึ่งสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ได้ทำรูปแบบให้เห็นอย่างชัดเจน อยู่ในเว็บไซต์ของเอเอฟซี...พบว่าสัดส่วนการใช้เงินงบประมาณพัฒนากีฬาฟุตบอลของเวียดนาม และของประเทศไทยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สมาคมฟุตบอลเวียดนามใช้เงินถึง 70 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด ทุ่มลงไปกับการพัฒนานักกีฬาเยาวชน ส่วนสมาคมฟุตบอลไทยใช้เงินงบประมาณ 64 เปอร์เซ็นต์ ไปกับการทำทีมชาติชุดใหญ่ ส่วนประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย หรือแม้กระทั่ง เมียนมาร์ ก็ใช้เงินเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ในการพัฒนาเยาวชน ซึ่งถือว่าเป็น “พื้นฐาน” อย่างแท้จริง ผิดกับสมาคมฟุตบอลไทย ที่เอาเงินงบประมาณส่วนใหญ่ลงทุนไปกับ “ยอด” เพื่อเก็บเกี่ยวความสำเร็จเพียงชั่วครู่ชั่วยามเพียงอย่างเดียว
ผมในฐานะสภากรรมการของสมาคมฟุตบอลฯ คนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการในเชิงนโยบาย คงจะต้องนำเรื่องนี้เข้าไปหารือในที่ประชุม พร้อมเสนอแนะเพื่อดำเนินการวางแผน “ยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาฟุตบอล” ของประเทศให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ปรับเปลี่ยนสัดส่วนเงินงบประมาณการพัฒนากีฬาฟุตบอลให้เหมาะสม...
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าสมาคมฟุตบอลไทยบริหารงานผิดพลาด หรือ “หลงทาง” เพียงแต่ต้องปรับสัดส่วนและทิศทางให้เหมาะสมเท่านั้นเอง ซึ่งผมเชื่อว่าคุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล ซึ่งมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ได้เห็นการบริหารงานของสมาคมฟุตบอลต่างๆ ทั่วโลก คงจะเห็นความบกพร่อง และผิดปกติตรงนี้
ผมค่อนข้างกังวล และคิดอยู่ลึกๆ ว่า ต่อจากนี้ไปเวียดนามคงจะเป็นคู่แข่งคนสำคัญของไทย ในการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ คงไม่ได้มีเพียงแค่สิงคโปร์เท่านั้นที่ไทยเราต้องคอยจับตา...เวียดนาม นี่แหละครับที่ผมคิดว่าน่ากลัวกว่า เนื่องจากเวียดนามมี “ทรัพยากรบุคคล” หรือ นักกีฬาเป็นจำนวนมาก
และที่สำคัญ สมาคมลูกหนังเวียดนาม มุ่งมั่น ทุ่มเท ทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างทีมชาติก้าวขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียนให้ได้



