
"วิษณุ" ปัด เดินสายดูด นักการเมือง
"วิษณุ" เชื่อ ศาลรธน.ตีความ คำสั่งหัวหน้าคสช. ไม่กระทบโรดแมป ยัน ยกร่างพ.ร.บ.ตำรวจใหม่ ไร้ปัญหา ปัดตอบ ผลเยียวยา "ค่ายมือถือ-ทีวีดิจิทัล"
22 เม.ย.61 -นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการเสวนา บุพเพฯ เสวนา "ปรากฏการณ์ออเจ้า กับเรื่องเล่าประวัติศาสตร์" ถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มีมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. เพื่อเสนอที่ประชุม สนช.ประกอบการพิจารณา ดังนั้น เขาสามารถตรวจสอบคุณสมบัติได้
เมื่อถามว่าในเมื่อคณะกรรมการสรรหาตรวจสอบประวัติมาแล้ว ในชั้น สนช.มีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นชอบด้วยเหตุผลขาดคุณสมบัติได้อีกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจ แต่คณะกรรมการสรรหาฯ ต้องตรวจสอบและรายงานทุกอย่างแก่ สนช.เพื่อตัดสินใจ
เมื่อถามว่าผู้ที่ถูกลงมติไม่เห็นชอบสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่เขา น่าลองดู แต่ตนไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง เพราะการลงมติของ สนช.มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ ไม่ว่าจะสมาชิกจะลงมติอย่างไรก็ตาม การอภิปรายเป็นเหตุผลของสมาชิกแต่ละคน ทั้งนี้บุคคลที่สนช.ไม่ให้ความเห็นชอบในครั้งนี้ สามารถเข้ารับการสรรหาเป็น กสทช.ใหม่ได้
ส่วนกรณีที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. … ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา เห็นว่าอาจพิจารณายกร่างใหม่ทั้งฉบับ ว่า ตนและพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมการปฏิรูปตำรวจ ได้เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งหากจะยกร่างใหม่ก็ไม่เป็นไร ทำอย่างไรก็ได้ขอให้มันเร็ว ที่เขาทำมาเราใช้เป็นฐานในการพิจารณาได้ อย่าลืมว่าการปฏิรูปตำรวจเป็นเสี้ยวหนึ่งของการปฏิรูปรกระบวนการยุติธรรม เราจะนำข้อสังเกตและรายงานของคณะกรรมาธิการ 3 คณะ คือ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่มี พล.อ.บุญสร้าง เป็นประธาน คณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมที่มี นายอัชพร จารุจินดา เป็นประธาน และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน มาประกอบการพิจารณา และนายมีชัยได้สั่งให้นำรายงานการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ทำไว้อย่างละเอียดมาพิจารณาด้วย
เมื่อถามว่าเมื่อต้องยกร่างใหม่ ถือว่าการทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุดพล.อ.บุญสร้าง เสียเปล่าหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เสียเปล่า เพราะได้รับฟังความคิดเห็นมา ถือว่าได้สิ่งนั้น อีกทั้งพล.อ.บุญสร้าง ระบุว่ามีอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้เขียน ถ้ามีเวลาเขาเตรียมจะทำ คราวนี้เราจะเอาอันนั้นมาใส่ต่อกันกับของคณะกรรมการชุดนี้ ได้ประโยชน์แน่ และการปฏิรูปตำรวจจะจบในคณะกรรมการชุดนี้ ไม่มีการตั้งเพิ่มอีก
เมื่อถามว่าคณะกรรมการชุดนี้มีกรอบเวลาในการทำงานหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯใช้คำว่าเร่งรัด อย่างน้อยเอาอะไรที่ทำได้เลยออกมาก่อน เช่น ประเด็นการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ถ้าออกมาได้ทีเดียวทั้งหมดก็อยากให้เป็นเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นจะไม่เห็นภาพรวม ซึ่งต้องให้ความเห็นใจคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจชุดพล.อ.บุญสร้าง เพราะต้องทำปฏิรูปทั้งหมด มีการแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรก 30% เป็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย พอออกมาก็ตื่นเต้นว่าทำมา 1 ปีได้เท่านี้ แต่ส่วนที่เหลืออีก 70% เขาส่งมาแล้ว หลายอย่างสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยจะนำทั้งหมดมาใช้ในชุดของนายมีชัย
เมื่อถามว่าจะเห็นการปฏิรูปตำรวจเป็นรูปธรรมภายในปีนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "ผมอยากใช้คำว่าไม่กี่วันนี้ด้วยซ้ำ และไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาเหมือนกับการปฏิรูปอื่นๆ เพราะไม่ต้องทำแผนปฏิรูป ทำเพียงกฎหมายส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม"
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญให้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยส่งความเห็นประกอบการพิจารณาภายหลังผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นให้ตีความคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ว่า ตนไม่ทราบว่ามีการแจ้งให้รัฐบาล หรือ คสช.ต้องส่งคำชี้แจงหรือไม่ แต่ถ้าส่งมาคงเป็นในส่วนของ คสช. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีอะไรที่ไปกระทบกับโรดแมป ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เรื่องนี้ก็ยังไม่มีการสอบถามความเห็นมายังรัฐบาล หากจะสอบถามน่าจะสอบถามไปยัง สนช. และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มากกว่า
เมื่อถามว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลลงพื้นที่ไหนจะดึงนักการเมืองเจ้าพื้นที่นั้นมาเข้าร่วม นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นเรื่องนี้ แต่ไม่น่าจะเป็นเช่นที่เขาวิจารณ์ และไม่ใช่ว่าจะสุ่มสี่สุ่มห้าไปที่ไหน แต่ไปในพื้นที่ที่มีการกำหนดวาระไว้ล่วงหน้า วันนี้มีการมองไปถึงช่วงเดือน พ.ค. และมิ.ย. ว่าจะไปพื้นที่ใด เพื่อดูปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับการไปดึง ไปดูดใคร ที่นักการเมืองตั้งข้อสังเกตนั้นก็ตั้งกันอยู่ทุกวัน และที่กล่าวหาว่าเอาเปรียบนั้น ถามว่าจะให้รัฐบาลนั่งนิ่งเฉยๆ ปิดประตูอยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องบริหารราชการหรืออย่างไร เพราะการลงพื้นที่คือ การบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าไม่ทำนั่นจะถือว่าผิด
นายวิษณุ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการแนวทางการแก้ปัญหาผู้ประกอบการกิจการโทรคมนาคม และทีวีดิจิทัล ภายหลังมีการหารือกันเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า เป็นการรวบรวมความเห็นเป็นคราวๆ ไป ได้ข้อมูลแค่ไหนก็ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งส่งไปแล้ว แต่ยังไม่หมด ยังต้องรวบรวมข้อมูลและส่งไปให้อีกครั้ง ส่วนสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องจะช่วยหรือไม่ช่วยผู้ประกอบการโทรคมนาคม และทีวีดิจิทัลหรือไม่นั้น ตนขอไม่ตอบ.



