ข่าว

ฟ้อง !! ตำรวจ ครองแชมป์ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ปี 60

ฟ้อง !! ตำรวจ ครองแชมป์ ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ปี 60

22 เม.ย. 2561

ครบ 136 ปี ศาลยุติธรรม เผย ยอดคดีศาลอาญาคดีทุจริตฯ10 แห่ง 1,178 คดี ฟ้อง ม.157 มากที่สุด

 

          22 เม.ย.61 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเดือนครบรอบสถาปนาศาลยุติธรรม 136 ปี ได้เผยแพร่สถิติคดี ที่เข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางและภาค 1-9 ในช่วงปี 2560 ที่่ผ่านมา โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ ทยอยเปิดทำการตั้งแต่เดือน ต.ค.59 กระทั่งครบทั้ง 9 ภาค เมื่อเดือน เม.ย.60 โดยตั้งแต่เดือน ม.ค.- ธ.ค.60 มีคดีอาญาเข้าสู่การพิจารณาทั้งสิ้น 1,178 คดี , พิพากษาพิจารณาแล้วเสร็จ 762 คดี คิดเป็นร้อยละ 64.69 ของปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณา

          ส่วนคดีแพ่ง มีทั้งสิ้น 4 คดี โดยเข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง 3 คดี และเข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตฯภาค 5 (ภาคเหนือ) อีก 1 คดี ซึ่งทั้งสิ้นคดียังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ

       

 

          ทั้งนี้ในการพิจารณาคดี พบว่า ปริมาณคดีที่เข้าสู่การไกล่เกลี่ยทั้งสิ้น 33 คดี จำแนกเป็นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จำานวน 32 คดี โดยมีการยกเลิกการไกล่เกลี่ย 8 คดี ส่วนที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จจำนวน 8 คดี และดำเนินการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ จำนวน 14 คดี ซึ่งยังอยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ย 2 คดี ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 (ภาคตะวันตก) 1 คดี ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการไกล่เกลี่ย โดยระยะเวลาที่พิพากษาคดีแล้วเสร็จ ตามสถิติเดือน ม.ค.- ธ.ค.60 พบว่า คดีที่พิพากษาเสร็จในช่วงระยะเวลาเกิน 1 เดือนไม่เกิน 3 เดือน มีจำนวน 265 คดี คิดเป็น 34.78%

          รองลงมาพิพากษาเสร็จในเวลาไม่เกิน 1 เดือน จำนวน 170 คดี คิดเป็น 22.31% และถัดมาคือพิพากษาเสร็จในระยะเวลา 6 เดือนไม่เกิน 1 ปีจำนวน 151 คดี คิดเป็น 19.82% อย่างไรก็ดีถือว่าคดีที่เข้าสู่การพิจารณาและพิพากษาแล้วเสร็จ ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงระหว่าง 1 เดือนไม่เกิน 2 ปี

          ส่วนคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนไม่เกิน 1 ปี มี 116 คดี คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในช่วงระยะเวลาเกิน 1 เดือนไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 101 คดี คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในช่วงระยะเวลาเกิน 1 ปีไม่เกิน 2 ปี มี 39 คดี และปริมาณคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในนช่วงระยะเวลาเกิน 2 ปีแต่ไม่เกิน 4 ปี มีจำนวน 3 คดี ซึ่งขั้นตอนที่คดีค้างของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนของการสืบพยาน ถัดมาคือขั้นตอนที่อยู่ระหว่างรอการวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ และสุดท้ายขั้นตอนรอคำพิพากษา/คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาด

          ทั้งนี้ในส่วนคดีอาญาช่วงปี 2560 ที่มีการยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลอุทธรณ์ สถิติพบว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นศาลที่มีปริมาณ ส่งคดีไปยังศาลอุทธรณ์ มากเป็นอันดับแรก จำนวน 189 คดี รองลงมา คือ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 (ภาคอีสาน) จำนวน 11 คดี และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคภาค 8 (ภาคใต้) จำนวน 10 คดี โดย ขณะที่การอุทธรณ์ต่อศาลฎีกานั้น มีเพียงศาลเดียวที่ส่งคดีไปยังศาลฎีกา คือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จำนวน 36 คดี

      

       

          อย่างไรก็ตามคดีที่เกี่ยวกับบุคลากรในหน่วยงานที่ถูกฟ้อง ใน 5 อันดับ อันดับที่ 1 คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 402 คน อันดับที่ 2 กระทรวงมหาดไทย 368 คน อันดับที่ 3 องค์การบริหารส่วนตำบล 351 คน อันดับที่ 4 กระทรวงศึกษาธิการ 348 คน อันดับที่ 5 องค์การบริหารส่วนเทศบาล 195 คน

          สำหรับข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และภาค1 - 9 ในปี 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,295 ข้อหา โดยข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณา 5 อันดับ ซึ่งอันดับที่ 1 ฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยทุจริตหรือโดยมิชอบ (ประมวลกฎหมายอาญา ม.157) จำนวน 757 ข้อหา  อันดับที่ 2 ฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ (ม.147) จำนวน 82 ข้อหา อันดับที่ 3 ฐานเจ้าพนักงานใช้ตำแหน่งโดยทุจริต (ม.151) จำนวน 69 ข้อหา อันดับที่ 4 ฐานเจ้าพนักงานรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ (ม.162) จำนวน 68 ข้อหา อันดับที่ 5 ความผิดเกี่ยวกับบุคคลเรียก รับหรือให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์หรือการใช้อิทธิพลเพื่อจูงใจหรือข่มขืนใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการ ไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำใด จำนวน 35 ข้อหา

          ส่วนการให้ประกันตัวคดีอาญานั้น พบว่าในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีนายประกันที่ผิดสัญญานายประกัน จำนวน 7 คน เป็นเงิน 2,002,000 บาท โดยมีนายประกันที่ค้างบังคับตามสัญญาประกัน จำนวน 22 คน เป็นเงิน 7.6 ล้านบาท.