
ภาคเกษตรไทยได้อะไรจากกลุ่ม"ซีแอลเอ็มวี"ตอน14
โดย - รศ.ดร.พิชัย ทองดีเลิศ [email protected]
ต่อจากเสาร์ที่แล้ว
ในคราวที่แล้วผมและทีมงานได้ทิ้งท้ายว่าจะพาไปดูเรื่องการปลูกสะระแหน่ในเมืองหลวงพระบางกัน อันที่จริงแล้วสะระแหน่ก็เป็นพืชธรรมดาสามัญในบ้านเราที่ใช้ประกอบอาหารกันทั่วไป แต่ในเมืองหลวงพระบางอย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าเป็นเมืองที่คนชอบกินผักกันมาก ดังนั้นแทบทุกอย่างจะมีผักเป็นส่วนประกอบหลักและรอง อีกทั้งทำให้ขยายวงไปยังนักท่องเที่ยวด้วยที่จะต้องบริโภคผักเป็นอาหารแนะนำ
อาจารย์วิรชัยจากมหาวิทยาลัยสุพานุวงได้พาเราเข้าพื้นที่เกษตรในหมู่บ้านรอบนอกเมืองหลวงพระบาง ซึ่งลักษณะภูมิประเทศก็ยังเป็นพื้นที่สูงในลักษณะของเขาที่ลาดเอียงแต่ไม่ชันมาก โดยมีบ้านพักและที่อยู่อาศัยรวมเป็นกลุ่มๆ แต่ไม่หนาแน่นมากและไม่มีรั้วรอบขอบชิด ส่วนพื้นที่ที่ทำการเกษตรถัดออกมาจากตัวบ้านพักอาศัย
ถ้าเรามองจากที่สูงก็จะเห็นเป็นพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่แทรกอยู่ตามเนินเขา เป็นพื้นที่ราบบ้างเอียงบ้างสลับกันไป แต่พืชที่เป็นที่สะดุดตาก็คือ สะระแหน่ ตั้งแต่เรานั่งรถเข้ามาในหมู่บ้านจะสังเกตเห็นเกษตรกรแทบทุกบ้านนั่งล้อมวงและมีเข่งใส่ผักขนาดย่อมๆ ตั้งอยู่รอบๆ และทำกิจกรรมจัดผักเป็นพวงๆอย่างจริงจัง ซึ่งแปลกตาจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นหน้าที่ที่นักวิจัยอย่างเราจะต้องไปเสาะหาข้อมูล
จากการพูดคุยกับเกษตรกรแถบนี้ทำให้เราทราบว่าในพื้นที่แถบนี้ทุกบ้านจะปลูกสะระแหน่กันเป็นหลัก เนื่องจากเป็นพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ ไม่ต้องดูแลรักษาเอาใจใส่มาก ใช้น้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาตามลำธารเล็กๆ และน้ำจากฝนก็เพียงพอที่จะปลูกได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องใช้แรงงานในการปลูกในการดูแลมาก ผลผลิตที่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี ซึ่งดูได้จากความอวบของก้านและขนาดของใบที่ค่อนข้างจะใหญ่และสมบูรณ์
นอกจากนี้ ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรยังบอกเราว่าผลผลิตมีเท่าไหร่ ทางตลาดรับซื้อทั้งหมด แม้ว่าราคาจะไม่ได้สูงอะไรนักแต่ก็สามารถขายได้ตลอดปี จึงอาจพูดได้ว่าสะระแหน่เป็นพืชประจำหมู่บ้านของพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านเองก็ดูจะรู้สึกพอใจกับสภาพชีวิตแบบนี้ แต่ที่ทีมวิจัยเราค่อนข้างแปลกใจก็คือกรรมวิธีในการจัดใบสะระแหน่เป็นพวงกลมๆ เพื่อความสะดวกในขายและการขนส่ง ซึ่งถ้าดูแล้วก็คงจะพบเห็นที่นี่เป็นที่แรกที่ใช้ตอกจากไม้ไผ่เส้นบางขดเป็นวงกลมเพื่อให้หนีบสะระแหน่เป็นพวงๆ ซึ่งดูแล้วก็แปลกดีและสะดวกในการหยิบฉวยไม่ต้องพึ่งพาถุงพลาสติก ก็นับได้ว่าเป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อีกทางหนึ่ง
ในภาพรวมชีวิตเกษตรกรรอบๆ หลวงพระบางยังมีความสุขอยู่กับการผลิตเพื่อการบริโภค แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันบ้าง ขายเป็นอาหารเพื่อการบริโภคในพื้นที่ การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรมีให้พบเห็นน้อยมากจะมีก็แต่ผู้ประกอบการเกษตรพื้นที่ใหญ่จริงๆ เท่านั้น การใช้สารเคมีเพื่อการเกษตรมีให้พบเห็นค่อนข้างน้อย ส่วนสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพสูงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเช่นพวกเนื้อสัตว์ก็มีการนำเข้าจากต่างประเทศแต่เป็นปริมาณไม่มาก ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับทางลาวใต้แล้ว อาจจะกล่าวได้ว่าศักยภาพด้านเกษตรและอาหารทางลาวใต้จะค่อนข้างเด่นกว่าทางลาวเหนือพอสมควร
ในครั้งหน้าเราจะเดินทางออกจากหลวงพระบางเพื่อไปผจญภัยต่อในฮานอยครับ!



