
ส่งป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินกก.สหกรณ์รถไฟ
"กรมส่งเสริมสหกรณ์"ส่งหลักฐานปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินกก.สหกรณ์ฯรถไฟฟ้องแพ่ง-อาญาห่วงครู-ตำรวจปล่อยสูงเสี่ยงเกินความสามารถชำระหนี้ ส่งผลยามเกษียณไม่มีเงินใช้คืน
20 เมษายน 2561 "กรมส่งเสริมสหกรณ์ส่งหลักฐานป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน กรรมการสหกรณ์ฯรถไฟ ห่วงความเสี่ยงสหกรณ์ปล่อยกู้เกินความสามารถชำระหนี้ครู-ตำรวจ ปล่อยสูง เพิ่มหนี้ครัวเรือนอาจส่งผลยามเกษียณไม่มีเงินใช้คืน"
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่านายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรฯได้สั่งการให้เร่งแก้ปัญหาการปล่อยกู้กว่า 2 พันล้านบาท ที่ส่อทุจริตของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ โดยกรมได้ไปยื่นหลักฐานการปล่อยกู้ ให้สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.)เข้าตรวจสอบเส้นทางการเงินของอดีตกรรมการสหกรณ์ฯรถไฟ 26 คนและผู้กู้ 6 คน ว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไร จึงมีการปล่อยกู้ผิดปกติส่งผลให้สหกรณ์มีความเสียหายขาดสภาพคล่อง
พร้อมกับฟ้องร้องทางแพ่งและอาญาในดคีฉ้อโกง ยึดทรัพย์เป็นที่ดิน กว่า 300 ไร่ โดยมีราคาประเมินของทางราชการ เพียง 400 ล้านบาท แต่นำมาค้ำประกันเงินกู้ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะนำที่ดินขายทอดตลาดเร็ว ๆ นี้เพื่อชดใช้ความเสียหายเกิดจากบริหารงานของกรรมการ และสัปดาห์หน้าจะประชุมร่วมกับสหกรณ์เจ้าหนี้ 15 ราย ที่นำเงินมาฝากหรือให้กู้ เพื่อขอให้ชะลอหนี้พักดอกเบี้ยจนกว่าสหกรณ์ฯรถไฟ เพื่อร่วมมือกันช่วยให้มีสภาพคล่องกลับมา
พิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ล่าสุดกรมฯ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินทั้งหมดที่สหกรณ์ต่าง ๆ ได้นำมาฝากหรือให้สหกรณ์สโมสรรถไฟฯ กู้ยืม ว่า การดำเนินการดังกล่าว ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือไม่ เพราะที่ผ่านมากรมฯ ได้ออกระเบียบให้สหกรณ์แต่ละแห่งนำเงินของสมาชิกไปฝากหรือปล่อยกู้ยังสหกรณ์ต่างๆ ได้ไม่เกิน 10% ของทุนเรือนหุ้นเท่านั้น
“ที่ผ่านมาการฝากเงินหรือปล่อยกู้ให้สหกรณ์สโมสรรถไฟฯ มีบางสหกรณ์เอาเงินทุนของตัวเองมากถึง 40% มาฝาก เช่น ทุนตัวเองมีอยู่ 1,000 ล้านบาท ก็นำเงินไปฝากถึง 400 ล้านบาท ถือว่ามีความเสี่ยงสูงหากเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งการเอาเงินไปฝากมาก ๆ นี้ ก็เกิดจากสหกรณ์สโมสรรถไฟฯ ให้ดอกเบี้ยสูงมาก ดังนั้นกรมฯ จึงได้ออกประกาศนายทะเบียนสหกรณ์คุมทั่วประเทศ กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้ไม่เกิน 4.5% ต่อปี และมิ.ย.61จะลดเหลือ 4% เป็นขั้นบันได จนเหลือต่ำสุดในปี 63 เหลือไม่เกิน 3.5% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้มากขึ้น”รองอธิบดีฯกล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่าคณะกรรมการชุดชั่วคราวที่แต่งตั้งขึ้น เพื่อมาทำหน้าที่เร่งรัดการดำเนินคดี เพื่อเรียกคืนค่าเสียหาย พร้อมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง ด้วยการเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอผ่อนผัน และยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 180 วัน หลังจากนั้นจึงเลือกคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาบริหารงานต่อไป
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่าปัจจุบันยังพบสหกรณ์บางแห่งกำลังมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ครู หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ที่ได้มีการปล่อยกู้ให้กับสมาชิกต่อรายเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก จนส่งผลต่อหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นและอาจมีความเสี่ยงขึ้นมาในกรณีที่สมาชิกรายดังกล่าวเกษียณอายุราชการ ส่งผลทำให้มีความสามารถในการชำระหนี้คืนในอัตราต่ำ เพราะรายได้ลดลง
กรมฯ จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในเรื่องความเสี่ยงเรื่องการปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการตอนนี้น่ากังวล เพราะสหกรณ์ปล่อยกู้ต่อรายเป็นจำนวนเงินสูง พอเกษียณแล้วรายได้ลดลง เงินได้รายเดือนเหลือไม่พอการชำระหนี้ ประกอบกับสมาชิกมีหนี้หลายทาง ทั้งเป็นลูกหนี้ธนาคาร กองทุนหมู่บ้าน เช่าซื้อต่าง ๆ ภาระหนี้สินที่มาก ปัญหาตรงนี้กำลังเกิดมากขึ้น เป็นปัญหาการ ด้อยคุณภาพของลูกหนี้
"ต้องกำกับการปล่อยกู้ของแต่ละสหกรณ์ ด้วยการดูความสามารถในการ ชำระหนี้ของลูกหนี้ตัวเองด้วย เพราะบางสหกรณ์นั้น ทางผู้สอบบัญชีไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีความเสี่ยงที่ลูกหนี้ไม่มีความสามารถชำระหนี้คืนเกือบ 100 ล้านบาท ดังนั้นคณะกรรมการสหกรณ์จึงต้องระมัดระวังในการให้สินเชื่อแก่สมาชิกด้วย” รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว



