
'ยายมั่น'ลั่นสู้เรียกร้องสิทธิ์เหมือน'ยายไฮ'
ยายมั่นเข้าวัดทำบุญ ลั่นจะเดินหน้าเรียกร้องสิทธิ์ค่าชดเชยเหมือนยายไฮ
(12ต.ค.) นางมั่น พาเลิศ อายุ 88 ปี อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ที่ 7 ต.นาตาล อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างฝายห้วยละห้า เช่นเดียวกับนางไฮ ขันจันทา ซึ่งได้รับค่าชดเชยไปแล้ว ได้นำเพื่อนบ้าน 16 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากฝายห้วยละห้า แต่กลับมิได้รับการพิจารณาจากรัฐบาล ได้พากันเดินทางมาทำบุญสังฆทาน ที่วัดพระโต บ.ปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล เพื่อร่วมกันอุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ที่ได้เสียชีวิตไปในห้วงของการปล่อยน้ำจากห้วยละห้าทิ้ง เมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา
นางมั่น กล่าวว่า ที่มาทำบุญวันนี้นับเป็นการเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรม ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ยายไฮได้ แล้วทำไมพวกตนไม่ได้ วอนนายกรัฐมนตรีอย่าเลือกปฏิบัติ ที่ผ่านมาก็ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อส่วนราชการไว้แล้ว
ส่วนที่เลือกทำบุญในวัดแห่งนี้ เนื่องจากเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธ์มาก เป็นวัดที่มีพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อประดิษฐานในวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำโขง มีผู้ให้ความเคารพสักการะทั้งสองฟากฝั่งไทย ลาว หวังเพื่อที่จะให้สัตว์ที่ตายวันนั้นคือวันปล่อยน้ำออกจากเขื่อน ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ตลอดจนชีวิตของแมลงทั้งหลาย ขอให้เขาพากันได้รับผลบุญที่ทำให้ในวันนี้ จากนั้นก็จะรอฟังคำตอบจากรัฐบาลไปสักพักหนึ่ง หากเรื่องไม่คืบหน้า พวกตนทั้ง 16 ราย ตลอดทั้งบรรดาลูกหลานทั้งหลาย ก็คงจำเป็นจะหันหน้าเข้าพึ่งพากับกลุ่มที่ใส่เสื้อสีกันอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้ได้มาถึงความชอบธรรม ยายมั่นกล่าวก่อนที่ทำการกรวดน้ำ
พระครูพุทธวราธิคุณ เจ้าคณะอำเภอนาตาล และเจ้าอาวาสวัดพระโต กล่าวว่า คนมีทุกข์คือคนมีกรรม ดังนั้นยายมั่นซึ่งในขณะนี้ ก็ถือว่ากำลังอยู่ในห้วงแห่งกรรม และการที่พากันได้อุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์ที่ได้ล่วงลับไปแล้วนั้น นับว่าเป็นการดี อยากจะฝากเตือนพร้อมกับชี้ทางสว่างให้แก่รัฐบาลชุดนี้ด้วยว่า ถึงอย่างไรก็ขอให้พากันตั้งมั่นในธรรม 10 ประการให้ได้ ผู้ที่เป็นผู้นำจะต้องศึกษาและเรียนรู้ให้ได้ว่ามีอะไรบ้างที่พระพุทธองค์ท่านได้กำหนดเอาไว้ หากไม่เช่นนั้นแล้ว ปัญหาวุ่นวายต่างๆก็จะไม่รู้จักจบจักสิ้นกันสักที ขอให้ทุกท่านจงมีความสว่างในธรรม มีดวงตาเห็นธรรมกันไว้บ้าง แล้วประเทศจึงจะเจริญ



