
ตื่น!ฉลามโผล่หัวหิน งับขาฝรั่ง.ทช.เล็งติดตั้งตาข่ายป้องกัน
รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ นำทีมสำรวจทะเลหาดเขาเต่า ผู้เชี่ยวชาญชี้บาดแผลนักท่องเที่ยวมาจากฉลามหัวบาตร ขณะที่ทช.เตรียมแผนติดตั้งตาข่ายป้องกันไม่ให้เข้ามาในเขตคนเล่นน้ำ
หลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบบริเวณทะเลพื้นที่หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังโลกโซเชียลได้แชร์ภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งลงเล่นน้ำบริเวณดังกล่าวและได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขา โดยในคลิปดังกล่าวระบุว่านักท่องเที่ยวรายนี้ได้รับบาดเจ็บจากถูกฉลามกัด เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 15 เมษายน สร้างความตกใจให้นักท่องเที่ยว ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ แดง จิตต์วารินทร์ ได้ไลฟ์สดเฟซบุ๊กเป็นภาพฉลามว่ายวนเวียนอยู่บริเวณชายฝั่งหมู่บ้านเขาเต่า จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้างนั้น
วันที่ 17 เมษายน นายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่ทช. พร้อมนักวิชาการทางทะเล จะนำเรือออกไปตรวจสอบจุดที่พบฉลามตั้งแต่จุดหน้าวัดถ้ำเขาเต่า-หาดเขาเต่า-หาดทรายใหญ่-หาดทรายน้อย-หาดหัวหิน พูดคุยชาวประมงในพื้นที่ รวมทั้งเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเต่าเพื่อหาข้อมูล ซึ่งหลวงพ่อบอกว่ามักจะมาว่ายช่วงบ่ายๆ ของวัน รวมทั้งจะเข้าเยี่ยมและพูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเพื่อให้เล่าเหตุการณ์อย่างละเอียด
“ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่านักท่องเที่ยวถูกฉลามกัดหรือไม่ โดยจะต้องดูจากร่องรอยแผลที่ถูกกัดอย่างละเอียด ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ชัดเจนที่สุด เนื่องจากบาดแผลจากฟันฉลามจะต้องปรากฏซี่ฟันของฉลามซึ่งต่างจากรอยแผลบาดจากเพรียงและหินชัดเจน จึงจะให้คำตอบว่าเป็นการกัดของฉลามจริง” นายโสภณกล่าว
รองอธิบดีทช.กล่าวอีกว่า จากข้อมูลยืนยันของนักวิชาการยังไม่เคยเจอข่าวหรือมีรายงานว่าพบฉลามกัดนักท่องเที่ยวในทะเลอ่าวไทย ยกเว้นกรณีปีที่ผ่านมา เคยมีข่าวชายหาดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต อย่างไรก็ตามจะให้นักวิชาการที่เชี่ยวชาญตรวจสอบให้แน่ชัดว่าภาพที่ปรากฏเป็นฉลามชนิดอะไร
"ยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบต่อการท่องเที่ยว และหากวันนี้รอยแผลยืนยันว่าเป็นรอยฉลามกัดจริง และปรากฏและเจอตัวฉลามในทะเลหัวหิน มีความเป็นไปได้ว่าอาจต้องหาแนวทางร่วมกับท้องถิ่น นักวิชาการในการจับหรือย้ายฉลามออกไปในพื้นที่อื่นๆ แต่ทั้งหมดต้องรอข้อเท็จจริงและตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน และถ้าจะต้องเคลื่อนย้ายฉลามจะต้องมีกระบวนการทางวิชาการที่รอบคอบเหมือนที่ย้ายจระเข้เลพัง ออกจากทะเลภูเก็ต" นายโสภณระบุ
นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตำรวจท่องเที่ยว และ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองหัวหิน ในการร่วมกันเฝ้าระวัง แจ้งเตือนนักท่องเที่ยวในช่วงระหว่าง 1-2 สัปดาห์นี้ที่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวไม่ลงเล่นน้ำเกินกว่าระยะ 20 เมตร หรือลงเล่นน้ำลึก พร้อมกันนี้จะติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มการระมัดระวังตัวขณะลงเล่นน้ำ
วันเดียวกัน นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายรุจน์ประทีป ธรรมรพีภัทร์ นายอำเภอหัวหิน และเจ้าหน้าที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว ประมงอำเภอหัวหิน นักวิชาการด้านที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสภาพท้องทะเลที่พบฉลาม และสอบถามข้อมูลผู้ที่เคยพบเห็นฉลามในบริเวณเกิดเหตุ
พระครูบุญญาภิราม เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเต่า อ.หัวหิน เปิดเผยว่า ได้ไปเฝ้าจุดที่ชาวต่างชาติลงเล่นน้ำซึ่งอยู่บริเวณหน้าวัด และถ่ายคลิปวิดีโอรวมทั้งภาพนิ่งของฉลามไว้ได้เมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา จากนั้นได้นำคลิปที่บันทึกไว้ออกมาเผยแพร่ทางโซเชียลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ โดยเฉพาะกรมประมง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว
พระครูบุญญาภิรามเล่าว่า ก่อนหน้านี้พบเห็นฉลามเข้ามาว่ายวนเวียนอยู่บริเวณชายฝั่งและโขดหินฝั่งวัดถ้ำเขาเต่าเป็นประจำตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะพบเห็นได้ในช่วงเย็นถึงช่วงค่ำ บางวันที่น้ำนิ่ง หรือน้ำขึ้นเยอะเคยเห็นฝูงฉลามเข้ามาว่ายประมาณ 40-50 ตัว โดยฉลามเหล่านี้จะเข้ามากินปลาเล็กๆ ที่อยู่ตามโขดหิน ซึ่งก็ไม่ได้แปลกใจอะไร จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บขณะลงเล่นน้ำ และระบุว่าถูกฉลามกัด ขณะนั้นยังไม่มีใครเชื่อว่าจะถูกฉลามกัด อาจจะโดนหอยเพรียง หรือหิน
“ในช่วงเย็น (16 เม.ย.) อาตมาได้ยืนบนวัดซึ่งตั้งอยู่บนเขาและยื่นลงไปในทะเล ก็พบเห็นฉลามว่ายวนเวียนมา 3-4 ตัวจึงถ่ายวิดีโอพร้อมไลฟ์สดเพื่อแสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้มีฉลามเข้ามา และมีลักษณะคล้ายฉลามหูดำ หรือฉลามครีบดำความยาวประมาณเกือบ 2 เมตร และเมื่อดูคลิปบาดแผลของนักท่องเที่ยวก็เป็นไปได้สูงว่าอาจจะถูฉลามกัด ซึ่งในวันที่เกิดเหตุเมื่อทราบข่าวก็แจ้งชาวบ้านให้เตือนนักท่องเที่ยว ไม่ได้อยากสร้างความตื่นตระหนก หรือจะให้ฆ่าฉลาม แต่ต้องการนำเสนอความเป็นจริง” พระครูบุญญาภิรามกล่าว
นายพิเชษ หวังกาย ชาวประมงเขาเต่า อ.หัวหิน กล่าวว่า เมื่อประมาณ 1 ปีที่่ผ่านมา ได้ออกเรือและจับฉลามหัวบาตร ติดอวนปลากระเบนมาได้ 2 ตัวน้ำนักประมาณ 30-40 กิโลกรัม โดยจะว่ายหากินอยู่บริเวณหาดเขาเต่า-หาดทรายใหญ่-หาดทรายน้อย เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เป็นเขตอนุรักษ์ โดยเฉพาะหาดทรายใหญ่ จนกระทั่งมาทราบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกฉลามกัดก็รู้สึกตกใจ และยิ่งเมื่อพบว่ามีการถ่ายคลิปฉลามไว้ได้ ก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องมาตรวจสอบว่าเป็นฉลามอะไร
จากนั้นคณะตรวจสอบได้เข้าพบทีมแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ของนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ วัย 54 ปี
นพ.พงษ์ศักดิ์ บุญยะลีพรรณ ผช.ผอ.รพ.กรุงเทพหัวหิน กล่าวว่า อาการล่าสุดของคนไข้ดีขึ้นตามลำดับหลังจากเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 เมษายน โดยได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่เท้าซ้าย ต้องเย็บไปทั้งหมด 19 เข็ม มีเส้นเอ็นเท้าขาด และกระดูกส้นเท้าแตกเล็กน้อย ขณะนี้บาดแผลดีขึ้น ไม่พบอาการอักเสบหรือติดเชื้อใดๆ โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการรักษาประมาณ 4 เดือน และสุขภาพจิตของคนไข้ดีมาก ไม่มีอาการวิตกกังวลใดๆ และคนไข้ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนมาถึงมือหมอเป็นอย่างดี
ด้าน สพญ.วัชรา ศากรวิมล นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง (ชุมพร) ระบุว่า ได้สอบถามข้อมูลกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านฉลามจากกรมประมง ดร.ทัศพล กระจ่างดารา โดยดูจากภาพบาดแผล เทียบเคียงคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพฉลามได้ที่หน้าวัดถ้ำเขาเต่า และตรวจสอบพื้นที่สภาพแวดล้อมจุดเกิดเหตุพบว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นฉลามหัวบาตร โดยตั้งสมมุติฐานการกัดในครั้งนี้ไว้ 2 อย่าง คือ กัดเพราะความตกใจ ด้วยฉลามมีพฤติกรรมระวังภัย อาจเป็นไปได้ว่านาทีที่นักท่องเที่ยวกระโดดน้ำและเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฉลามว่ายน้ำผ่านมาพอดี
“หรืออาจเป็นเพราะจังหวะที่นักท่องเที่ยวอยู่ในน้ำแล้วฉลามว่ายผ่าน และเข้าใจว่านักท่องเที่ยวเป็นอาหารจึงมีพฤติกรรมงับเพื่อเช็กเหยี่อว่าสามารถกินได้หรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่ใช่พฤติกรรมการกัดเพราะต้องการทำร้าย เพราะหากกัดในลักษณะทำร้ายจะเป็นการกัดที่รุนแรงมากกว่านี้ หรือกัดพร้อมกันหลายตัว” สพญ.วัชรา ระบุ
นายบรรณารักษ์ เสริมทอง ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า พื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุดังกล่าวอยู่ติดแนวเขตพระราชฐานจึงห้ามมิให้ทำประมงในบริเวณดังกล่าว ทำให้สัตว์ทะเลชุกชุมและอุดมสมบูรณ์อย่างมาก มีความเป็นไปได้ว่าฉลามจะเข้ามาอยู่อาศัยและหากินในบริเวณดังกล่าว เมื่อมีการตรวจสอบพบฉลามจะเสนอกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตั้งตาข่ายกันฉลามล้อมรอบจุดที่นักท่องเที่ยวเล่นน้ำเพื่อความปลอดภัย พร้อมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนข้อมูลให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจและทราบสถานการณ์ เพื่อให้ไม่เกิดการตื่นตระหนก



