
อานิสงส์อิทธิฤทธิ์พายุ"กิสนา""ภาคเกษตร"เหนือตอนล่างอ่วม
"อุทกภัย" นับเป็นภัยธรรมชาติที่รุนแรงและสร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ทางการเกษตรมากที่สุด แต่ละปีมีผลผลิตที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมนับล้านๆ ไร่ จนเกษตรกรแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะพื้นที่เพาะปลูกถูกน้ำไหลทะลักเข้าท่วมผลผลิตจมอยู่ในน้ำจนเสียหาย
เป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน เช่นเดียวกับปีนี้ที่เกิดฝนตกหนักเพราะได้รับอิทธิพลจากพายุกิสนาที่พัดผ่านเข้ามา โดยเฉพาะ จ.พิจิตร และจ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศก็ต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว
เดชา ภู่ละออ เกษตรจังหวัดพิจิตร เผยว่า ปีนี้ค่อนข้างโชคดีน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางการเกษตรน้อยกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีพื้นที่เสียหายเพียง 2 อำเภอ คือ อ.สากเหล็ก และอ.ดงเจริญ จากเดิมหากมีน้ำท่วมเกิดขึ้นพื้นที่ทางการเกษตรจะเสียหายทั้ง 12 อำเภอ โดยเฉพาะใน อ.สามง่าม อ.บางมูลนาก อ.โพทะเล อ.โพธิ์ประทับช้าง ที่เสียหายหนักสุด
ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลความเสียหายและสรุปตัวเลข ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา อ.สากเหล็ก มีนาข้าวเสียหายจากน้ำท่วม 28,360 ไร่ อ.ดงเจริญ นาข้าวเสียหาย 7,632 ไร่ น้ำท่วมที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากพายุกิสนา แต่ อ.ดงเจริญ ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาที่ติดกับ จ.เพชรบูรณ์ ขณะที่ อ.สากเหล็ก ก็รับน้ำที่ไหลมาจาก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก แต่น้ำที่ไหลมาจะท่วมในระยะเวลาสั้นๆ และลดระดับลงอย่างรวดเร็วไม่ท่วมขังเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
แม้ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีไม่มาก แต่หลังจากนี้ต้องรอให้หน่วยงานในพื้นที่สำรวจความเสียหายและรายงานเข้ามาเพิ่มเติมอีกครั้ง เพราะตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น สำหรับ จ.พิจิตร มีพื้นที่ทางการเกษตรทั้งหมดประมาณ 2.8 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าว 1.9 ล้านไร่ หรือกว่า 70% ส่วนพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่ 1.8 แสนไร่ ไม้ผล 1 แสนไร่ และที่เหลือเป็นพืชอื่นๆ
ด้านสำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก รายงานสรุปตัวเลขพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมที่เกิดขึ้นล่าสุดในปี 2552 นี้ว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 5 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.วังทอง อ.บางระกำ อ.บางกระทุ่ม และอ.พรหมพิราม โดย สุรพล จารุพงษ์ เกษตรจังหวัดพิษณุโลก ระบุว่า แม้พื้นที่เกษตรประสบปัญหาน้ำท่วมแต่เชื่อว่าราคาผลผลิตจะดีกว่าปีที่ผ่านมาเมื่ออิงกับราคาตลาดโลก เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นคู่สำคัญคือ เวียดนาม ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุจนทำให้พื้นที่ปลูกข้าวได้รับความเสียหาย สำหรับพื้นที่ทางการเกษตรของ จ.พิษณุโลก มีทั้งหมด 3 ล้านไร่ เป็นนาข้าวถึง 1.4 ล้านไร่
ส่วน จ.ลำปาง เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุกิสนา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง ได้ประมาณการความเสียหายในเบื้องต้นมีอำเภอได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมรวม 2 อำเภอ คือ อ.เถิน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 ตำบล คือ แม่วะ ล้อมแรด เวียงมอก รวม 18 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 541 ราย มีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย 1,625 ไร่ 3 งาน แบ่งเป็นนาข้าว 1,078 ไร่ 2 งาน ไม้ผล/พืชผล 339 ราย ถั่วเหลือง 208 ไร่ 1 งาน
ขณะที่ อ.แม่พริก มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 4 ตำบล คือ แม่ปุ แม่พริก ผาปัง และพระธาตุวังตวง รวม 30 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับผลกระทบ 2,800 ราย พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย 10,280 ไร่ แบ่งเป็นนาข้าว 3,000 ไร่ พืชไร่ 2,000 ไร่ ไม้ผลพืช/ยืนต้น 5,000 ไร่ พืชผัก 280 ไร่ ซึ่งน้ำท่วมที่เกิดขึ้นใน อ.แม่พริก ปีนี้ถือว่ารุนแรงและหนักที่สุดในรอบปี อย่างไรก็ตามความเสียหายที่แท้จริงอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจ
ต้องยอมรับว่าภัยธรรมชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตร โดยเฉพาะน้ำท่วม ที่สร้างความเสียหายให้ทุกปี แม้บางพื้นที่ความรุนแรงจะลดลง แต่บางพื้นที่กลับเสียหายรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะอากาศของโลก จึงจำเป็นที่หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องและรับผิดชอบต้องวางแผนรับมือและหาทางแก้ไขรวมทั้งเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
----------------------------------------------------------------------
ล้อมกรอบ - ก.เกษตรฯ เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยถึงความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาอุทกภัยจากพายุ “กิสนา" กว่า 17 จังหวัด รวมกับพื้นที่เดิมที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง 5 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี ชัยภูมิ และแพร่ รวมเป็น 22 จังหวัด โดยเบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯ จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 1,200 เครื่อง ปัจจุบันกรมชลประทานจัดส่งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือไปยังจังหวัดต่างๆ แล้วจำนวน 106 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำอีกจำนวน 37 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ท่วมขังและช่วยเหลือเกษตรกรไม่ให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
ธีระ ระบุอีกว่า ขณะนี้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายด้านภาคการเกษตรเพิ่มเติมเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ โดยเร่งด่วน เนื่องจากคาดว่าตัวเลขความเสียหายจะมีเพิ่มมากขึ้นจากข้อมูลที่ได้รายงานความเสียหายเบื้องต้นระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2552 พบว่าพื้นที่การเกษตรที่คาดว่าจะเสียหายและได้รับผลกระทบใน 21 จังหวัด แบ่งเป็นด้านพืช 18 จังหวัด ได้แก่ ข้าว 2 แสนกว่าไร่ พืชไร่ 4 หมื่นกว่าไร่ และพืชสวน 2 หมื่นกว่าไร่ ปศุสัตว์ 8 จังหวัด และด้านประมง 7 จังหวัด โดยมีเกษตรกรได้รับผลกระทบแล้วจำนวน 45,953 ราย
"สถานการณ์ของลุ่มน้ำภาคกลางขณะนี้ยังไม่เข้าขั้นวิกฤต และแม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างอยู่ในระดับต่ำกว่าตลิ่งค่อนข้างมาก แต่ก็สั่งการกรมชลประทานติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว" รมว.เกษตรฯ กล่าวย้ำ
จันจิรา จารุศุภวัฒน์



