
ขอรัฐ 800ล.ผุด26เขื่อนป้องตลิ่งพังริมลุ่มน้ำกระบุรี-หวั่นปัญหาเขตแดน
ระนอง - เมืองระนอง เดินหน้าแก้ปัญหาตลิ่งลุ่มน้ำกระบุรี กั้นระหว่างไทย-พม่าพัง หวั่นอนาคตเกิดปัญหาแนวพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศ ล่าสุดชงของบรัฐกว่า 800 ล้าน ผุด 26 เขื่อนป้องกันตลิ่งเป็นแนวยาวกว่า 10 กม.
นายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าฯ ระนอง เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมคณะกรรมการป้องกันและพัฒนาตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำกระบุรี ประชุมครั้งที่ 2/2552 เพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะแนวตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำกระบุรี ซึ่งกั้นพรมแดนไทย-พม่า ระยะทาง 60 กม. ขณะนี้พบว่าบางช่วงในพื้นที่ 3 ตำบลของอ.กระบุรี คือ ต.มะมุ ต.น้ำจืด และต.ปากจั่น แนวตลิ่งถูกกระแสน้ำพัดเปลี่ยนทิศทางกินรุกล้ำเข้ามาฝั่งไทย จากการเก็บข้อมูลของ สนง.โยธาธิการ พบว่าแต่ละปีผืนดินฝั่งไทยถูกกระแสน้ำกัดเซาะหายไปไม่ต่ำกว่า 3-5 เมตรต่อปี
“จุดที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะรุนแรง ต้องแก้ไขเร่งด่วนมี 26 จุด ระยะทาง 10,770 ม. วิธีแก้คือ สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังและใช้งบทั้งสิ้น 863.635 ล้านบาท ล่าสุด กรมโยธาธิการ จัดสรรงบปี 2553 จำนวน 36 ล้านบาท ก่อสร้างเขื่อนใน 2 จุดคือที่บ้านสองพี่น้อง หมู่ 1 ต.มะมุ ความยาว 250 ม. และบ้านหาดใหญ่ หมู่ 8 ต.ปากจั่น ความยาว 200 ม.ซึ่งคาดจะเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้”
ด้านนายจรัล ลำดวน อดีตนายก อบต.มะมุ อ.กระบุรี กล่าวว่า จากปัญหาน้ำกัดเซาะริมตลิ่งมีมานานนับสิบปี แต่ละปีกินพื้นที่เข้ามาไม่ต่ำกว่า 3-5 เมตร ส่งผลให้สภาพภูมิประเทศเริ่มแปรเปลี่ยน
“ที่ผ่านมา อปท.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อของบสร้างเขื่อน โดยเฉพาะเขต ต.มะมุ ซึ่งมีแนวยาว 3 กม.แต่ไม่เคยได้รับงบจากหน่วยงานใดๆ ชาวบ้านในท้องถิ่นจึงแก้ปัญหาด้วยตนเอง อาทิ นำหินมาถมแนวชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะ รวมถึงนำหญ้าแฝกมาปลูกแต่ไม่สามารถทนต่อแรงกัดเซาะของน้ำได้”
นายจรัลกล่าวอีกว่า ล่าสุดชาวบ้านได้นำยางรถยนต์ที่ใช้แล้วมาผูกเป็นแนวยาว ก่อนนำไปวางซ้อนทับแนวชายฝั่งที่ถูกน้ำกัดเซาะ จากการติดตามผลมาระยะหนึ่ง ถือเป็นทางออกที่ดี ใช้งบน้อย เนื่องจากยางรถยนต์รับการกระแทกของน้ำได้ดี ยืดหยุ่นสูง ขณะนี้ได้เร่งระดมขอบริจาคยางรถยนต์เก่าจากชาวบ้านมาสร้างเขื่อนกั้นน้ำแบบประยุกต์ ซึ่งคาดว่าความยาว 3 กม.จะต้องใช้ยางรถยนต์นับหมื่นเส้น
---------



