
กล่อม ชูแก้ว : ผู้สืบภูมิปัญญาท้องถิ่นสุดยอดฝีมือ "นักหุ้มโพน" แห่งปักษ์ใต้
โพน เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านแห่งปักษ์ใต้ มีรูปร่างคล้ายกลองทัด ตัวกลองทำด้วยไม้เนื้อแข็ง เหนียว ไม่แตกง่าย เช่น ไม้ตาลโตนด ไม้ตะเคียนทอง ไม้พะยอม ไม้ขนุน ไม้จำปาดะ
สำหรับไม้ที่ทำให้โพนเสียงดีมากที่สุด คือ ไม้ตะเคียนทอง ซึ่งมักจะใช้ประกอบจังหวะบนเรือพระในวันลากพระในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาของภาคใต้ และยังใช้เป็นสัญญาณตีบอกเวลาของพระเณรในวัดอีกด้วย
ทว่า ด้วยความยากในการผลิตโพน จึงทำให้นับวันจะหลงเหลือนักหุ้มโพนน้อยลงไปทุกวันจนแทบจะสูญหายไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
แต่ กล่อม ชูแก้ว หรือ "ลุงกล่อม" ในวัย 60 ต้นๆ แห่งบ้านปรางหมู่ ต.ปรางหมู่ อ.เมือง จ.พัทลุง ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งนักหุ้มโพน โดยปวารณาตนว่าจะยึดอาชีพนี้เลี้ยงชีพไปตราบจนลมหายใจสุดท้ายแห่งชีวิต
บ้านปรางหมู่นับเป็นแหล่งผลิตโพนที่มีชื่อเสียงใน จ.พัทลุง และโพนจากที่นี่ก็ถูกส่งไปจำหน่ายทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้ จนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางจำหน่ายโพนแห่งปักษ์ใต้
ส่วนครอบครัวของลุงกล่อมก็สืบทอดวิชาหุ้มโพนมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนฝีมือเชิงช่างซึมซาบอยู่ในสายเลือดโดยอัตโนมัติ โดยแรกๆ ลุงกล่อมจะหุ้มโพนขายให้วัดในละแวกบ้านเท่านั้น และยังใช้เวลาว่างในวัยหนุ่มตระเวน "แข่งตีโพน" ไปทั่วอีกด้วย
กล่อมในวัยหนุ่มเล็งเห็นว่า วัดทุกวัดทั่วปักษ์ใต้ต้องใช้โพนอยู่แล้ว จึงยึดอาชีพหุ้มโพนขายอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยเริ่มจากการทำบ้านไม้ยกพื้นให้เป็นสถานที่ประกอบ และหุ้มโพนเต็มรูปแบบเพื่อส่งขายโดยเฉพาะ
นอกจากจะหุ้มโพนขายจนสามารถเลี้ยงครอบครัวได้แล้ว ฝีมือการหุ้มโพนของเขายังคว้ารางวัลมาแล้วมากมาย
โดยเฉพาะรางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี 2548 ซึ่งการันตีความเป็นยอดฝีมือการหุ้มโพนได้ดีที่สุด
ด้วยฝีมือที่มีดีไม่มีตกทำให้โพนของลุงกล่อมเป็นที่ยอมรับทั่วปักษ์ใต้เพื่อนำไปใช้ตีบนเรือพระ หรือนำไปแขวนไว้ที่หอระฆังวัด โดยแต่ละปีจะมีโพนฝีมือลุงกล่อมออกสู่ท้องตลาดไม่ต่ำกว่า 30 ลูก
สนนราคาสำหรับโพนขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 38 ซม. อยู่ที่ 5,000 บาท โพนขนาดกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 48 ซม. ราคาไม่ต่ำกว่า 7,000 บาท และโพนขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 49 ซม.ขึ้นไป ราคาอยู่ระหว่าง 8,000-15,000 บาท
ลุงกล่อมยังมองถึงการสืบทอดภูมิปัญญาไม่ให้สูญหาย โดยได้ถ่ายทอดฝีมือการหุ้มโพนให้แก่บุตรชายทั้ง 4 คน เพราะหากไม่รีบถ่ายทอดไว้แต่เนิ่นๆ ความรู้แขนงนี้ก็จะสูญหายไปตามกาลเวลาอย่างแน่นอน
ปัจจุบันบ้านไม้ยกพื้นของลุงกล่อมยังเป็นศูนย์ถ่ายทอดภูมิปัญญาการหุ้มโพนจากรุ่นสู่รุ่นอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ และสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไม่ให้สูญหายแล้ว ยังสามารถเป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพของแต่ละครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
สุพิชฌาย์ จันต๊ะปา



