
ชงของบชดเชยประกันราคา5หมื่นล.ขีดเส้นส่งรายชื่อเกษตรกร15ต.ค.นี้
สศช.เสนอ ครม.ขอชดเชยส่วนต่างประกันพืชผลไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ขีดเส้นรายชื่อเกษตรกรขึ้นทะเบียนให้ ธ.ก.ส.ภายใน 15 ต.ค.นี้ ก่อนเร่งทำสัญญาพร้อมเร่งแก้ไขจุดอ่อนโครงการรับช่วงแรกมีปัญหารั่วไหล
นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานการดำเนินโครงการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 13 ตุลาคมนี้ จะเสนอขอใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท เพื่อใช้ชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรสำหรับพืช 3 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และข้าวโพด วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท สำหรับเกษตรกรกว่า 5.8 ล้านครัวเรือน
"โครงการดังกล่าวทำให้เกษตรกร 80% ของประเทศ มีระบบประกันรายได้ในการทำอาชีพเกษตรกรรม เพราะจะได้ผลตอบแทนแน่นอน และถึงมือเกษตรกรโดยตรง ต่างจากโครงการรับจำนำที่บิดเบือนราคาตลาด และเกษตรกรได้ประโยชน์ไม่ถึง 30% รวมทั้งรัฐบาลยังมีภาระถึงปีละ 1.3 แสนล้านบาท หากรวมค่าเก็บรักษาสินค้าและค่าเสื่อมก็ไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาท" นายอำพล กล่าว
ทั้งนี้ โครงการประกันรายได้เกษตรกร มีหลายจุดที่ได้แก้ไขแล้ว เช่น การขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ต้องรัดกุม มีพื้นที่ปลูกจริง แจ้งชนิดและพันธุ์ของพืช รวมทั้งการกำหนดค่าเฉลี่ยผลผลิตของพืชในแต่ละจังหวัดทั้งในและนอกเขตชลประทาน เพื่อป้องกันเกษตรกรแจ้งเท็จ นอกจากนี้ยังกำหนดหลักเกณฑ์การทำสัญญาและวิธีจ่ายเงินชดเชย ตลอดจนการใช้สิทธิของเกษตรกร ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รับไปดำเนินการส่วนนี้
นอกจากนั้นได้เร่งให้กระทรวงเกษตรฯ จัดส่งทะเบียนเกษตรกรที่ทำประชาคมแล้วให้ ธ.ก.ส.ภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเสร็จไปแล้ว 60-80% ขณะที่ ธ.ก.ส.ควรทำสัญญาประกันรายได้กับเกษตรกรควบคู่ไปด้วย และตั้งเป้าทำสัญญากับเกษตรกรให้ได้ 70% ภายในเดือนนี้ โดยยอมรับว่าในช่วงปีแรกๆ ของโครงการจะมีปัญหาแน่นอน และอาจจะรั่วไหลบ้าง แต่ปีถัดไปเมื่อมีข้อมูลมากขึ้นและมีการกระบวนการป้องกันที่เข้มข้นขึ้นปัญหาทุจริตก็จะลดน้อยลงเอง



