
มหากาพย์ทูที7(ยุทธการเก็บกวาด)
ในขณะที่ฝ่าย คาสตรอล ดำเนินบทบาททางการตลาด ด้วยเจ้าหน้าที่และพนักงานของตนเองเป็นหลัก คู่แข่งอันได้แก่ เอลฟ์ โดย ทนง ลี้อิสสระนุกูล และบุญเอก โฆษานันตชัย กลับใช้งานอดิเรกคือการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นปฏิบัติการเสริมจากพนักงานประจำ
และจากการที่ฝ่าย อาร์ เอ ซี เทรดดิ้ง ของ บุญเอก โฆษานันตชัย เคยดำเนินบทบาททางธุรกิจแบบพ่อค้ายุคเดิมเต็มที่ พอเปลี่ยนมาเป็น สิทธิผล 1919 ภายใต้การนำของ ทนง ลี้อิสสระนุกูล ที่ใช้แนวคิดเชิงธุรกิจสมัยใหม่ ยอมยืดหยุ่นและพร้อมที่จะเจรจาต่อรองกับทุกเงื่อนไขทุกใบสั่งซื้อ
แนวคิดการดำเนินธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ที่ผลกำไรไม่ได้วัดกันเพียงแค่เวลาที่เริ่มต้นการขาย แต่หมายถึงการต้องยึดครองพื้นที่ในตลาดเอาไว้ให้ได้เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยมาพูดคุยกันถึงเรื่องของกำไรที่จะตามมา ทำให้ความที่กำลังสนับสนุนด้านเงินทุนมีมากมายและสั่งการได้ด้วยตนเอง เอลฟ์กระป๋องขาวภายใต้การนำทัพของ ทนง ลี้อิสสระนุกูล จึงมีวางจำหน่ายเต็มพรึ่บไปทุกร้านค้าที่ขายอะไหล่มอเตอร์ไซค์และร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ทุกหัวระแหง ในชั่วเวลาที่รวดเร็วเพียงแค่พริบตาที่ สิทธิผล 1919 ก้าวขึ้นมาในตลดน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์
และเมื่อกำหนดการเดินสายออกพบปะร้านค้า กลายมาเป็นตัวกำหนดที่ทำให้สินค้าขายได้หรือขายไม่ได้ รวมไปถึงเป็นตัวกำหนดให้ผู้บริโภคมีโอกาสเห็นสินค้าของตนเองบนชั้นวางสินค้าหรือไม่ วิธีการของคนที่ออกเดินสายหลังคู่แข่งและมีโอกาสขายสินค้าได้น้อยลง จึงต้องถูกกำหนดกันขึ้นมาใหม่ชนิดนอกตำราเรียน
เมื่อพนักงานขายเดินสายออกไปพบร้านค้า และเห็นว่ามีสินค้าของคู่แข่งถูกวางอยู่เต็มชั้นวางเพื่อจำหน่าย และในโกดังหลังร้านก็ไม่มีพื้นที่เหลือให้เก็บสินค้าอื่นๆ อีกแล้ว ปฏิบัติการ “เก็บกวาด” จึงถูกกำหนดขึ้นมาทันที
โดยที่ปฏิบัติการดังกล่าวนั้น ผู้ที่ไปถึงทีหลังจะเลือกร้านค้าที่เป็นศูนย์รวมของร้านซ่อมและร้านค้าขนาดเล็ก ส่งคนเข้าไปซื้อสินค้าของคู่แข่งชนิดกวาดยกร้าน เมื่อร้านค้าขายสินค้าไปหมดแล้ว พนักงานขายของฝ่ายตนเองจึงเดินสายเข้าไปเสนอขายสินค้า เพียงเท่านี้ก็จะมีทั้งพื้นที่เก็บสต็อก มีเงินที่ได้จากกำไรมาซื้อสินค้าของตนเอง แต่ปฏิบัติการนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากร้านค้าที่มีความสัมพันธ์กันดีมานานช้าเข้ามาช่วยด้วย
จากนั้นสินค้าของคู่แข่งที่เป็นสินค้าแท้ๆ จากโรงงาน จะถูกนำไปทยอยปล่อยในพื้นที่อื่นในราคาถูก พร้อมกับบอกไปว่าเป็นสินค้าปลอมเกรดเอ ที่ทำได้เหมือนมากจนกล้าท้าพิสูจน์ (เพราะความเป็นจริงคือสินค้าแท้ที่ถูกซื้อมา) ซึ่งเมื่อมีสินค้าปลอมที่ทำเลียนแบบได้เหมือนจนยากที่จะตรวจสอบ ร้านค้าหรือร้านซ่อมที่ไม่อยากเสียชื่อก็จะปฏิเสธสินค้ายี่ห้อนั้นๆ ไปในเวลาต่อมา หรือสำหรับร้านค้าที่ติดใจในการจำหน่ายของปลอมราคาถูกได้กำไรดี ก็จะเฝ้ารอหรือต่อรองกับพนักงานขายให้ลดราคาของแท้ลงมาต่อสู้
ยุทธวิธีเก็บกวาดอย่างนี้น่าจะเป็นกิจกรรมนอกหลักสูตร ที่เกิดขึ้นมาสำหรับตลาดเมืองไทยโดยเฉพาะ ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าใครฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้กระทำ เพราะการแข่งขันกันในตลาดน้ำมันเครื่องทูที หรือออโต้ลูป ในยุคนั้น แม้ว่าตัวละครระดับนำจะมีเพียงแค่สองตัวที่พูดถึง แต่ตัวประกอบที่อยู่ร่วมตลาดยังมีอีกนับสิบราย และผลประโยชน์ของแต่ละตัวละครก็ล้วนแล้วแต่มีมูลค่ามหาศาล มากพอที่จะลงมือกระทำการใดๆ ก็ได้ด้วยกันทั้งนั้น
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



