
ทหารปากีฯบุกช่วยตัวประกันสังเวยชีพ19ศพ
ราวัลปินดี-กลุ่มติดอาวุธในปากีฯ อุกอาจ บุกกองบัญชาการกองทัพจับตัวประกันนาน 22 ชั่วโมง ก่อนทางการส่งหน่วยคอมมานโดล้อมปราบ มีผู้เสียชีวิต 19 คน
หน่วยคอมมานโดปากีสถานตัดสินใจบุกเข้าช่วยเหลือตัวประกัน 42 คน ที่ถูกกลุ่มติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายจับเป็นตัวประกัน ที่กองบัญชาการกองทัพในเมืองราวัลปินดี เมื่อช่วงรุ่งสางของวันอาทิตย์ (11 ต.ค.) ผลปรากฏว่าการจับตัวประกันที่ยืดเยื้อ 22 ชั่วโมงนี้จบลงด้วยการนองเลือด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 คน เป็นตัวประกัน 3 คน ทหาร 6 นาย หน่วยคอมมานโด 2 นาย และกลุ่มติดอาวุธ 8 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน แต่สามารถจับตัวหัวหน้ากลุ่มเอาไว้ได้
ชายฉกรรจ์ติดอาวุธหนัก 5 คนได้จับคนในกองบัญชาการทหารเป็นตัวประกันซึ่งมีทั้งทหารและพลเรือนปะปนกัน ภายหลังจากที่พวกเขาและอีก 4 คนเข้าจู่โจมประตูทางเข้าหลักของกองบัญชาการเมื่อวันเสาร์ สังหารทหารไป 6 นาย โดยมือปืนกลุ่มนี้นั่งรถแวนสีขาวคันหนึ่งที่ติดป้ายทะเบียนกองทัพเข้ามา
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เสียงระเบิดและเสียงปืนดังสนั่นเมืองราวัลปินดีในช่วงรุ่งสางขณะที่หน่วยคอมมานโดบุกเข้าไปในตัวตึกโดยมีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งบินสนับสนุนอยู่บนฟ้า นอกจากนี้ยังมีรถพยาบาล 3 คัน วิ่งออกจากที่เกิดเหตุ และ 2 ชั่วโมงหลังจากหน่วยคอมมานโดบุกเข้าไปก็ยังมีเสียงระเบิดตามมาอีก 2 ครั้งด้วย ซึ่งกองทัพบอกว่าเป็นการจัดการกลุ่มติดอาวุธที่ยังหลงเหลืออยู่
โฆษกกองทัพบกแจ้งว่าตัวประกัน 20 คน ถูกขังไว้ในห้องห้องหนึ่งที่มีนักรบคนหนึ่งซึ่งสวมเสื้อกั๊กติดระเบิดพร้อมพลีชีพคอยคุ้มกันอยู่ แต่มือปืนคนนี้ถูกยิงตายก่อนที่จะจุดระเบิดได้ทัน
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่มั่นใจว่ากลุ่มตาลีบันในปากีสถานหรือพันธมิตรของทางกลุ่มจะต้องอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
ทั้งนี้เมืองราวัลปินดีถือเป็นเมืองทหารอยู่ห่างจากกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงไปไม่ไกล และเต็มไปด้วยจุดตรวจของทหารและตำรวจมากมายกว่าจะไปถึงตัวเมืองได้ ซึ่งการบุกจับตัวประกันครั้งนี้เกิดขึ้น ณ กองบัญชาการที่ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกองทัพปากีสถานอันแสดงให้เห็นว่าฝ่ายต่อต้านที่เป็นพันธมิตรกับกลุ่มอัล-ไกดา และกลุ่มตาลีบันในปากีสถานนั้นยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่มาก แม้ว่ากองทัพปากีสถานและกองทัพสหรัฐจะใช้ปฏิบัติการปราบปรามอย่างรุนแรงตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาก็ตาม อีกทั้งการโจมตีครั้งนี้ก็ถือเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ครั้งที่ 3 ในรอบเวลาเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น
ขณะที่นักวิเคราะห์ชั้นแนวหน้าผู้หนึ่งกล่าวว่า การที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายสามารถบุกเข้าไปยังกองบัญชาการกองทัพที่มีการอารักขาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถแทรกซึมเข้ามายังกองกำลังรักษาความมั่นคงได้



