
สลด!นายพลชราตกยากหวังโดดน้ำฆ่าตัวช่วยทัน
สลด นายพลชราตกยากตาบอด-นั่งรถเข็น พยายามโดดน้ำตาย ชาวบ้านกล่อมทัน เผยถูกเมียทิ้ง-ดูดเงินเกลี้ยงแบงก์ หวังลาโลกนำเงินสงเคราะห์ให้ลูกสาวใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ
เรื่องราวชีวิตรันทดของนายทหารชราตาบอดนั่งบนรถเข็นพยายามกระโดดน้ำฆ่าตัวตายรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สะพานข้ามคลองภายในซอยเพชรเกษม 23 แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ พล.ต.เหรียญ หิรัญบำรุง อดีตรองเจ้ากรมแผนที่ทหาร อายุ 84 ปี ซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นในสภาพตาบอดทั้ง 2 ข้าง สวมเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีแดง มีอาการร้องไห้ฟูมฟายอยู่ที่ริมคลองใต้สะพาน และพยายามฆ่าตัวตายด้วยการขอร้องให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงช่วยผลักรถเข็นให้ตกลงไปในคลอง แต่ทุกคนช่วยกันห้ามปรามและปลอบใจจนเจ้าตัวสงบสติอารมณ์ลงได้
นางสุนันทา หิรัญบำรุง อายุ 63 ปี ลูกสาวติดภรรยาเก่า เล่าว่า พ่อเรียนจบโรงเรียนเสนาธิการทหารรุ่น 2 รับราชการในกรมแผนที่ทหาร เกษียณอายุราชการในตำแหน่งรองเจ้ากรมแผนที่ทหาร ส่วนตนเป็นลูกสาวที่เกิดกับนางวิเชียร หิรัญบำรุง อายุ 82 ปี ภรรยาเก่าที่เลิกรากันไปกว่า 40 ปีแล้ว
"ช่วงนั้นพ่อมีภรรยาใหม่ แต่ยังส่งเสียเลี้ยงดูฉันตลอดมา กระทั่งเมื่อปี 2550 ฉันได้รับโทรศัพท์จากภรรยาใหม่คุณพ่อว่า ให้มารับพ่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึงกลับพบว่า สภาพคุณพ่อเปลี่ยนไปร่างกายทรุดโทรมลงจนแทบจำไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นและตามองไม่เห็นเพราะคุณพ่อป่วยเป็นเบาหวานขั้นรุนแรง" นางสุนันทากล่าว
ลูกสาว พล.ต.เหรียญ เล่าอีกว่า เมื่อเดินทางไปรับพ่อตามที่ภรรยาใหม่โทรศัพท์มาบอก แต่กลับไม่พบภรรยาใหม่กับลูกๆ ของพ่อแต่อย่างใด จึงตัดสินใจเดินทางไปยังบ้านที่พ่อซื้อไว้ในหมู่บ้านภาณุรังษี ย่านบางกรวย กลับพบว่า บ้านหลังดังกล่าวถูกภรรยาใหม่ขายไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนั้นยังทราบว่า ภรรยาใหม่และลูกๆ ได้เบิกเงินบำนาญ เงินเก็บสะสมของพ่อไปจากธนาคารจนไม่เหลือสักบาท ตนเลยพาพ่อกลับมาอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อพาพ่อกลับมาบ้านก็มีปัญหาอีก เนื่องจากแม่ซึ่งมีอาการทางประสาทอยู่แล้วเกิดความไม่พอใจ พยายามจะทำร้ายคุณพ่อด้วยวิธีต่างๆ นานา หนักที่สุดเคยถึงขั้นจะเอามีดแทงพ่อให้ตาย
นางสุนันทาเล่าด้วยว่า เคยพาพ่อไปพักตามห้องเช่าต่างๆ แต่เมื่อนานไปรายได้เริ่มไม่พอ ต้องกู้หนี้ยืมสินมาหมุนกว่า 2 แสนบาท ทุกวันนี้ต้องรับผิดชอบเฉพาะค่ารักษาพยาบาลอีกตกเดือนละกว่า 2 หมื่นบาท ทั้งที่ตนเริ่มรับจ้างทำงานไม่ไหวแล้ว เพราะอายุมากขึ้น จนสุดท้ายต้องพาพ่อออกมานอนบริเวณใต้สะพานข้ามคลองใกล้บ้าน ยังโชคดีที่พวกชาวบ้านช่วยกันดูแล ไม่เช่นนั้นคุณพ่อจะพยายามฆ่าตัวตายอยู่ตลอดเวลา
“ก่อนหน้าฉันเคยไปขอความช่วยเหลือจากศูนย์ประชาบดี บ้านพักคนชราบางแค แม้กระทั่งสำนักนายกฯ แต่ไม่ได้รับการเหลียวแล มีเพียงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเท่านั้น ที่ยังคอยช่วยเหลือเรื่องการรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้คุณพ่อ ตอนนี้ฉันต้องการเพียงแค่ที่อยู่ให้คุณพ่อหลับนอนเท่านั้น เพราะสงสารคุณพ่อมาก จะพาเข้าบ้านก็ไม่ได้ จึงอยากฝากสื่อมวลชนให้ช่วยประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ใจบุญหรือคนในหน่วยงานที่คุณพ่อเคยสังกัดเพื่อขอรับการอนุเคราะห์จากพวกเขาเหล่านั้นด้วย” นางสุนันทากล่าว
ด้าน พล.ต.เหรียญกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า สมัยที่รับราชการอยู่นั้น เคยติดตามรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ไปทำแผนที่ในถิ่นทุรกันดาร จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ และต่อมาเริ่มเป็นเบาหวานขึ้นสูงทำให้ตาบอดทั้ง 2 ข้าง จึงมองไม่เห็นและเดินไม่ได้ ก่อนที่จะถูกภรรยาทิ้งไป
"ทุกวันนี้ผมรู้สึกสงสารลูกสาวมากที่ต้องมาดูแล ลูกสาวอยากให้ผมทำเรื่องทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา แต่ผมไม่อยากรบกวนให้พระองค์ท่านต้องระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ส่วนที่พยายามฆ่าตัวตายมาตลอดนั้น เป็นเพราะอยากได้เงินจำนวน 2 ล้านบาท จากการสงเคราะห์ทางทหาร ให้ลูกสาวนำไปใช้หนี้ที่กู้นอกระบบมาเลี้ยงผม ที่สำคัญผมไม่อยากอยู่เป็นภาระของลูกสาวอีกแล้ว" พล.ต.เหรียญกล่าว



