ข่าว

ฝ่ายความมั่นคง จับตา!! ใกล้ชิด สหรัฐฯ ถล่ม ซีเรีย

ฝ่ายความมั่นคง จับตา!! ใกล้ชิด สหรัฐฯ ถล่ม ซีเรีย

15 เม.ย. 2561

"เลขาฯ สมช." เผย ฝ่ายความมั่นคง จับตาสถานการณ์ "ถล่มซีเรีย" ใกล้ชิด ระบุ "สหรัฐฯ" มุ่งโจมตี "ศูนย์ผลิตอาวุธเคมี" เชื่อไม่ขยายวง ปชช.สูญเสียน้อย ลั่น ไม่เห็นด้ว

 

          15 เม.ย.2561 พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึง สถานการณ์ความตรึงเครียดหลังกองทัพของสหรัฐอเมริกาปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่อประเทศซีเรียว่า ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ

          ส่วนการโจมตีของสหรัฐฯ ความสูญเสียของประชาชนจะน้อย เพราะสหรัฐฯ มุ่งโจมตีสถานีผลิตศูนย์วิจัยอาวุธเคมี เชื่อว่าไม่มีการขยายวงกว้าง เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้กระทบประชาชน ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เป็นเรื่องที่หน่วยงานด้านความมั่นคงต้องติดตามอยู่แล้ว ส่วนผลกระทบในภาพรวมแน่นอน ทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก เพราะประเทศมหาอำนาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ด้านเศรษฐกิจก็ต้องมีผลกระทบบ้าง เพราะประเทศซีเรียก็ถือว่าเป็นประเทศผลิตน้ำมันรายใหญ่ ตลาดหุ้นคงมีตกใจบ้าง

          เมื่อถามว่า มีความจำเป็นที่ฝ่ายความมั่นคงของประเทศ ต้องเรียกประชุมอะไรเป็นพิเศษเพื่อเตรียมความพร้อมหรือไม่ พล.อ.วัลลภ กล่าวว่า ต้องประเมินสถานกาณ์ต่อไป ดูความตรึงเครียดเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ และไทยในฐานะประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) การดำเนินการต่างๆ จะยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เห็นด้วยที่จะให้เกิดความรุนแรง อยากให้ทั้งสองฝ่ายอดทนอดกลั้น สำหรับสถานการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ถ้ามองแง่ดีไม่น่าจะมีเหตุรุนแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้นไม่อยากให้ประชาชนวิตกจนมากเกินไป อย่างไรขอให้ติดตามสถานการณ์ ส่วนแรงงานไทยตอนนี้จะมีในอิสราเอลอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง คิดว่ากระทรวงการต่างประเทศและสถานทูตที่นั้นคอยดูแลอยู่แล้ว

 

ฝ่ายความมั่นคง จับตา!! ใกล้ชิด สหรัฐฯ ถล่ม ซีเรีย

          พล.อ.วัลลภ กล่าวอีกว่า การใช้อาวุธเคมีเป็นเรื่องที่หลายประเทศไม่เห็นด้วยตามหลักกฎหมายสากลระหว่างประเทศ เนื่องจากอานุภาพการนำมาใช้โจมตีดังกล่าวเป็นการทำลายชีวิตและสร้างความสูญเสีย ทั้งนี้ ไทยไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียและอยากให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทน อดกลั้น ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตามคำสั่งของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. แต่ขณะนี้นายกฯ ยังไม่มีคำสั่งใดๆ เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลมากยิ่งขึ้น อาจมีการประชุมองค์ของยูเอ็น ซึ่งสามารถเรียกประชุมฉุกเฉินได้หรือหากมีชาติสมาชิกร้องขอ ทั้งนี้ ในการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในปลายเดือนเม.ย.นี้ จะมีโอกาสได้พบปะหารือกับรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ด้วยนั้น ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการหารือในเรื่องประเด็นซีเรียด้วยหรือไม่ เนื่องจากเป็นการนัดหมายและวางกำหนดการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว