
"เล่นพวก ใช้เงิน นำการเมือง"
"อุทัย พิมพ์ใจชน" อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2540 ห่างหายไปจากแวดวงการเมือง เมื่อข่าวการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มขึ้นอีกครั้ง ในฐานะที่ผ่านการเมืองมาทุกยุคทุกสมัย และผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 จึงเปิดใจให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" เกี่ยวกับการแก
@ มีความเห็นอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นที่เสนอโดย "คณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ"
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้อภิปรายในสภาจะแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยมอบให้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปพิจารณาว่ามีอะไรบ้างที่จะต้องแก้ไขเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์ ปรากฏว่ามีเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกิดความสมานฉันท์ จึงได้พิจารณาให้แก้ไข 6 ประเด็น และเมื่อรัฐบาลได้มอบให้ คณะทำงานประสานงาน (วิป) 3 ฝ่าย (วิปฝ่ายค้าน รัฐบาล และวุฒิสภา) ไปหารือกันและเห็นด้วยว่าควรแก้ไข 6 ประเด็นตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เสนอ รัฐบาลก็ต้องเคารพความเห็นของวิป 3 ฝ่าย ถือว่าเป็นความเห็นของตัวแทนของประเทศ รัฐบาลหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อจะยกร่างก็หารือกันว่าจะทำประชามติหรือไม่ แต่เมื่อถึงขั้นตอนนี้แล้วถือเป็นสภาพบังคับต้องทำประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มาโดยมติมหาชน เมื่อจะแก้ไขต้องถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่ ใน 6 ประเด็นที่จะแก้ไข โดยต้องยกร่างทั้ง 6 ประเด็นมาให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจน
@ ที่ถกเถียงกันว่า 6 ประเด็นประชาชนไม่ได้ประโยชน์แต่นักการเมืองได้ประโยชน์เหมือนไปปลดล็อกนักการเมือง
เหมือนเราเอาควายไปไถนา ถ้าควายเกิดไถนาได้หรือไม่ได้ เพราะแอกข้างซ้ายแทงบ่าเชือกข้างขวาฉีกจมูกควายเดินไม่ได้ ถามว่าจะไม่เกี่ยวกับเจ้าของควายหรือ มันเกี่ยวข้องกันผมเป็นผู้แทนผมรู้ ยกตัวอย่างกรณี มาตรา 190 (แก้ไขมาตรา 190 การทำหนังสือสัญญาต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยให้ออกกฎหมายกำหนดประเภทของสัญญา) รัฐบาลจะไปทำอะไรก็ลำบาก
ส่วนเรื่องการทำประชามติทำให้ราษฎรตื่นตัวกับการเมืองมาก สมัยก่อนรัฐธรรมนูญไม่มีคนสนใจหรือไม่มีคนรู้จัก แต่เดี๋ยวนี้ประชาชนอ้างว่าทำไม่ได้ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทำไมรัฐธรรมนูญไม่คุ้มครองตน รู้จักใช้รัฐธรรมนูญคุ้มครองตนเองแล้ว ถามว่าเริ่มรู้ตอนไหน เริ่มรู้ตอนทำประชามติครั้งที่ผ่านมาจะไปเสียดายทำไม เราเอาเงินไปทำอีรุ่ยฉุยแฉกมาตั้งเยอะแยะแล้ว เสียดายทำไม ประเทศไทยบางครั้งจะฆ่าควายก็เสียดายเกลือถึงได้เน่ากันอยู่เรื่อย หาเนื้อกินดีไม่ได้
@ การทำประชามติใช้งบกว่า 2 พันล้านบาทสิ้นเปลือง เพราะเป็นเพียงการปรับปรุง 6 ประเด็นเท่านั้นไม่ได้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ
ก็เหมือนที่ผมบอกว่าครั้งนี้มีเงื่อนไขบังคับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มาจากประชามติมาก่อน ถ้าจะแก้ก็ต้องกลับไปถามประชาชนก่อนไปตรงอื่นไม่ได้ เพราะสภาพบังคับจะเล็กจะน้อยก็ต้องไป และเห็นว่าการทำประชามติจะทำให้เกิดความสมานฉันท์ได้ระดับหนึ่ง
@ เห็นด้วยกับการแก้ไขทั้ง 6 ประเด็น
ผมไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพียงแต่รัฐบาลได้มอบให้รัฐสภาให้ความเห็นว่าบ้านเมืองมีอะไรควรทำแล้วดีขึ้น เมื่อบอกว่าควรแก้รัฐธรรมนูญถือเป็นมติรัฐสภา รัฐบาลจะเฉยเมยไม่ได้ต้องทำ ถ้าทำแล้วจะเอาแค่ 2 ประเด็น ไม่ได้ต้องทำตามมติของรัฐสภา ส่วนกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องดี เพราะทำให้เกิดปัญญาของคนที่เห็นด้วยกับคนที่ไม่เห็นด้วย คนกลางๆ ก็มีไม่รู้จะไปทางไหน ต้องเอาคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาพูด คนที่ไม่รู้เรื่องจะได้รู้เรื่องว่าความเห็นไหนเข้าท่ากว่ากัน
@ ความเห็นขัดแย้งกันทำให้ไม่เกิดความสมานฉันท์ขัดกับเป้าหมายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
การเลือกตั้งเวลาหาเสียงเหมือนแผ่นดินแตกระแหง แต่พอฝนตกลงมาแผ่นดินจะเชื่อมเป็นแผ่นเดียวกัน ผมเปรียบเทียบขณะหาเสียงออกความเห็นเหมือนดินแตกระแหงลงคะแนนเมื่อไร ความเชื่อมต่อจะเกิดขึ้น เหมือนการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 คนแพ้ไม่กล้าพูดมาก ก้มหน้าก้มตาหาเสียง
@ ส่วนที่มองว่าการลงประชามติครั้งนี้ไม่ต่างกับฉบับ 50 เพราะหัวคะแนนพรรคการเมืองไปบอกประชาชนให้ช่วยลงมติ
ประชาชนไม่โง่ เพราะได้ยินข้อมูลจากฝ่ายที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยทำให้เกิดปัญญาเกิดการตัดสินใจ เพราะครั้งนี้พรรคเพื่อไทยบางส่วนไม่เห็นด้วยก็ต้องออกไปบอกประชาชนให้สู้เหมือนกัน
@ เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 กับฉบับ 2550
ให้ความเห็นไม่ได้ เพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มากับมือ โดยช่องโหว่ของฉบับ 2540 คือ เรื่ององค์กรอิสระอาจถูกแทรกแซง การอภิปรายนายกรัฐมนตรีควรทำให้ง่ายขึ้น นอกนั้นก็ดี พรรคการเมืองเข้มแข็ง ตั้งง่ายมีมาก เงินอุดหนุนก็มี รัฐบาลเข้มแข็งบางคนมองว่าทำให้รัฐบาลบ้าอำนาจแต่คนบ้าอำนาจก็อยู่ไม่ได้ ดูสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร พัง เพราะเข้มแข็งจากประชาธิปไตย ถ้าทหารมาสวมรอยเฉยๆ พ.ต.ท.ทักษิณแข็งจริงในฐานะผู้มีอำนาจ แต่ความแข็งของประชาธิปไตยทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณพังเหมือนกัน ทหารฉวยโอกาสตอนนั้น ส่วนฉบับ 2550 อย่างน้อยก็ 6 ประเด็นที่มีการเสนอถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน
ส่วนที่มองว่า 6 ประเด็นที่แก้เป็นกรอบที่ทำให้นักการเมืองดีนั้น ความจริงแล้วนักการเมืองดี เพราะคนเลือกคือประชาชน ถ้าไม่ดี ประชาชนไม่เลือก ผู้แทนราษฎรคือเงาสะท้อนของประชาชน ทุกวันนี้ผู้แทนไม่ใช่คนเลวคนชั่ว แต่มาเลวตอนที่ชาวบ้านเลือกแล้ว ราษฎรพาเสีย หัวคะแนนพาเป็น บางครั้งขออะไรที่ไม่เข้าท่าผู้แทนไม่ให้ก็สอบตก ก็ต้องทำ ราษฎรสมัยนี้บางที่เงินไม่มากาไม่เป็น พวกกูถึงจะโกง ก็โกงให้กู กูก็เอา ราษฎรเราเป็นขนาดนี้แล้ว เพราะฉะนั้นคำว่าผู้แทน คือเงาสะท้อนประชาชน ไปแก้ผู้แทนให้ตาย แต่ไม่แก้ราษฎรก็ไม่มีจบ จำไว้
@ มองสถานการณ์การเมืองในขณะนี้อย่างไร
ต้องมองแบบวันต่อวัน ไม่ต้องมองอนาคตวันหนึ่งแก้ให้จบก็แล้วกัน ไม่ถือเป็นเรื่องอันตราย แต่ไม่รู้ว่าอนาคตบ้านเมืองจะไปทางไหน ตอนนี้แทบไม่ต้องเรียกว่าการเมือง มันการพวก ดูไปดูมาพวกใครพวกมัน พวกเดียวกันพูดผิดก็ว่าถูก ไม่ใช่พวกพูดถูกก็ว่าผิด ไม่สังเกตไม่ได้ยินหรอ (ย้อนถาม) มันไม่มีการเมือง ผมจึงไม่รู้จะไปยืนตรงไหน ถ้ามีพวกการเมืองต้องมีเงินด้วย ให้เก่งมา 40 ปี หรือ 50 ปี แล้วมาตั้งพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ บางคนบอกว่าอุดมการณ์เป็นอย่างไรไม่รู้ รู้แต่ว่าฉันมีอยู่เท่านี้ ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน มาสิ ก็เห็นวิ่งกันเป็นแถว แล้วมันคืออะไร มันกลายเป็นมันนี่ทอล์ก (พูดถึงแต่เงิน) ไปแล้ว บ้านเราก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อย เหมือนทำนอง เงินนำการเมือง การแก้ไขทั้งหมดอยู่ที่ราษฎรอย่างที่บอก เงินไม่มากาไม่เป็น



