
ธาตุแท้คนในการเมือง
พรรคประชาธิปัตย์ได้ปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของตนเอง หลังจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ด้วยการโยก นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจเข้ามาแทน และให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองนายกฯ ซึ่งการปรับครั้งนี้จะสร้างปัญห
หลังจากการยืนยันเรื่องการปรับเปลี่ยน ก็มีเสียงปรามาสจากพรรคฝ่ายค้าน คือพรรคเพื่อไทย ว่าไม่ช่วยแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ แม้นายไตรรงค์จะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน ผลงานอยู่ในระดับธรรมดา ประเภทความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ แต่การเข้ามาครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นศึกระหว่างขั้วภายในพรรค ซึ่งแทบจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับพรรค ซึ่งเปิดศึกแย่งชิงอำนาจการนำกันเอง นอกเหนือจากการปะทะคารมกับฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นต้องดูการตอบรับจากภาคเอกชนว่าจะเป็นไปในทิศทางใด เชื่อมั่นในฝีมือและวิสัยทัศน์ในการจัดการปัญหาเศรษฐกิจซึ่งอยู่ในขั้นสาหัสหรือไม่
การขัดแย้งแบ่งกันเป็นกลุ่มก๊วนมีอยู่ในทุกพรรค เนื่องจากการเมืองคือการลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และรายได้ ถึงระดับความมั่งคั่ง ดังจะเห็นได้ว่านักการเมืองส่วนใหญ่ฐานะดี เข้าขั้นมหาเศรษฐี แม้ในอดีตจะเคยยากจนมาก่อน และปัญหานี้เองทำให้บ้านเมืองไม่พัฒนา งบประมาณตกหล่นเข้ากระเป๋านักการเมืองและพวกพ้อง เป็นการพิสูจน์ให้เห็นทุกยุคว่าผลประโยชน์ส่วนตนอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
พรรคเพื่อไทยมีปัญหาเช่นกัน เกี่ยวเนื่องกับจุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแบ่งฝ่ายกันทั้งสนับสนุนและคัดค้าน แต่โดยรวมแล้วทั้ง 2 ฝ่ายต่างเล็งหาผลประโยชน์ด้านการเมือง หวังผลหลายประการ รวมทั้งการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ใช่การขัดแย้ง แย่งชิงกันรับใช้ประชาชน และปัญหาในพรรคครั้งนี้สืบเนื่องจากการสั่งงานของเจ้าของพรรค ผู้มีอิทธิพลตัวจริง ซึ่งยังหวังหวนคืนสู่อำนาจโดยวิธีการต่อสู้ทั้งในและนอกสภา
การเข้ามาเป็นหัวหน้าใหญ่ภาคปฏิบัติของพรรคเพื่อไทยของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ น่าจะสร้างสมการใหม่ เป็นการทดสอบอำนาจ บารมี และสถานภาพว่าเป็นผู้มีความหมาย การสั่งการแท้จริง เป็นตัวแทนของเจ้าของพรรคตัวจริง หรือเป็นเพียงหนึ่งในตัวบนกระดานหมากรุก จะเป็นอะไรก็สุดแล้วแต่ผลงานและความสำเร็จจะกำหนด ภาระหลักของ พล.อ.ชวลิต คงไม่ใช่การมุ่งแก้รัฐธรรมนูญ แต่จะเป็นการชักจูงข้าราชการเกษียณอายุจากหน่วยต่างๆ ทั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน เข้ามาเสริมพลังเพื่อชิงอำนาจรัฐคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากกว่า และการระดมบุคคลอย่างมากมายเพื่องานใหญ่ ทำให้ประชาชนได้รับรู้กำพืดของคนเหล่านี้ว่าแท้ที่จริงนั้นเป็นคนดี มีคุณธรรม เห็นแก่บ้านเมือง หรือมุ่งรับใช้คนหนีโทษจำคุกกันแน่



