ข่าว

ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องริมรั้วป.ป.ช.

ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องริมรั้วป.ป.ช.

12 ต.ค. 2552

"ทักษิณ" วิดีโอลิงก์เวทีเสื้อแดง จี้ทวงคืน รธน.40 อัดรัฐมุ่งแก้เกมการเมือง มากกว่ามุ่งบริหารประเทศ เย้ย "มาร์ค" ทำทุเรศ ดึง ตร.นับพันคอยคุ้มครอง มทภ.1 เชื่อม็อบไม่ทำรุนแรง-ไม่วุ่นวาย เหตุในหลวงประชวร

 เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 11 ต.ค. พ.ต.ท.ทินกร สมวันดี รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต รับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยวางอยู่บริเวณริมรั้ว ป.ป.ช.ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ใกล้กับซอยลิขิต หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดให้เดินทางไปร่วมตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบวัตถุต้องสงสัยเป็นท่อพีวีซีมีสายไฟโผล่ออกมาด้านนอก จึงกันประชาชนที่มามุงดูพร้อมทั้งปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดใช้ปืนแรงดันน้ำยิงตัดวงจรระเบิด หลังจากนั้นได้เข้าไปตรวจสอบท่อพีวีซีดังกล่าว พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ภายใน

 เบื้องต้นยังไม่มีพยานเห็นคนร้ายนำระเบิดดังกล่าวมาวางไว้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

จากการตรวจสอบพบว่า ระเบิดชนิดดังกล่าว เป็นระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบชนิด ลักษณะระเบิดทำจากท่อพีวีซีสีฟ้า ยาว 1 ฟุต เส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 นิ้ว มีสายไฟโยงต่อกับนาฬิกาปลุก ซึ่งการทำงานจะอยู่ได้ถึง 12 ชั่วโมง โดยภายในท่อบรรจุสารแอมโมเนียไนเตรท และดินปืน น้ำหนัก 1 กิโลกรัมไว้ นอกจากนี้มีตะปู และนอตใส่ไว้ในท่อดังกล่าว เพื่อทำเป็นระเบิดสังหารอีกด้วย

 พ.ต.ท.ทินกร เผยว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าต้องการที่จะข่มขู่ ส่วนจะเป็นระเบิดชนิดใดนั้น และประกอบด้วยอะไรนั้น ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ขณะนี้ให้ฝ่ายสืบสวนทั้ง กก.สืบสวน บก.น.1 และ สน.ดุสิต ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายที่นำระเบิดมาวางไว้ต่อไป

มทภ.1เชื่อม็อบแดงไม่ป่วน-ไม่วุ่นวาย
 

พล.ท.คณิต สา พิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวันนี้ว่าเมื่อไม่มีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง จึงเป็นหน้าที่ความผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) ส่วนทหารเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าพนักงานที่เตรียมความพร้อมตามปกติ

 อย่างไรก็ตามทางทหารจะติดตามสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แทรกซ้อนจากมือที่สามที่ต้องการสร้างความ วุ่นวาย

 “ การ ชุมนุมครั้งนี้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศเจตนารมณ์ว่า จะมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพียงที่เดียว ไม่ได้เคลื่อนย้ายไปยังบริเวณอื่น จึงไม่น่ามีความวุ่นวาย หรือเกิดเหตุการณ์รุนแรง  เพราะทุกคนทราบดีว่า ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรอยู่ จึงเชื่อว่า ผู้ชุมนุมจะตระหนัก  และไม่สร้างความวุ่นวายอะไรให้เกิดขึ้น ” แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว

 ด้าน พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ทหาร และตำรวจ จะประสานข้อมูลกัน เพื่อให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ ผู้ชุมนุมมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ แต่จะต้องเป็นไปด้วยความสงบจึง เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไร

 พ. อ.ธนาธิป กล่าวว่า ส่วนการรักษาความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนนั้น เจ้าหน้าที่ในส่วนของกระทรวงกลาโหมมีความพร้อมในการเตรียมแผนรองรับรักษา ความปลอดภัยตามสถานที่การประชุม และโรงแรมของผู้นำจากชาติต่างๆ นอกจากนี้ในเรื่องการดูแลการจราจรเรามีการเตรียมการอย่างดี โดย จะไม่มีการปิดถนน แต่จะมีอาเซียนเลน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายในการสัญจร และไม่ทำให้การจราจรติดขัด ทั้งนี้ขอให้ประชาชนทุกคนในพื้นที่ร่วมกันมีส่วนในการเป็นเจ้าภาพ เพื่อทำให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์และชื่อเสียงในทางที่ดี

เสื้อแดง3พันชุมนุมอนุสาวรีย์ปชต.ปิดถนนโดยรอบ4จุด

 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งถือเอาวันครนรอบประกาศใช้รธน.ปี 2540 เป็นวันดีเดย์ว่า มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมราว 3 พันคน โดยแกนนำอันได้แก่ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ และนพ.เหวง โตจิราการ ได้สลับกันขึ้นปราศรัยบนเวที ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีการแก้ไขรัญธรรมนูญของรัฐบาลประชาธิปัตย์

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการปิดถนนหลายสายโดยรอบ ได้แก่บริเวณแยกผ่านฟ้า ,ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า) รร.สตรีวิทย์ และสี่แยกคอกวัว ทั้งนี้สภาพภูมิอากาศมีท้องฟ้ามืดครึ้มตั้งแต่ช่วงเย็น แต่ยังไม่มีฝนตกลงมาแต่อย่างใด

จตุพรย้ำเสื้อแดงล่ารายชื่อหนึ่งแสนหนุนใช้รธน.40

 นายจตุพร กล่าวว่า การชุมนุมในวันนี้ก็เพื่อเรียกร้องให้กลับมาใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญตามวิถีทางระบอบประชาธิปไตย. โดยในขณะนี้ ทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการล่ารายชื่อประชาชน 7 หมื่นรายชื่อ และตั้งเป้าว่าภายในเดือนนี้จะทำให้ครบหนึ่งแสนชื่อเพื่อนำไปยื่นต่อสภา โดยจะเรียกร้องให้ยึดเนื้อหารัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นหลัก

 นายจตุพรยังกล่าวอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะโฟนอินมาที่เวทีชุมนุมในเวลา 2 ทุ่ม

 เสื้อแดงเรียกร้องอภิสิทธิ์ยุบสภา-ลาออก

 บรรยากาศการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อเวลา 19.55 น. ปรากฏว่ายังคงมีประชาชนทยอยเข้าร่วมชุมนุมเป็นระยะ โดยที่จำนวนผู้ชุมนุมยังขยับจำนวนอยู่ในช่วง 3 พันคนเศษ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัยรอบบริเวณถนนที่มุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในทุกเส้นทาง ขณะที่เนื้อหาปราศรัส่วนใหญ่ยังคงเน้นเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้

 การปราศรัยของแกนนำบนเวทีนั้น เป็นที่สังเกตว่าแทบทุกคนมักจะอ้างเหตุครบรอบ 12 ปีของรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งถูกฉีกไป ขึ้นมาสนับสนุนการชุมนุมในครั้งนี้ พร้อมกับย้ำว่าการรวมพลังคนเสื้อแดงวันนี้ถือเป็นครั้งที่สอง และจะจัดอีกในครั้งต่อไป นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภา หรือลาออก

 "ทักษิณ" วิดีโอลิงก์จี้ทวงคืน รธน.40 

 ต่อมาเวลา 20.35 น. พ.ต.ท.ทักษิณ  ได้วิดีโอลิงก์เข้ามายังเวทีปราศรัย เชิญชวนกลุ่มเสื้อแดง ร่วมกันจุดเทียนชัยถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร อย่างไรก็ตาม วิดีโอลิงก์ครั้งนี้ เป็นไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากสัญญาณเสียงดีเลย์และสะท้อนกลับไปกลับมา

 จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า วันนี้เป็นการรำลึกการประกาศใช้รัฐธรรมรนูญฉบับปี 2540 ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด เขียนโดย ส.ส.ร.เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่กลับถูกกลุ่มทหารโดยคณะปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง แล้วยัดเยียดรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นการทำลายความสุขของประชาชนโดยถ้วนหน้า ในขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการ เป็นรัฐธรรมนูญที่นำทุกข์ยากมาสู่แผ่นดินไทย เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องไปเกี้ยเซียะกับพรรคร่วมรัฐบาล และต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองมากกว่าบ้านเมือง ที่ผ่านมาชาวเสื้อแดงไม่เคยคิดร้ายต่อบ้านเมือง พวกเรามีความจงรักภักดีต่อสถาบัน แต่วันนี้รัฐบาลต้องคืนประชาธิปไตย และอย่าใช้องค์กรอิสระมาเพ่นพ่านทำความเดือดร้อนให้บ้านเมือง

 "ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องทำเพื่อประชาชน วันนี้เสื้อแดงรวมตัวกันเพื่อบอกว่าคืนประชาธิปไตยมาเถอะ หวงไว้ทำไม หวงไว้ก็พังกันทั้งประเทศ ถ้าคืนประชาธิปไตยมา ชาวโลกก็จะนับถือเรา ประเทศจะไปได้ แต่วันนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ได้ทำเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนแต่จ้องบริหารการเมือง มากกว่าบริหารบ้านเมือง ปล่อยให้มิจฉาชีพมีความสุขแต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศกลับลำบาก" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

ร้องขอความปรองดอง-สมานฉันท์

 พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า วันนี้เรามาเตือนผู้มีอำนาจขอให้คิดถึงสิทธิเสรีภาพประชาชน อย่าคิดว่าจะจูงจมูกหรือสนตะพายประชาชนได้ เพราะไม่มีทาง วันนี้วิวัฒนาการเปลี่ยน ลูกหลานเราเขารู้คำว่าเสรีภาพแล้ว เขามีช่องทางการรับรู้ข่าวสารมากขึ้น ดังนั้น การจะไปครอบงำประชาชนด้วยระบบที่หลอกว่าเป็นประชาธิปไตย ก็ไม่สำเร็จ

 พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าตนอโหสิกรรมให้ทุกคน อย่ากลัวว่าจะไปล้างแค้นใคร วันนี้อยากเห็นความปรองดองแห่งชาติ เห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไปอีสานแล้วต้องใช้กำลังตำรวจ-ทหารเป็นพันๆ คนคอยคุ้มกัน ดูแล้วทุเรศ นายกฯ เราจะมีน้ำหน้าไปพูดกับใครได้ว่า เดินทางในประเทศต้องใช้กำลังคุ้มกันเป็นพันๆ ความปรองดองต้องเกิดขึ้นได้แล้ว