ข่าว

รวบอดีตพระเลือดร้อนอีโต้จามคู่กรณีสาหัสในโบสถ์

รวบอดีตพระเลือดร้อนอีโต้จามคู่กรณีสาหัสในโบสถ์

11 ต.ค. 2552

ตร.เมืองหนองคาย ติดตามรวบพระเลือดร้อน ที่ใช้มีดฟันพระด้วยกันอาการสาหัสได้แล้ว ขณะกำลังลาสิกขาเตรียมหนีเข้า กทม. สารภาพวันเกิดเหตุร่วมลงขันทั้งพระทั้งโยมซื้อเหล้า เบียร์ ฉลองออกพรรษา และช่วยกันเก็บกระทงยักษ์ในแม่น้ำโขง

แต่พระคู่กรณีกินแรง ดื่มอย่างเดียวไม่ทำงาน จนทะเลาะกันและถูกรุมทำร้ายจนปากแตก ด้วยความโมโหจึงคิดเอาคืนโดยการคว้าอีโต้บุกเข้าฟัน ขณะทำวัตรในโบสถ์ อ้างแค่ต้องการสั่งสอน ขณะที่พระเหยื่อมีดอาการยังโคม่า

 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ต.ค. พล.ต.ต.พิสัณห์ อาวีกร วรเทพนิตินันท์ ผบก.ภ.จว.หนองคาย สั่งการให้ พ.ต.ท.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี รองผกก.(ป.)สภ.เมืองหนองคาย,ร.ต.ท.พีระพัฒน์ หาระคุณ ร้อยเวรสอบสวน คุมตัว นายณรงค์ แข็งข้อ หรือ พระณรงค์ แข็งข้อ อายุ 36 ปี อดีตพระลูกวัดโพธิ์ศรี เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากที่นายณรงค์ หรือพระณรงค์ ได้ก่อเหตุใช้มีดฟันพระสมัคร ชูนาค อายุ 30 ปี พระวัดเดียวกัน บริเวณศีรษะและลำคอ อาการสาหัส เหตุเกิดขณะทำวัตรเย็นในพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา

 หลังก่อเหตุแล้วพระณรงค์ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในป่าช้า วัดเนินพระเนาว์ จนกระทั่งช่วงสายวันที่ 11 ต.ค.พระณรงค์ได้ไปขอลาสิกขาที่วัดดอนสวรรค์ ต.หาดคำ อ.เมือง จ.หนองคาย ขณะที่กำลังลาสิกขาอยู่นั้น ตำรวจชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมตัวไว้ได้
  
        นายณรงค์ ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุ ตอนเช้าหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี ใช้ให้ตนกับพระสมัครและพระในวัด ไปเก็บกระทงที่เสร็จจากการประกวดกระทงยักษ์ในงานออกพรรษา ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงหน้าวัด โดยระหว่างลงมือเก็บกระทงต่างพากันออกเงินซื้อเหล้ามาดื่มกันรวม 2 แบน และเบียร์อีก 1 ลัง นั่งดื่มเหล้าเบียร์กันไปด้วยทำงานไปด้วย โดยมีพระหยอย ซึ่งอยู่วัดเดียวกัน และนายเซีย โยมละแวกวัด มาร่วมดื่มด้วย แต่ปรากฏว่าในระหว่างดื่มไป ทำงานไปพระสมัคร กลับไม่ยอมช่วยงานมัวแต่ดื่มเหล้า ตนจึงไม่พอใจจึงต่อว่า และเกิดการทะเลาะกันขึ้น พระสมัคร พระหยอยและนายเซีย ต่างพากันรุมชกต่อยตนจนปากแตก ตนสู้ไม่ได้จึงหนีเข้ากุฏิที่วัด จนถึงช่วงบ่ายขณะกำลังพักผ่อนอยู่ในวัดพระสมัครก็มาพูดจาหาเรื่องตนและชกต่อยกันอีก ก่อนจะแยกย้ายกันไป พอถึงเวลาทำวัตรเย็นประมาณ 18.20 น. พระรูปอื่น ๆ ได้พากันเข้าในพระอุโบสถ สวดมนต์ทำวัตร แต่ตนไม่ได้เข้าทำวัตรด้วยเพราะคิดแค้นโมโหพระสมัครอยู่ไม่หาย จึงหาวิธีเอาคืน หลังจากเดินวนเวียนอยู่หน้าพระอุโบสถอยู่นานก็พบมีดอีโต้อยู่หน้ากุฎิของพระอีกรูปหนึ่ง ตนจึงหยิบเอามีดอีโต้ แล้วเดินเข้าไปในพระอุโบสถ ตรงไปหาพระสมัครแล้วฟันบริเวณศีรษะ และลำคอ 2 ครั้ง

 "ที่ทำไปก็ไม่คิดจะให้ถึงตาย แค่อยากสั่งสอนให้รู้สำนึกเท่านั้น ขณะที่พระรูปอื่น ๆ พากันแตกตื่นตกใจวิ่งหนีไปคนละทาง หลังจากนั้นได้นำมีดไปเก็บที่เดิมแล้ววิ่งหนีออกจากวัดไปทั้งที่ยังห่มผ้าเหลืองอยู่ ไปซ่อนตัวที่วัดป่าเนินพระเนาว์ และตอนเช้าก็ไปลาลาสิกขาที่วัดดอนสวรรค์ ซึ่งเคยจำพรรษาอยู่ก่อนหน้านี้ และวางแผนว่าหลังจากลาสิกขาแล้วจะไปหางานทำที่กรุงเทพฯ แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน ก่อนหน้านี้ก็เคยติดคุกในข้อหาทำร้ายร่างกายมาแล้ว 2 ครั้ง และลักทรัพย์ 1 ครั้ง พอพ้นโทษเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมาก็มาบวชเป็นพระ" นายณรงค์ กล่าว

 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายณรงค์ พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แล้วควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนอาการของพระสมัครนั้นยังคงสาหัส รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลหนองคาย.