
ยายมั่นพึ่งพระบนขออภิสิทธิ์จ่ายเงินชดเชย
ยายมั่น-ตาคูณ เพื่อนยายใฮ ยืนยันเรียกร้องขอค่าชดเฉยต่อ "อภิสิทธิ์" หลังยายใฮประสบความสำเร็จเรียกร้องค่าชดเชยกรณีฝายห้วยละห้า
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 10 ต.ค. 2552 สองตา-ยาย จากบ้านโนนผักหวาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี บ้านเดียวกันกับยายใฮต้องตื่นแต่เช้ามืดรีบเดินทางไปจังหวัดอำนาจเจริญ หลังรู้ข่าวจากวิทยุชุมชนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปลี่ยนเส้นทางไม่ไปหายายใฮที่บ้านพักตำบลนาตาล นางมั่น พาเลิศ อายุ 77 ปี และ นายคูณ ทองอ่อน อายุ 75 ปี เพื่อนคู่หูยายไฮ จำต้องเดินทางจากบ้านในตำบลนาตาลระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตรถึงจังหวัดอำนาจเจริญ โดยทั้งสองหวังว่าจะได้พบนายกรัฐมนตรีเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ซึ่งปัญหาเดียวกันกับยายไฮที่ได้รับค่าชดเชยไปแล้ว
นางมั่น กล่าวว่า ไม่อยากไปรบกวนพิธีมอบเงินให้ยายใฮที่อุบลฯจึงชวนเพื่อนบ้านที่เดือดร้อน 16 ครอบครัวมาที่จังหวัดอำนาจเจริญ แต่ทั้งยายมั่น และ ตาคูณ ต่างก็ไม่ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีตามที่ตั้งใจมา เนื่องจากตำรวจและทหารที่ประตูเข้าศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ ห้ามคนที่ไม่มีบัตรติดอยู่หน้าอกเข้าไปในเวทีปราศัยของนายกฯเด็ดขาด
ยายมั่น ตาคูณ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ให้ความเป็นธรรม พวกตนเคยเดินทางต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับยายใฮมาตลอด มีครอบครัวเดือดร้อนจากฝายห้วยละห้ารวม16ครอบครัว แต่เวลาชดเชยทำไมจ่ายให้เพียงยายไฮพวกตนไม่ใช่คนไทยหรือ วอนขอความเมตตาด้วย
ยายมั่นพึ่งพระ-ขออภิสิทธิ์จ่ายเงินชดเชย
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 11 ต.ค. ยายมั่น ได้นำชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการก่อสร้างฝายห้วยละห้า จำนวน 16 ราย ได้รับผลกระทบรวม 132 ไร่ ที่ไม่ได้รับการพิจารณาค่าชดเชยจากรัฐบาล ได้ เข้าบนบานขอพรต่อพระเจ้าองค์ตื้อ ที่วัดพระโต บ.ปากแซง ต.พะลาน อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์ อายุกว่าพันปี เพื่อให้ไปบันดลบันดาลจิตใจของนายอภิสิทธิ์ ได้มอบความเป็นธรรมให้เช่นเดียวกันกับยายใฮ ขันจันทานายฟอง ขันจันทา สามี และนายเสือ พันธุ์คำ น้องเขยยายใฮ ที่นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางมามอบเชค จำนวน รวม 4.9 ล้านบาท ที่ศูนย์ภูมิปัญญาไทบ้าน ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา



