
กษิตนำคณะทูต19ประเทศลงพื้นที่ทราบปัญหาภาคใต้
"กษิต"นำคณะทูต 19 ประเทศ ลงพื้นที่ภาคใต้รับทราบข้อมูล ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความไม่สงบ พร้อมระบุที่ผ่านมาการทำความเข้าใจกับกลุ่มประเทศต่างๆ ประสบความสำเร็จ
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 52 เวลา 11.30 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะทูตต่างประเทศ กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และองค์การประชุมอิสลาม จำนวน 19 คน อาทิ เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ , ลาว , นิวซีแลนด์ , โอมาน , อินโดนีเซีย , อุปทูตซาอุดิอาระเบีย เพื่อรับทราบการทำงานในด้านการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะให้การต้อนรับ โดยคณะเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และองค์การประชุมอิสลาม ได้ให้ความสนใจ และสอบถามถึงขั้นตอนการเลี้ยงปลา การทำปุ๋ย และการปลูกผัก ตลอดจนการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
นายกษิต เปิดเผยว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่นำคณะทูตจากกรุงเทพลงมาพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างระสบการณ์ เกี่ยวกับความเป็นไปใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากมีข้อสงสัยอยู่ในใจของทูตต่างๆในหลายประเด็น รวมทั้งข่าวที่ออกไปทางสื่อโดยเฉพาะโทรทัศน์ก็มักจะออกเกี่ยวกับการสูญเสียชีวิต ทำให้มองภาพไม่ชัดว่า รัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกอภิสิทธิ์ ที่พยายามแก้ปัญหาแบบบูรณาการทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายพลเรือน รวมทั้งภาคประชาชน ใน 2 ครั้งที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากคณะของท่านทูตมีความเข้าใจ ซึ่งเมื่อมีความมั่นใจก็สามารถรายงานกลับไปยังประเทศของเขาได้อย่างถูกต้อง ให้เห็นว่าที่ประเทศไทยทำอยู่นั้นเป็นความเพียรพยายามที่จะแก้ปัญหา โดยไม่ปล่อยปะละเลย เอาสันติวิธีเป็นที่ตั้ง รวมทั้งการพัฒนาต่างๆ
“กลุ่มท่านทูตที่ลงมาในครั้งนี้ ก็จะมีท่านทูตหลายท่านจากประเทศอาเซี่ยน รวมทั้งจากกลุ่มโลกอิสลาม รวมทั้งจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาด้วย จุดประสงค์เพื่อต้องการให้ลงมาสัมผัสของจริง พบปะกับภาคราชการ ภาคประชาสังคม และภาคศาสนา เพื่อจะได้เรียนรู้และกลับไปรายงานได้ถูกต้อง รวมทั้งเป็นการประสานงานระหว่างองค์การระหว่างประเทศให้ชัดยิ่งขึ้น เพราะมีหลายๆประเทศ ที่จะให้ความช่วยเหลือผ่านทางองค์กรศาสนา หรือผ่านมาทางกลุ่มเอนจีโอต่างๆด้วย ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว
นายกษิต ยังได้กล่าวอีกว่า ที่สำคัญที่สุสดก็คงจะเป็นเรื่องที่จะชี้แจงถึงการแก้ปัญหาของทางรัฐบาล รวมถึงการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ที่ดำเนินการอย่างไร ติดค้างปัญหาใดๆ ในขณะเดียวกันการเยียวยาประชาชนดำเนินการเช่นไร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตได้อย่างไรบ้าง และฝ่ายความมั่นคงคุ้มครองความปลอดภัยได้มากน้อยอย่างไร ซึ่งมุมมองเช่นนี้ที่ตนเองได้ไปพบปะกับคณะทูตในที่ประชุมสหประชาชาติ ที่ได้เดินทางร่วมกับท่านนายกอภิสิทธิ์ ตนเองได้แยกตัวไปประชุมร่วมกับคณะทูตของประเทศกลุ่มโอไอซี เพื่อทำความเข้าใจ หลังจากที่ได้พบกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ในที่ประชุมประเทศอียิปต์ กับการประชุมกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ที่มีหลายประเทศมีความสงสัยว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาหรือไม่ ซึ่งตนก็ได้ทำความเข้าใจว่าปัญหาไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนาแต่อย่างใด
“ มีการประชุมโอไอซี เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ที่ประเทศซีเรีย ตนได้ส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีคือท่านพินิจ รวมทั้งท่านทูตสุรพงษ์ ชัยนาม ที่ปรึกษาทางการเมือง ไปร่วมประชุม ก็ได้มีโอกาสได้ชีแจง และในที่ประชุมก็มีบางเสียงที่พยายามจะให้มีการประณามประเทศไทย เป็นการเฉพาะ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากว่าเราสามารถที่จะบอกกล่าวกับประเทศสมาชิกโอไอซีว่า เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผล เพราะเป็นความเพียรพยายามของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เพิกเฉย ซึ่งภาพรวมขณะนี้มุมมองของกลุ่มประเทศโอไอซี ที่มองการแก้ปัญหาภาคใต้ของรัฐบาลถือว่าดีขึ้น ที่ต่างประเทศในขณะนี้มีความเข้าใจ ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว



