ข่าว

ปชป.ฝันไตรรงค์ผนึกมาร์ค-กรณ์-กอร์ปศักดิ์ดันศก.ฉลุย

ปชป.ฝันไตรรงค์ผนึกมาร์ค-กรณ์-กอร์ปศักดิ์ดันศก.ฉลุย

11 ต.ค. 2552

โฆษก ปชป. วาดฝัน "ไตรรงค์" ผนึก "มาร์ค-กรณ์-กอร์ปศักดิ์" ทะลวงเศรษฐกิจไทยไปโลด

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาโจมตี นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ในเรื่องความเหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ว่า ขอยืนยันว่าพรรคมีความมั่นใจการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในการเลือกคัดสรรบุคคลที่จะมาร่วม ครม. และทีมงานเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ซึ่งที่ผ่านมานายไตรรงค์ ทำงานต่อเนื่องมาโดยตลอด และมีประสบการณ์ความรู้ความเข้าใจเศรษฐกิจทั้ง มหภาค และ จุลภาค รวมทั้งมิติด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองซึ่งมีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศในขณะนี้

 “ การได้ ดร.ไตรรงค์ มาร่วมเสริมทีมเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายกอปรศักดิ์ สภาวสุ และ นายกฯในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจนั้น น่าจะเป็นสัญญาณที่จะฟื้นความเชื่อมั่นในของรัฐบาล และของประเทศได้เป็นอย่างดี ” นพ.บุรณัชย์
 
 ด้านนายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส. กทม. หนึ่งในทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพยายามโจมตีนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อสร้างความเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาว่าเศรษฐกิจครึ่งปีแรกหดตัวลงเป็นความผิดของรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็ทราบกันดีว่าการที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว การส่งออกก็ต้องลดลงทำให้ได้รับผลกระทบมายังเศรษฐกิจภายในประเทศ  ส่วนการกู้เงินนั้น ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องเพราะต้องมาชดเชยผลกระทบการส่งออกที่ลดลง และขณะนี้เศรษฐกิจในไตรมาสที่สองก็ดีขึ้นถึงร้อยละ2.3 การบริโภคและการลงทุนของประชาชนก็ดีขึ้น ส่วนการว่างงานก็ลดลง ยกเว้นในเรื่องการส่งออก ที่ขณะนี้ก็ถือว่าพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว

 นายสรรเสริญกล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลบริหารมาถูกทางแล้ว การที่เศรษฐกิจดีขึ้นเป็นเพราะมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น ในเรื่องการเรียนฟรี ค่าครองชีพของอสม.เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งประชาชนได้รับอานิสงส์จากเรื่องดังกล่าวถึง 30 ล้านคน ขณะนี้รัฐบาลยังมีมาตรการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรโดยจะมีการประกันราคาสินค้าการเกษตร ไม่ใช่อย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าทำให้กับคนบางกลุ่มโดยไม่ช่วยเหลือภาคอื่น รวมถึงการดูแลสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นเรื่องของธนาคารแห่งประเทศไทย และรัฐบาลจะเข้าไปดูแล ขณะนี้มีการอนุมัติเพิ่มทุน1.3 หมื่นล้านบาท ทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ถือเป็นมาตรการที่จะเยียวยาผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ได้เป็นอย่างดี