ข่าว

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข

13 เม.ย. 2561

นายกฯ อวยพรให้ชาวไทยทุกคนประสบแต่ความสุข ทั่วประเทศร่วมสาดน้ำสงกรานต์ ตร.ย้ำห้ามลวนลาม ไม่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เริ่มต้น 7 วันอันตราย ตาย 39 เจ็บ 461

          เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 เมษายน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้อวยพรสงกรานต์แก่ประชาชนชาวไทย โดยข้อความในการ์ดอวยพรว่า “ขออวยพรให้ประชาชนไทยทุกคนประสบแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ปรับตัวเองใฝ่รู้เท่าทันเทคโนโลยีสอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปประเทศของเรา และสถานการณ์โลกในปัจจุบัน และถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ให้มีความสุข ความเจริญ ตลอดปี”

7วันอันตรายวันแรกดับ 39 เจ็บ 461

          เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 เมษายน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 11 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 447 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 39 ราย ผู้บาดเจ็บ 461 คน

 

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข

 

          สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.49 ขับรถเร็ว ร้อยละ 26.62 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.96 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 61.30 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.15 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.48 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01–20.00 น. ร้อยละ 28.41 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 28.40

          ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,031 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,413 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 678,566 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 128,260 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 35,582 ราย มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 35,090 ราย

          สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 18 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ อำนาจเจริญ เลย นครศรีธรรมราช นครพนม บุรีรัมย์ ชลบุรี เพชรบูรณ์ 2 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 18 คน

เสนอแคมเปญ“ดื่มไม่ขับลดตาย”

          “การเกิดอุบัติเหตุ 447 ครั้ง สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 3 อันดับแรก คือ 1.เมาสุรา ผมอยากให้มีแคมเปญ “ดื่มไม่ขับ” เลย ไม่ใช่เมาไม่ขับ ซึ่งน่าจะช่วยลดอุบัติเหตุได้มากขึ้น 2.ขับเร็วเกินกำหนด 3.ตัดหน้ากระชั้นชิด ส่วนประเภทของรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดมาจากรถส่วนบุคคล รองลงมาคือรถจักรยานยนต์ ตามด้วยรถปิกอัพ
 

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข

          ทั้งนี้การเสียชีวิต 35 รายเป็นคนขับ ผู้โดยสาร 2 ราย และคนเดินถนน 2 ราย ส่วนประเภทรถที่ทำให้เสียชีวิตสูงสุดคือรถจักรยานยนต์เสียชีวิต 28 ราย รองมาเป็นรถปิกอัพ 5 ราย สำหรับข้อมูลการเดินทางเข้าออกของรถ บนทางหลวงและทางพิเศษบูรพาวิถีจากกระทรวงคมนาคมพบว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา มีการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ 697,497 คัน เดินทางเข้ากรุงเทพฯ 550,000 คัน” นายวีระศักดิ์ กล่าว

กำชับตรวจเข้มเส้นทางหลัก-รอง

          นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นวันแรกของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนบางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทาง และบางส่วนกลับถึงภูมิลำเนา ท่องเที่ยว และเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ต่างๆ โดยถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายจราจรและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอย่างเคร่งครัด พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลเส้นทางหลัก สายรอง และเส้นทางโดยรอบสถานที่ท่องเที่ยว คุมเข้มการขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยง ทางลัด จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และบริเวณที่มีการก่อสร้างถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน

ตรวจแอลกอฮอล์-สารเสพติดคนขับ

          นายวีระศักดิ์กล่าวต่ออีกว่า อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะ กวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ โดยเฉพาะการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และสารเสพติด ตลอดจนเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว พื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ คุมเข้มสถานประกอบการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถของผู้เช่ารถทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศทุกครั้ง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศรับทราบ และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด

1ท้องถิ่น1ถนนปลอดภัยลดอุบัติเหตุ

          ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีปภ. ในฐานะเลขานุการศปถ. กล่าวว่า ในวันที่ 13 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 ภายใต้กลไก “ประชารัฐ” ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในการสัญจร โดยเฉพาะการดำเนินมาตรการ “1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย” เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมดำเนินมาตรการทางสังคม โดยกำหนดกติกาชุมชน ประชาคมหมู่บ้าน สำหรับเป็นข้อตกลงร่วมกันในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย รวมถึงจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยและปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีวิถีไทย

ให้ปฏิบัติตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง”

          นายชยพลกล่าวในตอนท้ายว่า ฝากผู้ใช้รถใช้ถนนยึดการปฏิบัติตามหลัก “4 ห้าม 2 ต้อง” 4 ห้าม ได้แก่ ห้ามขับรถเร็ว ห้ามเมาแล้วขับ ห้ามโทรแล้วขับ ง่วงห้ามขับ 2 ต้อง ได้แก่ ต้องสวมหมวกกันน็อก และต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้การเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 เต็มเปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัย

ตำรวจ-ทหาร-ฝ่ายปกครองดูแลปชช.

          พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งการเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนาของประชาชนเป็นไปอย่างหนาแน่นในเส้นทางสายหลัก อาทิ ถนนมิตรภาพ ถนนเพชรเกษม ถนนพหลโยธิน ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสาร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชนตามจุดตรวจและจุดบริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลักที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทาง เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่งประจำจังหวัด สถานีขนส่งในกทม. หมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย ซึ่งบางแห่งยังมีประชาชนรอการเดินทาง รอขึ้นรถอีกจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกและได้เดินทางตามกำหนด

“ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” กว่า3พันราย

          พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า สำหรับสถิติตามมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ในวันแรกวันที่ 11 เมษายน เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 3,339 ราย แยกเป็น ในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 1,864 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 105 คัน ยึดใบขับขี่ 356 ใบ และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 1,457 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 1,475 ครั้ง ยึดรถยนต์ 41 คัน เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 82 ใบ ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 1,259 คน

“นนทบุรี” ประเดิมแชมป์เมาขับ

          นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วันแรกของ 7 วันอันตราย ทั่วประเทศมีผู้ที่ศาลสั่งคุมประพฤติทั้งหมดจำนวน 549 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 398 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 72.49 ขับรถประมาท จำนวน 16 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 2.91 แข่งรถหรือขับซิ่ง 2 ราย หรือร้อยละ 0.36 ขับเสพ 137 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 24.95 เมื่อพิจารณาสถิติคดีเมาแล้วขับสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนนทบุรี 51 คดี กรุงเทพมหานคร 2 จำนวน 44 คดี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดอุบลราชธานี 33 คดี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม 30 คดี และสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครพนม 14 คดี

สายด่วน 1111 บริการปชช. 24 ชม.

          นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์รัฐบาลยังคงเปิดสายด่วน 1111 ให้บริการประชาชน หากประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงดังกล่าวพบเห็นอะไรที่ผิดปกติ และความไม่เป็นธรรม หรือเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติไม่ชอบ สามารถร้องเรียนเข้ามาได้ตามสายด่วนดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน หากประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางการจราจรว่าถนนเส้นไหนรถติดหรือไม่ ก็ได้ประสานกรมการขนส่งทางบกไว้แล้ว สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ทันที

          ขณะที่การร้องทุกข์ ร้องเรียนรัฐบาลก็มีเว็บไซต์และโมบายแอพพลิเคชั่น ภายใต้ชื่อ “PSC 1111" เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการยื่นเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส และเสนอความคิดเห็น และสายด่วนไทยนิยม ซึ่งก็ยังมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการด้วยเช่นกัน รวมถึงศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและตำบล ยังคงมีเจ้าหน้าที่ให้บริการรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนตลอด แม้จะเป็นช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ก็ตาม

กทม.อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์แห่รอบกรุง

          เมื่อเวลา 08.45 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานพิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ออกจากพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไปประดิษฐานบนมณฑปที่สวนลุมพินี ให้ประชาชนสรงน้ำและสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในงานเทศกาลมหาสงกรานต์ กรุงเทพมหานคร ประจำปีพุทธศักราช 2561 ซึ่งกทม.กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 12–15 เมษายน ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์กรุงเทพมหานคร สาดสุขทุกวัย ย้อนรอยวิถีไทย สุขใจทั่วกัน” เพื่อสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย สร้างบรรยากาศให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมฉลองงานมหาสงกรานต์ของไทยอย่างมีความสุขและสนุกสนาน

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกทม. หัวหน้าหน่วยงาน ส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติสวมชุดไทยย้อนยุคอย่างพร้อมเพรียงร่วมพิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ออกจากพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ขึ้นประดิษฐานบนรถบุปผชาติ ซึ่งมีนางรำร่วมร่ายรำประกอบจังหวะขบวนกลองยาวนำหน้าขบวน ต่อด้วยคณะผู้บริหารและข้าราชการกทม. จากนั้นรถบุปผชาติเคลื่อนตัวออกจากภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อมาประกอบขบวนนางสงกรานต์และขบวนรถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้สนับสนุนนำขบวนมาร่วมกับกทม.อย่างสวยงาม

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          ทั้งนี้ ในขบวนมีนางมโหธรเทวี นางสงกรานต์ประจำปีนี้ ประทับบนหลังนกยูง
          ขบวนแห่อัญเชิญไปตามเส้นทางต่างๆ และหยุดให้ประชาชนได้สักการะและสรงน้ำ รวม 6 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 บริเวณสวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร เวลาประมาณ 09.30 น.และเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางยังจุดที่ 2 บริเวณหน้าวัดชนะสงคราม เขตพระนคร เวลาประมาณ 10.00 น. จุดที่ 3 บริเวณปากคลองตลาด เขตพระนคร เวลาประมาณ 11.00 น.จุดที่ 4 บริเวณวงเวียนใหญ่ (บริเวณหน้าห้างเมอร์รี่คิงส์เก่า) เขตคลองสาน เวลาประมาณ 12.00 น.จุดที่ 5 บริเวณหน้าอาคารสาทรสแควร์ เขตบางรัก เวลาประมาณ 13.30 น. และ จุดที่ 6 บริเวณตรงข้ามมาบุญครอง เขตปทุมวัน เวลาประมาณ 14.35 น.

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          จากนั้นขบวนอัญเชิญจะเคลื่อนไปยังถนนพระรามที่ 4 (บริเวณแยกศาลาแดง) เคลื่อนไปตามถนนพระรามที่ 4 เข้าสวนลุมพินีด้านพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 และอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนมณฑป ในเวลา 16.30 น. เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชาและสรงน้ำ ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน เวลา 15.00 น. ก่อนจะอัญเชิญกลับไปประดิษฐานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนระหว่างสองข้างทางเต็มไปด้วยประชาชนร่วมสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์อย่างคึกคัก โดยเฉพาะจุดที่ 2 บริเวณวัดชนะสงคราม ซึ่งอยู่ตรงข้ามถนนข้าวสาร มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจจำนวนมาก

แห่กลับบ้านร่วมสงกรานต์รถติดยาว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 11 เมษายน ประชาชนต่างทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด ทำให้ถนนมอเตอร์เวย์ ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 30 บนถนนกาญจนาภิเษก(ทางหลวงหมายเลข 9 ) ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี มุ่งหน้าบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าสายภาคเหนือและภาคอีสาน มีรถเป็นจำนวนมาก ทำให้ถนนสายดังกล่าว เริ่มมีรถมากตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 30 ไปจนถึงหลักหน้าด่านเก็บเงินธัญบุรี หลักกิโลเมตรที่ 26 และรถชะลอตัว ก่อนถึงด่านเก็บเงิน

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          ต่อมาในช่วงเช้าตรู่วันที่ 12 เมษายน ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งในสถานีขนส่งต่างๆ ทั้งที่หมอชิต สถานีรถไฟหัวลำโพงมีประชาชนไปรอขึ้นรถเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับที่สนามบินก็มีประชาชนจำนวนมากไปรอขึ้นเครื่องบิน

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ขับรถยนต์เดินทางกลับภูมิลำเนาก็ออกจากบ้านกันตั้งแต่กลางดึก และทยอยกันออกมาเรื่อยๆ ทำให้ถนนพหลโยธินที่เป็นเส้นทางมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคอีสาน การจราจรคับคั่ง เคลื่อนตัวได้ช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเร่งระบายรถ พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่กำลังเดินทาง ซึ่งบางรายรถเสียกะทันหันกลางทาง หรือประสบอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ก็เข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อได้รับแจ้ง หรือเจ้าหน้าที่ตระเวนผ่านไปเห็น

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          ต่อมาในช่วงสายวันเดียวกัน สภาพการจราจรบนถนนพหลโยธินขาออกเริ่มหนาแน่น โดยเฉพาะที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 42+800 จากหน้าโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ย่านบางขัน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก่อนถึงนิคมอุตสาหกรรมนวนคร มีรถยนต์ติดสะสมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางไปสู่แยกเอเชีย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สระบุรี ซึ่งประชาชนจำนวนมากใช้เดินทางกลับภูมิลำเนาในภาคเหนือและภาคอีสาน

          ต่อมาในช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณรถจาก จ.สระบุรี มุ่งหน้าสู่ประตูอีสาน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีเป็นจำนวนมากและสะสมในช่วงเนินลำตะคอง คลองไผ่ เนื่องจากบริเวณนี้มีการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ และมีทางเบี่ยง ทำให้การจราจรเคลื่อนตัวได้ช้า บางครั้งหยุดนิ่ง รถติดยาวกว่า 40 กิโลเมตร

          หลังจากนั้นในช่วงเย็นของวันที่ 12 เมษายน เป็นต้นไป การจราจรบนถนนสายต่างๆ ที่มุ่งหน้าออกไปต่างจังหวัดแน่นขนัด รถยนต์เคลื่อนตัวได้ช้า สลับกับการหยุดนิ่ง เนื่องจากประชาชนที่เลิกจากงานพากันเดินทางกลับภูมิลำเนา ทำให้มีรถสะสมเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต่างเร่งระบายรถกันอย่างเต็มที่

ผบ.ตร.ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจจราจร

          เมื่อช่วงบ่าย วันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมคณะได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจสอบสภาพการจราจรตามเส้นทางสายตะวันออก สายใต้ และสายเหนือ บริเวณต่างระดับบางปะอิน เพื่อประเมินสถานการณ์สภาพการจราจร พร้อมตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 2 และ ภาค 7 พร้อมกับตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนบริเวณจุดบริการประชาชนชายหาดพัทยา 13/1, ศาลาท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย จ.ชลบุรี ชายหาดและร้านค้าชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์โดย ผบ.ตร.ได้มอบนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในการอำนวยความสะดวกและดูแลความสงบเรียบร้อยของพี่น้องประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเต็มที่

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          จากนั้น ได้เดินไปตรวจเยี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยวต่างๆ ตลอดจนทักทายพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้ให้กำลังใจและมอบอาหารและเครื่องดื่มเพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย และขอให้พี่น้องประชาชนมีความสุขกับเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทย อยู่กันพร้อมหน้ากับครอบครัว ตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน

รองผบ.ตร.กำชับไม่โป๊ ไม่ลวนลาม

          เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ สน.ชนะสงคราม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบแนวทางการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้แก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในพื้นที่ถนนข้าวสาร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลังจากนั้นได้ร่วมเดินรณรงค์ให้ชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเล่นสงกรานต์กันอย่างปลอดภัย

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ประชาชนที่เข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์ เจ้าหน้าที่จะมีการตรวจเข้ม วางกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบประจำทุกจุด มีศูนย์คอยตรวจตราสิ่งผิดปกติ ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ ปีนี้จะไม่มีคดีลักทรัพย์ ลามกอนาจาร มาเล่นสงกรานต์ปลอดภัยไร้กังวลแน่นอน


"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          “ตำรวจจะบังคับใช้มาตรการ ไม่โป๊ ไม่ลวนลาม ไม่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง หากใครฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เช่นหากแต่งตัวโป๊จนเกินงาม จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หากลวนลามทำอนาจาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 จำคุกไม่เกิน 10 ปีปรับไม่เกิน 200,000 บาท และหากจำหน่ายปืนฉีดน้ำแรงดันสูงจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 50,000 บาท” โฆษก ตร. กล่าว

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สน.ชนะสงคราม กล่าวว่า สน.ชนะสงคราม ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเล่นน้ำสงกรานต์มานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ทั้งเรื่องการแต่งกายห้ามโป๊ การละเล่น การดื่มสุราภายในงาน นอกจากนี้ยังมีแผนรองรับการจราจร แผนรักษาความปลอดภัย มีจุดคัดกรอง 5 จดุบริเวณโดยรอบ มีเจ้าหน้าที่ประจำแต่ละจุด ได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่สุ่มตรวจ จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ใช้กำลังพลคิดเป็น 960 นายต่อวัน โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00-21.00 น. ในช่วงวันที่ 13-15 เมษายน คาดว่าจะมีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมาเล่นน้ำสงกรานต์ประมาณ 3 หมื่นคนต่อวัน

ถนนข้าวสารเริ่มแล้วสาดน้ำชุ่มฉ่ำ

          เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ถนนข้าวสาร สมาคมผู้ประกอบการค้าฯ ร่วมกับ กทม. และหน่วยงานเกี่ยวข้อง จัดงานมหาสงกรานต์ถนนข้าวสาร ภายใต้แนวคิด “รื่นเริงวันสงกรานต์ ย้อนวันวานงานประเพณี” โดยปิดถนนข้าวสาร และถนนข้างเคียงให้นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำ 4 วัน ตั้งแต่ 12-15 เมษายน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเล่นสาดน้ำอย่างสนุกสนาน ร้านค้า ร้านอาหาร 2 ฝั่งถนน ให้พนักงานแต่งชุดไทยตามกระแสละครบุพเพสันนิวาส

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          ทั้งนี้ ในช่วงเย็นได้มีการปิดถนนข้าวสารห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำชั่วขณะ เพื่อทำพิธีเปิดงานสงกรานต์ตามประเพณีไทย มีการแสดงศิลปวัฒนธรรม และประกวดเทพีสงกรานต์นานาชาติในช่วงค่ำ

“หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์”สนุกสนาน

          วันเดียวกัน ที่ จ.สงขลา นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต่างออกมาเล่นน้ำสงกรานต์ บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ ย่านการค้ากลางเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งพื้นที่จัดงานหาดใหญ่ มิดไนท์สงกรานต์ กันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด นักท่องเที่ยวบางรายแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุค นุ่งโจงกระเบนและห่มผ้าสไบ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าต่างนำสินค้าประเภทปืนฉีดน้ำ แป้ง ขันน้ำ รวมถึง นำถังน้ำขนาดใหญ่มาวางเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ใช้เติมน้ำเล่นกันอย่างสนุกสนาน

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          ต่อมาในช่วงเย็น กิจกรรมหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ ก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ มีขบวนคาร์นิวัลที่สวยงาม รวมถึงกิจกรรมบันเทิงต่างๆ

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          อย่างไรก็ตามหน่วยกำลังด้านความมั่นคง ได้จัดเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว อาสารักษาดินแดน รวมถึงอาสาเครือข่ายภาคประชาชน เข้าร่วมปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จัดงานทุกอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุร้าย สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

"บิ๊กตู่" อวยพรสงกรานต์คนไทยให้ประสบความสุข
 

          นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวว่า นอกจากบริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ย่านการค้ากลางเมืองหาดใหญ่แล้วยังมีการจัดงานอีกจุดที่บริเวณสวนหย่อมมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ 12-15 เมษายน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยจะมีกิจกรรมที่หลากหลาย เน้นการสืบสานประเพณีอันดีงาม ซึ่งขณะนี้ห้องพักโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ ถูกจองเต็มทั้งหมด ทำให้คาดว่าจะมีเงินสะพัดในเทศกาลสงกรานต์ไม่น้อยกว่า 250 ล้านบาท