
แม่น้ำยมตอนล่างแห้งขอดเหลือแต่ทราย- หอยแห้งตายเกลื่อน
ชาวนาในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ขอให้จังหวัดกำแพงเพชรปล่อยน้ำให้มากขึ้น เนื่องจากเกรงว่านาข้าวจะได้รับความเสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์ภัยแล้งโดยเฉพาะในพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นอีกอำเภอหนึ่งที่เมื่อถึงหน้าแล้งก็จะแล้งไม่มีน้ำใช้อุปโภคบริโภค หรือ แหล่งน้ำทางการเกษตร เป็นประจำทุกปี และในปีนี้เช่นกัน หลายจุดในพื้นที่ อ.บางระกำ เริ่มมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกันแล้ว โดยที่แม่น้ำยม บ้านวังเป็ด หมู่ 12 ต.บางระกำ จ.พิษณุโลก แม่น้ำยมตอนล่างในเขตอ.บางระกำ ที่บางจุดเคยมีสภาพลำน้ำกว้างกว่า 200 เมตร ลึกกว่า 10 เมตร ขณะนี้ได้แห้งขอดเห็นทรายสีขาวโพน ยาวเหยียด สามารถเดินข้ามไปมาได้โดยสบาย ไม่ต้องใช้เรือเหมือนในช่วงฤดูน้ำหลากแต่อย่างใด
นายน้อย องอาจ ชาวบ้าน บ้านวังเป็ด อ.บางระกำ กล่าวว่า ทุกๆปี น้ำในแม่น้ำน่าน เมื่อถึงฤดูแล้ง บางจุดก็จะแห้งขอด จนสามารถเดินข้ามไปมาได้ และส่งผลให้ชาวบ้านในละแวกที่เคยหาปลามาประกอบอาหาร ต้องเดือดร้อน ไม่มีค่อยมีปลาเหมือนแต่ก่อน กว่าจะได้แต่ละปลาตัวไปต้องอาศัยเวลานานหลายชั่วโมง เนื่องจากน้ำแห้งขอดไม่มีปลาเหลือ บางจุดก็เห็นแต่เปลือกหอยที่แห้งตายจำนวนมาก นอกจากนี้ในช่วงนี้บางวันสภาพอากาศเริ่มร้อนมาก เกือบ 35 องศา ทำให้ตนเองต้องพาเจ้าสุนัขตัวโปรดมากินน้ำที่แห้งขอด นี้เป็นประจำส่วนเกษตรกรที่ทำนาปรัง เป็นประจำทุกปี พบว่าในปีนี้เริ่มลดลง เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากสภาพแม่น้ำลำคลองที่เหือดแห้งหลายแห่ง ทำให้ไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง จนเสียหายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่
ส่วนพื้นที่ประสบภัยตัวเลขล่าสุด พบพื้นที่ประสบภัยแล้งใน 4 อำเภอ 8 ตำบล 26 หมู่บ้าน มีราษฎร ได้รับความเดือดร้อน 698 ครอบครัว 1,699 คน ทั้งนี้ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ได้ประกาศให้ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านองค์การบริหารส่วนตำบลได้ทุกแห่งในวันเวลาราชการ
ชาวนาพิจิตรขอให้จังหวัดกำแพงเพชรปล่อยน้ำให้มากขึ้น
นายดำเนิน จันทคา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ขอให้ชลประทานจังหวัดกำแพงเพชร เร่งผันน้ำจากแม่น้ำปิง ผ่านทางคลองท่อทองแดง มายังจังหวัดพิจิตรให้มากขึ้น เนื่องจากปลายน้ำโดยเฉพาะที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง หลายตำบล ไม่ว่าจะเป็นตำบลทุ่งใหญ่ ตำบลเนินสว่าง และอีกหลายตำบล กำลังขาดแคลนน้ำอย่างหนัก
โดยที่ผ่านมา ชาวนาในอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันสูบน้ำที่ปล่อยมาตามลำคลองในหมู่บ้านได้เพียงหมู่บ้านละ 2 วันเท่านั้น ซึ่งก็ไม่เพียงพอ ทำให้นาข้าวของชาวบ้านเริ่มขาดน้ำ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปจะทำให้นาข้าวหลายหมื่นไร่ ขาดน้ำแห้งแล้งจนเสียหายทั้งหมด ทั้งที่ชาวนาได้ลงทุนไปจำนวนมากแล้ว
สำหรับน้ำที่มีการผันน้ำมาจากแม่น้ำปิงเพื่อมาใช้ในการเกษตร ที่จังหวัดพิจิตร ได้กลายเป็นน้ำที่มีปัญหาตลอดเวลา โดยชาวบ้านต้นทางได้พยามที่จะกักน้ำไว้เพื่อทำนาในช่วงบน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กำแพงเพชร ทำให้ชาวนาในจังหวัดพิจิตรต้องคอยเดินทางไปขอร้องชาวนาในจังหวัดกำแพงเพชรบ่อยครั้ง และเสี่ยงที่จะเกิดการทะเลาะวิวาทจากการแย่งน้ำกันหลายครั้ง ซึ่งชาวนาทั้ง 2 จังหวัดก็อย่างให้ รัฐบาล ส่งผู้มีอำนาจเข้ามาแก้ไข ก่อนที่จะเกิดเรื่องบานปลายขึ้นระหว่างชาวนา
ชาวนาพิจิตรแห่จำนำข้าวเปลือก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลเปิดรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2551 ถึงวันที่ 28 ก.พ.2552 นั้น โดยที่จังหวัดพิจิตร ได้มีเกษตรกรแห่เข้าร่วมโครงการแล้วเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อวานที่ผ่านมา (28 ก.พ.) ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ของโครงการรับจำนำข้าว ปรากฏว่ามีชาวนาจำนวนมากพากันนำข้าวไปจำนำ โดยบางรายถึงกับเก็บเกี่ยวข้าวที่ยังไม่ถึงอายุเก็บเกี่ยวไปจำนำ ที่สหกรณ์การเกษตร อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร จำนวนมาก
เนื่องจากเกรงว่า หากหมดระยะเวลารับประกัน จะทำให้ราคาข้าวตกลงมา ในขณะที่ชาวจำนวนมากต้องการให้รัฐบาลขยายเวลาการรับจำนำออกไปอีก เพราะในขณะนี้มีนาข้าวอีกจำนวนมากที่กำลังเก็บเกี่ยวและการที่รัฐบาลไม่ต่ออายุการรับประกันในช่วงแรกอาจจะเป็นการเปิดช่องให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการทำการทุจริตได้ง่าย โดยจะเร่งรับซื้อข้าวในราคาที่ถูกไว้รอสวมสิทธิ์ข้าวของเกษตรกร ในช่วงที่จะมีการเปิดรับจำนำ ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงที่ชาวนาต้องรีบนำเงินไปคืนให้กับทาง ธ.ก.ส. ชาวนาจึงอยากให้ทางรัฐบาลนั้นช่วยเร่งขยายระยะเวลาของโครงการออกไปอีก เพราะจำนวนข้าวที่เกษตรกรจะมาเข้าร่วมโครงการนั้นยังเหลืออีกมาก



