สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) จัดเสวนา "นับถอยหลังเทียนกง-1 ตกสูงโลก บทสรุปจากห้วงอวกาศ" เพื่อให้สาธารณชนเกิดการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการติดตามและเฝ้าระวังวัตถุอวกาศ นำโดย ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์วงโคจร จากจิสด้า, คุณพรเทพ นวกิจกนก หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์วงโคจรและวัตถุอวกาศจากจิสด้า, คุณกฤษณ์ คุณผลิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), ผศ.ดร.ชูเกียรติ น้อยฉิม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอวกาศ จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, ร้อยตรีพงศธร ศิริสาคร ผู้แทนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย และ คุณเฌอปราง อารีย์กุล หรือ เฌอปราง-BNK48 เข้าร่วมงาน ณ ลานเอเทรี่ยม 3 ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ในช่วงระหว่างการเสวนาเชิงวิชาการ ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์วงโคจรของจิสด้า กล่าวว่า "จิสด้า ในฐานะหน่วยปฎิบัติภารกิจทางด้านอวกาศของไทย ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยทางจิสด้ามีโปรแกรมที่ใช้ติดตามความสูงของสถานีอวกาศ รวมไปถึงความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติเพื่อติดตามการตกของสถานีอวกาศเทียงกง-1 ด้วยข้อมูลจากโปรแกรม EMERALD ที่จิสด้าพัฒนาขึ้น และข้อมูลจาก China manned space พบว่าสถานีอวกาศเทียนกง 1 โคจรรอบโลกด้วยความสูงเฉลี่ย ณ วันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 198 กิโลเมตร ทั้งนี้เมื่อสถานีอวกาศเทียนกง 1 ตกสู่พื้นผิวโลกจะมีการแตกเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็ก และหลงเหลือสู่พื้นโลกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศที่มีความร้อนสูงจนทำให้โลหะต่างๆ เกิดการระเหิดและกลายเป็นไอในที่สุด ทั้งนี้ โอกาสที่ชิ้นส่วนจะตกในพื้นที่ของประเทศไทยมีน้อยกว่าร้อยละ 0.1"
ขณะที่ นายกฤษณ์ คุณผลิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และเป็นผู้แทนศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐ เผยว่า "ปัจจุบันมีขยะอวกาศอยู่ในวงโคจรชั้นต่ำประมาณ 500,000 ชิ้น และมีดาวเทียมที่ใช้งานได้อยู่ประมาณ 50,000 ดวง ส่วนโอกาสของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ที่จะตกสู่ไทยนั้นเขาคำนวณว่ามีโอกาสประมาณ 0.01%"