
เริ่มแล้ว7วันอันตราย-ปชช.แห่กลับบ้านฉลองสงกรานต์
ปชช.ทยอยกลับบ้านฉลองสงกรานต์ มท.1 เปิดศูนย์ "7 วันอันตราย" ผบ.ตร.ลั่น เจอด่านรีดไถโดนเชือดวินัย-อาญา ศาลพร้อมแจกกำไลข้อเท้าคนเมาแล้วขับ ดื่มหนักขัง 15 วัน
เมื่อวันที่ 11 เมษายน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร”
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถือเป็นการเปิดศูนย์ตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนจะใช้รถใช้ถนนจำนวนมากในเทศกาลสงกรานต์ ในภาพรวมเราได้นำสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงที่ผ่านมาว่าเกิดจากสาเหตุอะไร มีมาตรการป้องกันอย่างไร ซึ่งทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในเรื่องการใช้รถ ใช้ถนน ได้ดำเนินแก้ไขในหลายประเด็น และหลังจากที่ได้ประเมินทุกอย่างก็ได้ออกแผนการรณรงค์เรื่องการใช้รถใช้ถนนในเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งวันนี้จะคอนเฟอเรนซ์ไปยังพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะเน้นย้ำรณรงค์ให้ทุกคนใช้รถใช้ถนนอย่างมีวินัยตามกฎหมาย ไม่ดื่มสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ รวมถึงกำชับเรื่องการใช้ความเร็ว เข็มขัดนิรภัยและหมวกนิรภัย ซึ่งการรณรงค์ได้รับความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนที่ช่วยกันรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
“รวมถึงตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายกรณีเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขและข้อยกเว้นของการประกันภาคสมัครใจกรณีดื่มแล้วขับ คุมเข้มความปลอดภัยของยานพาหนะทุกประเภท เพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง เพื่อกวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ อีกทั้งใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัคร ในการจัดตั้งด่านชุมชนป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุและรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนในรูปแบบเคาะประตูบ้าน” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
แนะทำกิจกรรมมงคลแทนดื่มน้ำเมา
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะมีมาตรการเสริม เช่น การสวดมนต์ และกิจกรรมที่เป็นมงคลโดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งมึนเมา ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสะดวกในเรื่องของที่พักรถซึ่งเป็นมาตรการที่อยากให้ประชาชนช่วยกันร่วมมือ ในส่วนมาตรการด้านกฎหมายจะมีตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ขนส่ง ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมในพื้นที่ หมู่บ้าน ช่วยกันตั้งด่านชุมชนเพื่อลดสถิติอุบัติเหตุและการสูญเสีย ซึ่งปีนี้เราได้ทำสถิติย้อนหลังของพื้นที่ที่มีการสูญเสียสูง มีจำนวน 109 อำเภอ พื้นที่ที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุรองลงมามี 89 อำเภอ โดยพื้นที่เหล่านี้จะใช้มาตรการทุกอย่างให้เข้มข้น คำนึงถึงพื้นที่จุดเสี่ยง จะมีเจ้าหน้าที่ลงดูแลอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ สำหรับเป้าหมายในปีนี้อยากให้ประชาชนใช้เวลาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้ปลอดภัยมากที่สุด ทั้งนี้ไม่อยากตั้งเป้าว่าจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นเท่าใด เพราะหนึ่งชีวิตก็มีความหมายและต้องทำอย่างไรไม่ให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
เน้นป้องกัน-ลดอุบัติเหตุทางถนน
นายสุธี มากบุญ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสำคัญย้อนหลัง 3 ปี มีพื้นที่เฝ้าระวังอุบัติเหตุทางถนนใน 198 อำเภอ และ 1 เขต แยกเป็น พื้นที่สีแดง 109 อำเภอ และพื้นที่สีส้ม 89 อำเภอ 1 เขต กระทรวงมหาดไทยได้ประสานให้จังหวัดและอำเภอในพื้นที่ดังกล่าว ใช้กลไกศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดและอำเภอ เพิ่มความเข้มข้นในการขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนน โดยวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและชี้เป้าการจัดการความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา พร้อมดำเนินมาตรการชุมชนและสังคมโดยประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร และจิตอาสาในพื้นที่เฝ้าระวังผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ รวมถึงเพิ่มความถี่ในการจัดตั้งจุดตรวจหลัก จุดสกัด จุดบริการ และด่านชุมชน ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในทุกเส้นทาง
ผบ.ทบ.สั่งทหารตั้งจุดบริการดูแลปชช.
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในวันนี้นับเป็นวันแรกที่กองทัพบกได้เริ่มเข้าอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ โดยตลอดเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 11–17 เมษายน นี้ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยทหารของกองทัพบกร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดตั้งจุดบริการประชาชน 553 จุด ในพื้นที่สำคัญของแต่ละจังหวัด ได้แก่ บริเวณเส้นทางคมนาคมสายหลัก พื้นที่หน้าค่ายทหาร พื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางก่อนถึงด่านชายแดน เป็นต้น โดยมีการอำนวยความสะดวกประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ในหลายด้าน อาทิ เป็นพื้นที่พักรถ-พักคน สอบถามเส้นทาง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตรวจเช็กสภาพรถ บริการน้ำดื่ม-กาแฟ รวมถึงเป็นจุดรับแจ้งเหตุด่วน
สนธิกำลังตั้งจุดตรวจความมั่นคง
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้หน่วยทหารของกองทัพบกในนามกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจะดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 46/2558 “เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะ” โดยปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนในพื้นที่และจิตอาสา ด้วยการตั้งจุดตรวจความมั่นคง จุดตรวจป้องปรามการกระทำผิดกฎหมาย การเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมระงับเหตุ การเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลเข้าดูแลผู้เจ็บป่วย การดูแลความปลอดภัยสาธารณะและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จัดกิจกรรม ขณะเดียวกันในพื้นที่รอยต่อระหว่างประเทศ กองกำลังป้องกันชายแดนได้ประสานส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์ของมิจฉาชีพในห้วงเทศกาล ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และร่วมเป็นหูเป็นตาในการดูแลความปลอดภัยสาธารณะ
เสริมด่านชุมชน-ด่านครอบครัว
พ.อ.หญิงศิริจัยทร์ ย้ำว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา กองทัพบกได้มีการวิเคราะห์สถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุในแต่ละจังหวัด เช่น เส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุ ช่วงเวลา สาเหตุ พฤติกรรมเสี่ยง พร้อมวางมาตรการป้องกันในแต่ละพื้นที่ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุให้มากยิ่งขึ้น จากสถิติดังกล่าวพบว่ารถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุสูงสุด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการดื่มสุราและความประมาท สำหรับจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย คือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เส้นทางตรงยาว และทางโค้ง
จากข้อมูลดังกล่าวหน่วยทหารในพื้นที่ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับส่วนราชการท้องถิ่น ชุมชน และจิตอาสา เพิ่มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุ อาทิ ติดตั้งป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือน เพิ่มไฟฟ้าส่องสว่าง ปรับภูมิทัศน์ข้างทาง การตัดแต่งต้นไม้ การติดตั้งอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย เช่น ยางรถยนต์, ปลูกต้นกล้วยลดแรงปะทะข้างทาง, ติดตั้งลูกระนาดเพิ่มความฝืดของถนน เป็นต้น นอกจากนี้ได้ร่วมกับชุมชนในการจัดตั้ง "ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” ช่วยยับยั้งไม่ให้คนดื่มสุราใช้ยานพาหนะ รวมทั้งรณรงค์หลีกเลี่ยงการใช้จักรยานยนต์ช่วงเทศกาลเพื่อลดการสูญเสียด้วย
“จักรทิพย์”กำชับเฝ้าระวังเส้นทางเสี่ยง
เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 11 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับให้ทหาร ตำรวจ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย บูรณาการการทำงานร่วมกันในการดูแลความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัยทั้งไปและกลับ โดยวันพรุ่งนี้ (12 เม.ย.) จะเดินทางไปตรวจความเรียบร้อยที่สถานีขนส่งหมอชิต จตุจักร หลังจากนั้นจะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจความเรียบร้อยการจราจรที่พัทยา หัวหิน สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
ส่วนกรณีที่มีข้อมูลสถิติของสำนักอำนวยความปลอดภัยกรมทางหลวงพบว่า ทางหลวงจำนวน 8 สาย มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่ที่หลับในมากที่สุดนั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้กำชับให้ตำรวจทุกนายเฝ้าระวังและเพิ่มมาตรการป้องกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นถนนสายไหนก็ตามที่มีความเสี่ยง ได้สั่งการไปหมดแล้ว เพื่อลดอุบัติเหตุ รวมถึงกำชับให้เฝ้าระวังการลักลอบขนยาเสพติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วย ส่วนการข่าวความมั่นคงขณะนี้ทุกอย่างปกติ ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุที่ไม่ดี
ผบ.ตร.ประกาศด่านรีดไถโดนเชือดแน่
“ได้เน้นย้ำ สั่งเด็ดขาดถึงตำรวจทุกหน่วย ทุกนาย ห้ามฉวยโอกาสช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกราต์ ตั้งด่านรีดไถ เรียกรับผลประโยชน์ ถ้าหากพบต้องดำเนินการทั้งวินัยและอาญา ไม่เอาไว้อยู่แล้ว เรื่องนี้ นายกฯ และรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงได้เน้นย้ำอยู่ตลอด” ผบ.ตร.กล่าว
ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และอวยพรประชาชนให้เที่ยวสงกรานต์อย่างมีความสุข เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย
11 จุดสงกรานต์กทม.ห้ามขายเเหล้า
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีจุดเล่นน้ำสงกรานต์ใหญ่ๆ 11 จุด ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ 1.สวนลุมพินี 2.ถนนสีลม 3.ถนนข้าวสาร 4.เอเชียทีค 5.นานา สงกรานต์ เฟสติวัล 2018 6.ถนนพัฒน์พงษ์-ธนิยะ 7.เซ็นทรัลเวิลด์ 8.สยามสแควร์ 9.ถนนโชคชัย 4 10. อาร์ซีเอ และ 11.สงกรานต์ มิวสิค เฟสติวัล 2018 ถ.พระราม 9 โดยทั้ง 11 จุดนั้นห้ามจำหน่ายสุราบนท้องถนนหรือตามตรอก-ซอยที่มีการจัดงาน แต่มีข้อยกเว้นให้ขายได้เฉพาะในสถานบันเทิงที่มีใบอนุญาตจำหน่ายเท่านั้น ขณะนี้การข่าวยังปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจเน้นเรื่องการป้องกันเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องสายตรวจ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อป้องกันไม่มีเกิดเหตุ หรือถ้ามีเหตุต้องจับให้ได้โดยเร็ว ตรงนี้ถือเป็นนโยบายหลัก
จัดด่านตรวจแอลกอฮอล์เข้ม 137 จุด
“ทั้งนี้ ในนครบาลมีด่านตรวจทั้งหมด 137 จุด ในส่วนนี้เราทำอยู่แล้ว แต่เพิ่มความเข้มเข้าไป พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับว่าให้ทุกด่านตรวจ นอกจากจะตรวจแอลกอฮอล์แล้วจะต้องตรวจหาสารเสพติดด้วย โดยแต่ละด่านมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผกก.-รอง ผบช.ที่จะต้องลงไปดูด้วยตัวเอง ส่วนการเล่นน้ำสงกรานต์ ขอความกรุณาเรื่องการแต่งกาย ขอให้สุภาพเรียบร้อย และอุปกรณ์หรือเครื่องที่ใช้ในการเล่นน้ำ ต้องใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันต่ำ เพราะถ้าใช้แบบแรงดันสูงฉีดอาจทำให้ตาบอดได้ หรือฉีดไปในสถานที่ขับขี่ยานพาหนะ ยิ่งจักรยานยนต์อาจเกิดอุบัติเหตุได้ อีกเรื่องที่เน้นคือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะผลตามมาคือการประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์ รวมถึงการลวนลามทางเพศ” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว
ย้ำพบรถฉุกเฉินต้องเปิดทางให้
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ยังกล่าวอีกว่า ช่วงวันสงกรานต์ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่าน หากพบรถฉุกเฉินเปิดสัญญาณไซเรน ขอให้ทางแก่รถฉุกเฉิน กรณีมีคนไข้ คนเจ็บ ต้องการไปโรงพยาบาล หากไม่ปฏิบัติตามมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ส่วนรถติดตามต้องเว้นระยะ 50 เมตร และเข้าใกล้รถฉุกเฉินไม่ได้ เมื่อใดก็ตามที่คนแสดงความฉุกเฉินขอใช้เส้นทาง ต้องหลีกเลี่ยงให้ ทั้งนี้หากไม่หลบให้รถฉุกเฉิน มีความผิดลหุโทษ แต่หากก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้บาดเจ็บก็ต้องรับผิดชอบอีกส่วนหนึ่งในทางแพ่ง หากผู้เสียหายพิสูจน์ได้ว่ารถของท่านไปเกะกะกีดขวางทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้โดยเร็ว ถือว่าท่านมีความผิด
เมาขับสงกรานต์ศาลสั่งขังทันที 15 วัน
นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงดอนเมือง ร่วมกันแถลงข่าวการใช้ “EM” หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับคดีเมาแล้วขับ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์
นายสราวุธกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการประสานงานความร่วมมือระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมและกรมคุมประพฤติ ในการนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวของสำนักงานศาลยุติธรรมมาใช้กับกลุ่มผู้ถูกคุมประพฤติ หลังศาลมีคำสั่งพิพากษา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 และกำหนดเงื่อนไขให้ติดเครื่องมือหรือเทคนิคติดตามตัวระยะแรก จะเริ่มนำร่องศาลแขวงพระนครเหนือและศาลแขวงดอนเมือง ตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
นายประเสริฐกล่าวว่า ศาลแขวงดอนเมืองได้รับโยบายนำร่องในการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ในคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.จราจร กรณีเมาแล้วขับ สำหรับแนวทางการดำเนินการของศาลแขวงดอนเมือง กับกลุ่มคดีดังกล่าวนั้น หากผู้กระทำความผิด ตรวจวัดแล้วมีปริมาณแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 251 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ศาลจะใช้นโนยายต่อผู้ต้องคำพิพากษาเหล่านี้ค่อนข้างเคร่งครัด โดยจะสั่งขังเลยอย่างน้อย 15 วัน ส่วนกลุ่มที่ตรวจวัดแล้วพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 251 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ศาลจะมีเงื่อนไขคุมประพฤติเพิ่มเติม โดยห้ามออกนอกสถานที่พักอาศัยในยามวิกาล เพื่อแก้ไขพฤติกรรมและเป็นการป้องปรามกระทำความผิด โดยจะใช้อีเอ็มหรือกำไลข้อเท้า ควบคุมกลุ่มคนเหล่านี้ และห้ามออกที่พักอาศัยจำนวน 15 วัน ทั้งนี้รวมไปถึงการแข่งรถบนถนนสาธารณะ เช่นกัน
นายประสารกล่าวว่า สำหรับการใช้เครื่องมือติดตามตัวจะใช้กับกลุ่มผู้ถูกคุมประพฤติ ในคดีขับรถขณะเมาสุราช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะเริ่มใช้กับกลุ่มผู้กระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนนี้ ที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 2 และสำนักงานกรุงเทพมหานคร 12 นอกจากนี้ จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างศูนย์ควบคุมและติดตามการปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคุมประพฤติ
ปชช.เริ่มทยอยกลับภูมิลำเนา
สำหรับบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาในวันที่ 11 เมษายน ในหลายพื้นที่ ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกันแล้ว ทั้งทางรถไฟและทางรถยนต์ โดยเฉพาะที่สถานีรถไฟหัวลำโพงและที่สถานีขนส่งหมอชิต ประชาชนจำนวนมากไปรอขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อไปร่วมเทศกาลสงกรานต์
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันที่ 11 เมษายน ถนนสายต่างๆ ที่ใช้เดินทางมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคอีสาน ยังมีรถยนต์ไม่มากนัก การจราจรคล่องตัว ต่อมาเมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย การจราจรเริ่มคับคั่ง และหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น ถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าสู่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงผ่านทางแยกทางร่วมหรือบริเวณพื้นที่ก่อสร้างของกรมทางหลวง รถยนต์ต้องเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่งติดสะสมเป็นแถวยาว โดยเฉพาะช่วงหลักกิโลเมตรที่ 73-87 พื้นที่ก่อสร้างทางต่างระดับถนนมอเตอร์เวย์ ซึ่งเป็นเส้นทางเลียบอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร โดยแขวงทางหลวงนครราชสีมา ที่ 2 ได้คืนพื้นผิวจราจรเต็ม 3 ช่องทาง โดยวางแบร์ริเออร์เป็นแนวกั้นเขตทางก่อสร้าง ทำให้การจราจรคล่องตัวในระดับหนึ่ง
โพลล์ชี้คนไทยอยากเข้าวัดทำบุญ
วันเดียวกัน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กล่าวว่า 14 เมษายน ของทุกปีเป็นวันแห่งครอบครัว สค.จึงร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำการสำรวจพฤติกรรมและกิจกรรมที่ประชาชนมักทำร่วมกับครอบครัวในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ประจำปี 2561 จากประชาชนที่พักอาศัยในกทม.จำนวน 1,055 คน พบว่า ร้อยละ 43.7 มีแผนจะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ขอนแก่น สกลนคร ร้อยละ 43.13 ไม่ได้เดินทางไปต่างจังหวัด เนื่องจากเป็นคนกทม. โดยกำเนิด รวมถึงต้องการพักผ่อนหรือท่องเที่ยวสงกรานต์ในกทม.และต้องทำงาน และร้อยละ 13.18 มีการวางแผนไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยในประเทศประชาชนส่วนใหญ่นิยมไป จ.ระยอง จ.เชียงใหม่ เท่ากัน รองลงมาคือ จ.ภูเก็ต ส่วนต่างประเทศมากสุดประเทศญี่ปุ่น รองลงมาคือจีน และเกาหลีใต้
นายเลิศปัญญา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับกิจกรรมที่อยากทำร่วมกับครอบครัวในวันสงกรานต์ และกิจกรรมที่ไม่อยากทำหรือไม่ควรทำในช่วงวันสงกรานต์ ผ่านทางเครือข่ายโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก จำนวน 320 คน พบว่า กิจกรรมที่คนไทยอยากทำร่วมกับครอบครัวมากที่สุด ร้อยละ 14.6 เข้าวัดทำบุญตักบาตร ร้อยละ 13.96 รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ ร้อยละ 13.2 กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว ขณะที่กิจกรรมที่ไม่อยากทำหรือไม่ควรทำมากที่สุด ร้อยละ 32.50 ดื่มสุรา รองลงมาร้อยละ 17.50 การเมาแล้วขับ และร้อยละ 3.13 การทะเลาะวิวาท



