ข่าว

"สมชัย" ไขก๊อก ไม่กระทบตั้ง "ปรเมธี" นั่งปลัดพม.

"สมชัย" ไขก๊อก ไม่กระทบตั้ง "ปรเมธี" นั่งปลัดพม.

11 เม.ย. 2561

"อนันตพร" เชื่อ "สมชัย" ลาออกราชการ ไม่กระทบตั้ง "ปรเมธี" คนนอก นั่งปลัดพม. รับกระทบขวัญกำลังใจคนในกระทรวงฯ แต่จำเป็นต้องทำ เรียกความเชื่อมั่นประชาชน

          11 เม.ย. 61 - พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงการออกคำสั่งให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง พม. ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากทุจริตงบประมาณอุดหนุนคนไร้ที่พึ่งว่า

           ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ คนดังกล่าว คือ นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ซึ่งถูกคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงระบุว่าข้อกล่าวหาที่ว่านายธีรพงษ์มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้น มีมูล จึงต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ดังนั้นตนต้องทำตามขั้นตอน คือการให้นายธีรพงษ์ออกจากราชการไว้ก่อน แต่ยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิด เพียงแค่ทำตามหลักการและมติ ครม. ทั้งนี้หากผลการสอบสวนสุดท้ายพบว่านายธีรพงษ์ไม่มีความผิด ก็สามารถกลับมารับราชการได้

          พล.อ.อนันตพร ยังกล่าวถึงกรณีนายสมชัย สัจจพงศ์ ยื่นใบลาออกจากราชการ ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มติ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้โอนย้ายจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ที่ไปเป็นปลัดกระทรวง พม. ว่า มันเป็นไปตามกลไกของการปรับเปลี่ยนผู้บริหารว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งใด ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ซึ่งการลาออกของนายสมชัยไม่มีผลต่อมติ ครม. ที่แต่งตั้งนายปรเมธีมาเป็นปลัดกระทรวง พม. เนื่องจาก ครม.มีมติอนุมัติการแต่งตั้งนายปรเมธีแล้ว ตนคิดว่าครม.คงไม่กลับไปกลับมา เมื่อแต่งตั้งแล้วก็ตั้งไป

          เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายสมชัยและนายปรเมธีก่อนที่จะมีมติครม.ออกมา หรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า เขาพูดคุยกันก่อนแล้ว ทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น คงไม่ใช่ที่อยู่ดีๆจะมีมติออกมาได้เลย โดยกรณีของนายสมชัย คงเป็นดุลยพินิจของเขาเอง ซึ่งตนไม่ทราบ เพราะเขาย้ายไปสศช.ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับตน        

          รมว.พม. กล่าวอีกว่า กรณีของนายปรเมธีนั้น ทำได้แน่นอน ไม่ถูกโดดเดี่ยวอยู่แล้ว เขาสนิทกับตน รู้จักกันดี เขาเป็นคนเก่งและทำงานเต็มที่ จึงน่าจะเข้ามาทำให้งานด้านสังคมมีความก้าวหน้ารวดเร็วขึ้นมาก ขณะเดียวกัน งานของสศช.ทำเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้เดินไปด้วยกันอยู่แล้ว แม้ว่านายปรเมธี จะเคยเน้นงานด้านเศรษฐกิจมาก่อน แต่ตอนนี้ก็สามารถมาช่วยงานด้านสังคมบ้าง เพราะงานด้านสังคมเป็นสิ่งที่น่าห่วงใย ทั้งเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ งานด้านความมั่นคงอยู่ในความรับผิดชอบของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขณะที่งานการเมืองเป็นเรื่องของรัฐบาล

          ดังนั้นทั้ง 3 เสานี้เป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม การนำคนนอกกระทรวงฯ มาเป็นปลัดพม.นั้น ตนได้พูดคุยกับคณะผู้บริหารกระทรวงฯแล้วว่าแม้จะมีผลต่อขวัญกำลังใจของคนในกระทรวงฯบ้าง แต่ในช่วงนี้จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ส่วนข้าราชการในกระทรวงฯ ต้องทำใจเล็กน้อย ซึ่งเรามั่นใจว่าคนไหนที่มีความบริสุทธิ์ ไม่ถูกลงโทษ ก็สามารถทำงานต่อได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความเหมาะสม ตนยืนยันว่าจะดูแลข้าราชการกระทรวงฯให้ดี ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตจะผลักดันให้คนในกระทรวงฯได้เลื่อนตำแหน่งโดยเร็วที่สุด

          "อยากให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจว่ากระบวนการสอบสวนมีความจริงจัง เป็นขั้นตอน ขอฝากว่ายุคใหม่ของ พม. 1 พ.ค. ทุกคนจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องความโปร่งใสในการทำงาน ในการจ่ายเงินอุดหนุนผ่านระบบ-อีเพย์เมนท์ เช็คเงินสด การปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้ทุกคนทำงานอย่างโปร่งใส มีจิตสาธารณะ เราพยายามปรับปรุงพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้น ขอให้ทุกคนช่วยให้กำลังใจแก่คนของพม.ที่ตั้งใจทำงาน เราจะทำให้ทุกคนเชื่อถือกระทรวงพม.ได้โดยเร็วที่สุด ผมยืนยันว่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของข้าราชการ พม.ยุคใหม่ ใสสะอาด ทำงานด้วยจิตสาธารณะ"พล.อ.อนันตพร กล่าวและว่า กระทรวงนี้ถือเป็นกระทรวงที่ตั้งมา 15 ปี ยังอยู่ระหว่างการปรับตัว.