ข่าว

"ครม."ไฟเขียวยกสถานะสทป.จ่อร่วมทุนผลิต-จำหน่ายอาวุธ

"ครม."ไฟเขียวยกสถานะสทป.จ่อร่วมทุนผลิต-จำหน่ายอาวุธ

10 เม.ย. 2561

"ครม."ไฟเขียวสถานะสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศจ่อร่วมทุนผลิต จำหน่ายอาวุธ ให้ "กฤษฎีกา"ดูกฏหมายรัฐธรรมนูญขัดแข่งขันเอกชนหรือไม่

           10 เมษษยน 2561 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอขออนุมัติหลักการในร่างพ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศ ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้มีหน่วยงานอย่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา แต่ติดข้อจำกัดคือไม่สามารถดำเนินการผลิต จำหน่ายได้ มีหน้าที่เพียงวิจัยพัฒนาอาวุธยุทธโธปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันประเทศเท่านั้น และยังไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งโรงงาน วิจัยพัฒนา จำหน่ายยุทธภัณฑ์ ที่มีกฎหมายเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์อยู่ ทำให้การดำเนินการติดขัด จึงได้เสนอขอปรับปรุงจากสถาบันเทคโนฯป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) เป็นสำนักงานเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(สทป.) 

           "สทป.จะไม่ใช่หน่วยงานราชการ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่อยู่ในการกำกับของหน่วยงานราชการ จะมีพ.ร.บ.เป็นกฎหมายที่จัดขึ้นมาเฉพาะ เพื่อให้มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับพ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ เวลามีผลการวิจัยออกมา แล้วจำเป็นจะต้องร่วมทุน หรือผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ต่างประเทศ ก็จะดำเนินการได้สะดวกขึ้น" พล.ท.สรรเสริญกล่าว 

          พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกฯมีข้อสังเกตเกี่ยวกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่วิจัย พัฒนาอาวุธของไทยมาโดยตลอด ไม่เคยนำผลวิจัยที่ได้ไปต่อยอดเป็นผลผลิตในประเทศได้อย่างเกิดผล หรือส่งออกต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อแก้ไขรูปแบบดังกล่าว เชื่อว่าจะสามารถนำผลการวิจัยทั้งหลายไปต่อยอดได้ เพราะสามารถยกเว้น ไม่ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.โรงงาน หรือยุทธภัณฑ์ได้ ทำให้เกิดความคล่องตัว แต่ในขณะเดียวกันครม.ก็ยังมีความเห็นว่า บางเรื่องก็ไม่สามารถยกเว้นได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กำหนดว่าการประกอบกิจการของเอกชน รัฐไม่สามารถไปแข่งขันได้ จึงมอบหมายคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาว่าจะสามารถยกเว้น หรือไม่ยกเว้นในส่วนใดได้บ้าง