
ตำรวจรถไฟ (ฟ้า) พิทักษ์...'แอร์พอร์ตลิงก์'
...เสียงหวูดรถไฟดังแว่วมาแต่ไกล ส่งสัญญาณจอดเทียบชานชาลาสถานีมักกะสัน ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานในเมือง หรือแอร์พอร์ตลิงก์ รถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกำลังเคลื่อนขบวนจอดเทียบชานชาลา ผู้โดยสารหลายร้อยคนกรูออกมาจากรถไฟฟ้าด้วยแววตาและรอยยิ้มสดใส หล
ขณะที่บนชานชาลาคลาคล่ำไปด้วยนายตำรวจใหญ่น้อยในเครื่องแบบเต็มยศเกือบ 100 นาย มาคอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน พร้อมๆ กับการซักซ้อมระบบการรักษาความปลอดภัย กับภารกิจใหม่แกะกล่องของตำรวจรถไฟ
"การดูแลความปลอดภัยในแอร์พอร์ตลิงก์ทั้ง 8 สถานี จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีละ 2 คน ทำงานสลับสับเปลี่ยนกันตลอด 24 ชั่วโมง" พ.ต.ต.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ สารวัตรสถานีตำรวจรถไฟฟ้าสุวรรณภูมิ นายตำรวจหนุ่มไฟแรง ซึ่งย้ายมาจากตำรวจท่องเที่ยว แจงภารกิจใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"การรักษาความปลอดภัยในแอร์พอร์ตลิงก์เป็นการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพราะเป็นหน้าตาของประเทศ" พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รอง ผบก.รฟ. กล่าวเสริมพร้อมอธิบายว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยในแอร์พอร์ตลิงก์จะเป็นหน้าที่ของตำรวจรถไฟ และหน่วยรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ซึ่งมี 2 มาตรฐาน คือ รปภ.ทั่วไป กับ รปภ.ที่ผ่านการฝึกอบรมการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยาน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจรถไฟ
"แอร์พอร์ตลิงก์มีระบบการขนส่งกระเป๋าวิ่งสู่ใต้อาคารสนามบินสุวรรณภูมิ อาจมีการซุกซ่อนวัตถุระเบิด เราต้องระแวดระวังการก่อวินาศกรรม โดยเฉพาะการลำเลียงกระเป๋าเดินทางต้องระวังเป็นพิเศษ แม้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยรองรับแล้ว ตำรวจรถไฟก็ต้องมาเข้มงวดตรวจสอบพื้นที่สาธารณะให้มากขึ้น" พ.ต.อ.ชัยณรงค์ ให้เหตุผล
ประเด็นการก่อวินาศกรรมภายในแอร์พอร์ตลิงก์ แม้จะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลโดยระบบคอมพิวเตอร์แล้ว ยังต้องมีการเช็กระบบและซักซ้อมจัดวางกำลังพลให้ตรงตามเป้าหมาย เพื่อคอยระแวดระวังและควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติอีกชั้นหนึ่ง
แม้ว่าขณะนี้แอร์พอร์ตลิงก์จะเสร็จสมบูรณ์เพียง 90 เปอร์เซ็นต์ ยังขาดการติดตั้งเครื่องตรวจจับระเบิด (ทีซีเอ็กซ์) แต่หากใครคิดจะก่ออาชญากรรมก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้แทบทุกจุดในสถานีและตามชานชาลาต่างๆ
"รถไฟฟ้าแห่งนี้เป็นหน่วยงานแรกนะ ที่ตำรวจเข้ามาดูแลระบบขนส่ง ขณะที่ไฟใต้ดิน (MRT) และรถไฟฟ้า (BTS) มีแต่ รปภ.ซึ่งในทางปฏิบัติมีปัญหาเนื่องจาก รปภ.ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการสืบสวนจับกุม รวมถึงการตรวจค้นก็ทำได้ลำบาก หากเป็นตำรวจรถไฟจะเข้ากระทำการได้ทันที" พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บอกด้วยความภาคภูมิใจ
นอกจากมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ที่ดูแลสั่งการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรงแล้ว งานด้านการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตำรวจรถไฟ (ฟ้า) ยังต้องปรับยุทธวิธียกใหญ่ โดยการจัดฝึกอบรมให้ตำรวจรถไฟสามารถสนทนาโต้ตอบกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ไม่แพ้ตำรวจท่องเที่ยว
"เราได้จัดอบรมภาษาต่างประเทศให้ตำรวจรถไฟมา 2 ครั้งแล้ว แค่ภาษาอังกฤษเบื้องต้น เพื่อแนะนำเส้นทางและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว แต่ไม่ถึงกับเป็นล่ามแปลวิทยานิพนธ์ภาษาอังกฤษได้" พ.ต.อ.ชัยณรงค์ ปล่อยมุกขำๆ
ภารกิจใหม่ของตำรวจรถไฟที่ขยับชั้นมาเป็นตำรวจรถไฟฟ้าครั้งนี้ เพื่อประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างเต็มขั้น พล.ต.ต.สุรพงศ์ ศิริภักดี ผบก.รฟ.บอกว่า กำลังมีแผนจะเสนอขอกำลังเพิ่มอีก 200 นาย พร้อมวางมาตรการเชิงรุกรับมือปัญหาแท็กซี่ป้ายดำประเดิมเป็นงานแรก โดยไม่ใช้รถแท็กซี่ป้ายดำมาจอดรอรับผู้โดยสารเหมือนเช่นที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นการป้องปรามปัญหาอาญชากรรมที่อาจเกิดกับนักท่องเที่ยวได้ แถมยังนำโครงการเดิมๆ เช่น ครู-หมอรถไฟมาให้บริการประชาชนบนแอร์พอร์ตลิงก์ด้วย
เมื่อสอบถามถึงความประทับใจของภารกิจตำรวจรถไฟ ที่เคยทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้โดยสารรถไฟ พล.ต.ต.สุรพงศ์ บอกว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้มีโอกาสดูแลพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาตำรวจรถไฟได้ติดตามสืบสวนจับกุมคดีผู้ต้องหาล่อลวงเหยื่อหลายรายไปข่มขืนบนโบกี้ร้างได้ รวมถึงการลักทรัพย์บนรถไฟและบริเวณพื้นที่รถไฟได้กว่า 200 คดี
"กรณีลักทรัพย์บนรถไฟมีการติดตั้งซ่อนกล้องกระดุมตามตู้นอนต่างๆ เพื่อดูว่าใครมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง สามารถจับกุมได้กว่า 200 คดีแล้ว จนขณะนี้แทบไม่มีการลักทรัพย์บนรถไฟแล้ว ตอนที่รถไฟจอดเทียบชานชาลาหลักๆ ก็จะมีการโชว์กำลังตำรวจขึ้นตรวจบนรถไฟ เพื่อให้ชาวบ้านอุ่นใจ ขณะเดียวกันก็ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านระวังตัวเอง อย่าไว้ใจคนอื่นที่อาจเข้ามาล่อลวงได้" พล.ต.ต.สุรพงศ์ เตือน
อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยจากการโดยสารรถไฟจะหวังพึ่งตำรวจรถไฟที่มีเพียงน้อยนิดไม่ได้ จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือกับผู้โดยสารด้วย บก.รฟ.กำลังตั้งไข่โครงการมวลชนสัมพันธ์บนรถไฟขบวนท้องถิ่น โดยกำลังศึกษารูปแบบการสร้างมวลชนท้องถิ่นให้เป็นหูเป็นตาแทนตำรวจ โดยเฉพาะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการใช้ภาษาท้องถิ่น วัฒนธรรมท้องถิ่น เข้าไปสร้างมวลชนกับผู้โดยสารบนตู้รถไฟขบวนนั้นๆ
พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจ้าของแนวคิดสมัยใหม่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้โดยสาร บอกว่า เวลาอยู่ขบวนเดียวกันมันจะมีความรู้สึกร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เดินทางมาลำเดียวกัน ช่วงเวลาสั้นๆ ก็สร้างความอบอุ่นปลอดภัย มีความเป็นกันเอง หากผู้โดยสารพบความผิดปกติใดๆ ก็มาแจ้งข่าวให้ทราบ ตอนนี้เริ่มจัดหาตัวคน หาข้อมูลจิตวิทยา มนุษยวิทยาท้องถิ่น เช่น ตำรวจต้องพูดภาษายาวี เพื่อโน้มน้าวจิตใจชาวบ้านให้ช่วยแจ้งเหตุต่างๆ ซึ่งโครงการนี้หวังผลเพียงแค่มีผู้โดยสารรถไฟเป็นมวลชนของตำรวจรถไฟแค่ 30% ก็เพียงพอแล้ว
หากโครงการนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้วประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ จะขยายโอกาสมาถึงมวลชนสัมพันธ์ในสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ด้วยคงจะดีไม่น้อย ผู้โดยสารรถไฟฟ้าคงจะรู้สึกอบอุ่นใจเป็นที่สุด
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
วันชัย ไกรศรขจิต/ปราโมทย์ พุทธไธสง : ภาพ



