
"เนชั่น"จัดทัพใหญ่ฟื้นธุรกิจ61ติดดาบ"นิวมีเดีย"ทำกำไรดิจิทัล
"เครือเนชั่น"ประชุมผู้ถือหุ้น ประกาศจัดทัพใหญ่ปรับโครงสร้าง 4 ธุรกิจใหม่"สิ่งพิมพ์-ทีวี-ดิจิทัล"เป็นหัวหอกทำกำไร
เมื่อวันที่ 9 เมษายน บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 โดยนายสมชาย มีเสน กรรมการและประธานบริหาร บมจ.เนชั่นฯ กล่าวว่า ธุรกิจทีวีดิจิทัลยังอยู่ในภาวการณ์ปรับตัวหลังจากได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่สูงขึ้น เม็ดเงินโฆษณาที่ลดลง และความนิยมในสื่อใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค จึงทำให้เกิดสื่อออนไลน์ต่างๆ มากขึ้น
ขณะที่สื่อใหญ่ซึ่งมีทั้งแบรนด์และฐานลูกค้าอยู่แล้วต้องลงมาแข่งขันในสนามนี้ด้วยเพื่อรักษาตลาดของตัวเองเอาไว้ให้ได้ จึงเห็นปรากฏการณ์ปรับโครงสร้างและเขย่าองค์กรกันแทบทุกสื่อ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG เป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์เศรษฐกิจ และมีช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่อง (ช่อง 22 และช่อง 26) ประสบปัญหาไม่แตกต่างกัน
“จากผลประกอบการขาดทุนหนักตั้งแต่ปี 2559-2560 จนล่าสุดยังไม่สามารถส่งงบการเงินประจำปี 2560 ได้ ซึ่งหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยมีบริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NEWS เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่ากลุ่มเนชั่นวันนี้พร้อมกับการแข่งขันแล้ว” นายสมชายระบุ
ประธานบริหาร บมจ.เนชั่นฯ กล่าวอีกว่า บริษัทได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่แบ่งเป็น 4 กลุ่ม โดยเน้นในธุรกิจที่มีความชำนาญ คือ การผลิตสื่อที่น่าเชื่อถือ กลุ่มที่ 1 เป็นธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ 3 ฉบับ ประกอบไปด้วย กรุงเทพธุรกิจ เดอะเนชั่น และคมชัดลึก กลุ่มที่ 2 ธุรกิจสื่อทีวี 2 ช่อง ประกอบด้วย เนชั่น 22 และช่องนาว 26 กลุ่มที่ 3 ดิจิทัล เป็นการนำเสนอบนแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต (OTT) มีทั้ง คมชัดลึก เนชั่นสุดสัปดาห์ กรุงเทพธุรกิจ และ ช่องเนชั่น 22 และกลุ่มที่ 4 อีเวนท์ มีทั้งรายการกีฬา งานเอ็กซ์โป งานรางวัล อบรมสัมมนา และการฝึกอาชีพ
โดยตั้งเป้าหมายให้ปี 2561 บริษัทจะสามารถถึงจุดคุ้มทุนและรับรู้กำไรจากการดำเนินงาน ซึ่งประเมินว่ารายได้ประมาณ 700 ล้านบาท สามารถครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงานได้แล้ว ซึ่งบริษัทยังเตรียมหารายได้เพิ่มในส่วนของนิวมีเดียจากคอนเทนต์ที่มีอยู่แต่ไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ส่วนนี้ในอดีต
ทั้งนี้ เมื่อแบ่งเป็นเป้ารายได้ปีนี้จะมาจากกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ ยอดขายโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ 3 ฉบับประมาณ 470 ล้านบาท ขายหนังสือพิมพ์ 150-180 ล้านบาท และจากนิวมีเดีย 50 ล้านบาท กลุ่มทีวีคาดว่ามีรายได้โฆษณาจากช่องทีวีดิจิทัล 600 ล้านบาท นิวมีเดีย 50-60 ล้านบาท
สำหรับรายได้ใหม่จากกลุ่มดิจิทัลมาจากนิวมีเดีย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดตามผ่านระบบโซเชียลประมาณ 18 ล้านคน แบ่งเป็น ช่องเนชั่น 22 มี 10.83 ล้านคน คมชัดลึก 4.05 ล้านคน เนชั่นสุดสัปดาห์ 1.89 ล้านคน และกรุงเทพธุรกิจ 1 ล้านคน สามารถทำรายได้ในระดับ 30,000 บาทต่อเดือน จากอดีตอยู่ที่หลักพันบาทต่อเดือน ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาส 3 ปี 2561 จะดันรายได้ในส่วนนี้เป็น 1 แสนบาทต่อวัน
นายสมชาย กล่าวว่า คณะกรรมการชุดใหม่ที่เข้ามาจะพยายามผลักดันให้กลุ่มเนชั่น กลับมาฟื้นให้ได้ จากที่ผ่านมาบริษัทประสบปัญหาที่ไม่ค่อยดีนัก หากแต่ยังมีโอกาสกลับมาดีขึ้น ไม่ใช่ขาดทุนแบบนี้ไปเรื่อยๆ
นอกจากหาโอกาสและรายได้เพิ่มให้แก่บริษัทแล้ว ยังต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาในอดีตที่หลังจากตรวจสอบงบการเงินปี 2560 พบว่ามีความผิดปกติจากเงินค้างชำระ 790 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2558-2560 และ 60% ในจำนวนดังกล่าวเป็นรายการที่ไม่มีจริง ทำให้ไม่สามารถรองรับงบการเงินได้ แต่จากการตรวจสอบแล้วเสร็จและมีการดำเนินการทางกฎหมาย จะมีการส่งงบการเงินปี 2560 ให้ทันภายในเดือนเมษายน
ปัญหาหนี้สินที่สูงถึง 1,500 ล้านบาท ทางคณะกรรมการไม่ได้นิ่งนอนใจ และหาทางชำระเงินที่มีอยู่ เพราะได้เจรจากับเจ้าหนี้ให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยที่จากเดิมสูงถึงเลขสองหลักลงมาเป็นอัตรากู้ในตลาด ซึ่งต้องอยู่ที่การพิจารณาของเจ้าหนี้ รวมไปถึงการนำสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เช่น ที่ดิน โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัย ช่องวาไรตี้ ประมูลขายให้แก่ผู้ที่สนใจ แต่ยังติดปัญหาที่ราคายังไม่สามารถตกลงได้ ดังนั้น บริษัทจะมีการดูราคาตลาดและความคิดเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุดก่อนจะนำมาเสนอประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้งในเดือนมิถุนายนนี้
“อันไหนที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักจะขายออกไป หากกรณีเลวร้ายไม่สามารถขายได้จะดำเนินการหาผู้เชี่ยวชาญมาบริหาร ซึ่งคณะกรรมการและผู้บริหารมีความมั่นใจว่าจากการประเมินแผนจะทำให้ปีนี้บริษัทกลับมาดีขึ้นได้ ยิ่งหากรัฐบาลช่วยพักชำระหนี้ 3 ปี มีเงินสดเพิ่มขึ้นและบันทึกเป็นกำไรในปีนี้เช่นกัน” นายสมชาย กล่าวทิ้งท้าย



