ข่าว

ภาคเหนือตอนบนเตรียมรับภัยหนาวแล้ว

ภาคเหนือตอนบนเตรียมรับภัยหนาวแล้ว

10 ต.ค. 2552

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น มีเพียง จ.พิจิตร ที่จังหวัดประกาศเตือนให้ชาวบ้าน อ.โพทะเล เตรียมรับมือน้ำยมล้นตลิ่ง ขณะที่จังหวัดภาคเหนือตอนบนเตรียมรับภัยหนาวหลังมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนตอนใต้เริ่มปกคลุมลงมาในเขตภาคเหนือ

(10ต.ค.) ผู้สื่อข่าว จ.พิจิตร รายงานว่า น้ำฝนที่ไหลจากจ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก มาตามแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน จ.พิจิตร ทำให้พื้นที่ อ.วชิรบารมี อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง และ อ.โพทะเล ยังมีระดับน้ำสูงขึ้นและไหลเข้าท่วมหลายหมู่บ้านใน ต.รังนก อ.สามง่าม ขณะที่จังหวัดได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านใน อ.โพทะเล เตรียมรับมือจากสถานการณ์แม่น้ำยมล้นตลิ่ง 

 นายอนุสรณ์ แก้วกังวาน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 10 จ.ลำปาง เปิดเผยถึงการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมอย่างหนักใน อ.แม่พริก เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่า การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานดำเนินมาเป็นวันที่แปดแล้ว ซึ่งมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 30 หมู่บ้าน 4 ตำบล โดยเฉพาะถนนและสะพานถูกน้ำกัดเซาะลึก หลายจุดไม่สามารถสัญจรได้นั้น ศูนย์ ปภ.เขต 10 เร่งซ่อมแซมให้ใช้ได้ชั่วคราวแล้ว ส่วนบ้านเรือนริมฝั่งที่บ้านสันขี้เหล็ก หมู่ 10 ต.แม่พริก ถูกน้ำพัดพังทั้ง 9 หลังคาเรือน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดหาบ้านน็อกดาวน์มาช่วยเหลือ 15 หลัง โดยให้ผู้ประสบภัยอาศัยอยู่บ้านน็อกดาวน์ชั่วคราวจนกว่าจะหาที่อยู่ใหม่ได้ ส่วนบ้านเดิมที่ตั้งอยู่ทางน้ำส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ และถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง เพราะหากเกิดภัยทางธรรมชาติกระแสน้ำอาจกัดเซาะดินและบ้านพังเสียหายอีก ดังนั้นจะต้องรื้อถอนออก เพื่อเตรียมไปสร้างในพื้นที่ใหม่

 ขณะเดียวกัน พล.ต.นิธินันท์ ไชยวัฒนพันธ์ ผู้บังคับการมณฑลทหารบก (มทบ.) ที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้สั่งการให้ ร.ท.วิชัย ธาตุรักษ์ หัวหน้าชุดนำทหารบกประจำการ มทบ.ที่ 32 กว่า 100 นาย ร่วมกับเทศบาลตำบลแม่พริก และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่พริก-ผาปัง นำรถบรรทุกน้ำลงพื้นที่ ต.แม่พริก อ.แม่พริก เพื่อล้างผิวถนนคอนกรีตในหมู่บ้านต่างๆ ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม

 ร.ท.วิชัย กล่าวว่า นอกจากล้างทำความสะอาดพื้นที่บริเวณดังกล่าวแล้ว ยังส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดตามสถานที่ราชการหลายแห่งในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้หน่วยงานราชการสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ 

 ด้านว่าที่ พ.ต.ธีระ สันติเมธี ผู้อำนวยการ ปภ.เขต 15 ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.แพร่ และ จ.น่าน กล่าวว่า ขณะนี้มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนตอนใต้เริ่มแพร่ปกคลุมลงมาในเขตภาคเหนือ ทำให้อากาศในหลายพื้นที่เริ่มเย็นลง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนและตอนเช้ามืด จึงให้เจ้าหน้าสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยหนาว หากพบว่ามีอากาศเย็นต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน จะได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยหนาวทันที 
 
 เช่นเดียวกับ จ.เชียงใหม่ นายประจญ ปรัชญ์กุล ปภ.จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ สั่งให้นายอำเภอทั้ง 24 อำเภอ เร่งสำรวจพื้นที่ที่คาดว่าจะประสบภัยหนาว โดยเฉพาะพื้นที่บนดอยสูง ใน อ.อมก๋อย อ.สะเมิง อ.เวียงแหง อ.เชียงดาว อ.ฝาง และ อ.แม่อาย เพื่อเตรียมการช่วยเหลือไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมามีผู้ประสบภัยหนาวที่ขอรับการช่วยเหลือ 2.9 แสนคน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.อ่างทอง เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำอยู่ที่ระดับ 1,836 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลงจากช่วงเช้าประมาณ 44 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ใน จ.อ่างทอง ลดลงอย่างมาก โดยที่บริเวณหน้าตลาดป่าโมกลดลงเกือบ 30 ซม. อยู่ที่ระดับ 6.27 เมตร หลังจากน้ำลดลงมีหลายหลังคาเรือนที่เต็มไปด้วยโคลนที่มากับน้ำ นอกจากนั้นต้นกล้วยที่จมน้ำกำลังทำให้น้ำเน่าและเริ่มส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนหลังน้ำลด

 นายวิโรจน์ ดำสนิท นายก อบต.โผงเผง กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ให้ อบต.เข้าสูบน้ำที่ขังออก เนื่องจากน้ำมีกลิ่นเหม็น ซึ่ง อบต.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจและช่วยเหลือแล้ว นอกจากนี้ ชาวบ้านหมู่ 2 ต.โผงเผง ต่างเกรงว่าน้ำจะกลับมาท่วมเป็นรอบที่ 2 อีก เนื่องจากปีที่ผ่านมาน้ำท่วมถึง 2 รอบ จึงฝากไปยังหน่วยงานที่ดูแลน้ำว่า ควรจะมีวิธีระบายน้ำที่ไม่ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านด้วย

 ด้านนายประดิษฐ์ แก้วสะอาด ผู้อำนวยการชลประทานสิงห์บุรี เปิดเผยว่า การที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำออก ทำให้ระดับน้ำที่ อ.อินทร์บุรี สูงกว่าตลิ่งเล็กน้อย และสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะบ้านท่างาม ต.ท่างาม น้ำลดลงเกือบเป็นปกติ คาดว่าวันพรุ่งนี้ชาวบ้านจะเริ่มขนย้ายเครื่องมือการเกษตร รถจักรยานยนต์ สิ่งของเครื่องใช้ ที่หนีน้ำท่วมมาสร้างเพิงพักริมคลองชลประทานเกือบ 1 สัปดาห์ กลับเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านเรือนได้ตามเดิม

 ทางด้านม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารของ กทม. เดินทางไปตรวจความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่บริเวณชุมชนใต้สะพานพระราม 6 และชุมชนอาคารสงเคราะห์ เขตบางซื่อ พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนเมื่อ 2 วันก่อน

  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทม.ยังคงมีพื้นที่ที่ประสบความเดือดร้อนจากภาวะน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน เป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 1,353 ชุมชน ใน 13 เขต ที่ยังไม่มีเขื่อนกั้นน้ำ รวมความยาว 7 กิโลเมตรโดยได้เตรียมกระสอบทรายกว่า 4 ล้านกระสอบ ให้ประชาชนใช้บรรเทาความเดือดร้อน พร้อมแจกจ่ายถุงยังชีพ และคู่มือป้องกันโรคที่มาจากน้ำท่วม โดยเฉพาะโรคท้องร่วง โรคตาแดง หรือน้ำกัดเท้า

 สถานการณ์ล่าสุด แม้จะเริ่มมีภาวะน้ำทะเลหนุน ประกอบกับมีฝนตกหนักบางแห่งใน กทม. แต่ก็ยังถือว่าไม่น่าเป็นห่วง ยกเว้นวันที่ 18-20 ตุลาคมนี้ ที่คาดว่าน้ำทะเลจะหนุนสูงสุดในระดับ 2 เมตร และอาจสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอีกครั้ง ส่วนการแก้ปัญหาในระยะยาว กทม.จะเร่งรัดการก่อสร้างแนวเขื่อนกั้นน้ำที่เหลืออีก 7 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จภายในปี 2553 จากเดิมที่กำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2554