
"บิ๊กตู่"ร่วมงาน"มหาสงกรานต์"สาดน้ำปชช.สนุกสนาน
"บิ๊กตู่"ควงภริยา ร่วมงาน"มหาสงกรานต์ฯ"วันสุดท้ายที่ลานพระรูปทรงม้า สาดน้ำกับประชาชนสนุกสนาน ด้าน ปภ.เข้ม 109 อำเภอเกิดอุบัติเหตุบนถนนบ่อยครั้งช่วงสงกรานต์ปีนี้
เมื่อวันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน “เถลิงศกสุขสันต์ มหาสงกรานต์ ตำนานไทย” ที่พระลานพระราชวังดุสิตในวันสุดท้าย มีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมงานตั้งแต่ช่วงสายของวันนี้ โดยส่วนใหญ่แต่งกายด้วยชุดไทย เสื้อผ้าลายดอกหลากสีสัน เพื่อร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์แบบไทย พร้อมถ่ายภาพกับบ่อน้ำพุขันน้ำ สัญลักษณ์วันสงกรานต์ นิทรรศการประวัติสงกรานต์ไทยเมื่อครั้งอดีต รวมทั้งร่วมสรงน้ำ “พระพุทธกำเนิดกาสาวพัตร์” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่หล่อขึ้นเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงผนวช เมื่อปี 2521 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว ทั้งนี้จากการสอบถามประชาชนส่วนใหญ่อยากให้จัดงานสงกรานต์สืบสานวัฒนธรรมไทยหลายวัน
ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ และปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้เข้าเยี่ยมชมงาน “เถลิงศกสุขสันต์ มหาสงกรานต์ ตำนานไทย” โดยนายกฯและภริยา พร้อมคณะ ได้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นได้ถวายพวงมาลัยและสรงน้ำพระพุทธกำเนิดกาสาวพัตร์ ณ บุษบก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย
จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆภายในงาน ซึ่งมีขบวนกองยางรำวงมาตรฐานจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และถ่ายภาพร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนที่เป็นภาคีเครือข่าย บริเวณด้านหน้าสวนน้ำป้ายชื่องาน ก่อนเยี่ยมชมพระเจดีย์ทรายของทีมต่างๆ ทั้ง 45 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันก่อพระเจดีย์ทรายชิงรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทักทายประชาชนที่มาร่วมงานอย่างเป็นกันเอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันสงกรานต์ ช่วยกันทำความดีถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขอให้สงกรานต์ปีนี้เป็นสงกรานต์แห่งความสุข ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนการเดินทางขอให้ปลอดภัยไม่มีอุปสรรค และขอไปทำประโยชน์เพื่อครอบครัว แสดงถึงความกตัญญูกตเวที และขอให้ทำความดีในวันนี้ เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน และขอให้ทำความดีเพื่อแผ่นดิน ทำดีด้วยใจ และทำอย่างสม่ำเสมอตลอดไป ประเทศไทยร่มเย็นเป็นสุขแน่นอน ขอให้ทุกคนมีความสุข
ทั้งนี้ก่อนนายกฯและคณะจะเดินทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมเล่นสงกรานต์โดยได้สาดน้ำอบน้ำปรุงจากขันเงินกับประชาชนที่มาร่วมงานอย่างสนุกสนานโดยในงานมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกคนต่างแต่งกายด้วยชุดไทยเสื้อลายดอกและชุดสุภาพ และในเวลา 19.00 น.มีการแสดงโขนศาลาเฉลิมกรุงชุดหนุมานชาญกำแหงซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเข้าชมการแสดงดังกล่าวโดยงานจัดไปจนถึงเวลา 21.00 น.
สำหรับงานดังกล่าวยังมีกิจกรรมการละเล่นของหลวงสืบมาแต่โบราณ เช่น โมงครุ่ม กุลาตีไม้ รวมทั้งการสาธิตการปรุงเครื่องหอม การสาธิตการทำอาหารไทยโบราณ และขนมไทยโบราณที่หารับประทานได้ยาก และการสาธิตการกรองดอกไม้ไทย เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวปไซต์ www.aswinbkk.com/songkarn2018 โดยพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ชวนคนไทยมาเล่นน้ำและร่วมกิจกรรมในงาน “มหาสงกรานต์กรุงเทพมหานคร สาดสุขทุกวัย ย้อนรอยวิถีไทย สุขใจทั่วกัน” วันที่ 12–15 เมษายน 2561 ที่สวนลุมพินี เขตปทุมวัน ในงานได้จำลองบรรยากาศงานวัดย้อนยุค ร่วมสักการะและสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ รวมอาหารอร่อยในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 100 ร้านค้า มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยตามจุดต่างๆ เช่น โขน หุ่นละครเล็ก การแสดงฉ่อย ลำตัด ดนตรี 4 ภาค การแสดงจากศิลปินดังต่างๆ มากมาย เช่น อาภาภรณ์ นครสวรรค์, ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์, น้าโย่ง น้าพวง และเดอะแก๊งค์ ทั้งยังมีการประกวดเทพีสงกรานต์ 3 วัย และเทพีเบาหวิว
นอกจากนี้มีการละเล่นพื้นบ้านอย่างรำวงย้อนยุค สาวน้อยตกน้ำ ขึ้นชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน การละเล่นมอญซ่อนผ้า รีรีข้าวสาร และปีนี้ กทม.รณรงค์ให้ผู้เข้าร่วมงาน แต่งกายด้วยชุดไทยสมัยต่างๆ เพื่อสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย
ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรักษาความปลอดภัยทางท้องถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารภัย กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้เตรียมการกันมาระยะหนึ่งแล้ว โดยในช่วงวันที่ 11-17 เมษายน จะเป็นช่วงของการรณรงค์อย่างเข้มข้นเพื่อลดอุบัติเหตุทางท้องถนน โดยแนวทางที่ใช้กฎจะมีแนวทางกลไกประชารัฐ การบังคับใช้กฎหมาย การประชาสัมพันธ์ การเตรียมสภาพถนน ให้สอดคล้องกับปัญหาแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ในส่วนพื้นที่สีแดง 109 อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในช่วงเทศกาล 3 ปีที่ผ่านมานั้นจะเน้นย้ำในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย กำลังพลทั้งทหาร ตำรวจ เพื่อช่วยให้แต่ละอำเภอสามารถควบคุมการเกิดอุบัติเหตุ การตัดเตือน และหยุดรถที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่เป็นจุดใหญ่ๆในการเล่นน้ำสงกรานต์ก็จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นด้วย ทุกกรณีที่มีการเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะมีการตรวจแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ในส่วนของประกันภัยก็จะไม่จ่ายหากผู้เอาประกันเมาแล้วขับ ส่วนทางตำรวจก็จะดำเนินการในทุกกรณีที่เกี่ยวกับการเมาแล้วขับอย่างเข้มข้นด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางของประชาชนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมา แห่งที่ 2 มีประชาชนจำนวนมากที่ทำงานในจ.นครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจราจรติดขัดได้มารอซื้อตั๋วขึ้นรถโดยสารอย่างหนาแน่น โดยหลายคนหอบหิ้วสัมภาระมานั่งรอรถโดยสารหลายชั่วโมงโดยเฉพาะเส้นทางสายภาคตะวันออกและภาคเหนือ ซึ่งรถโดยสารส่วนใหญ่ที่แวะจอดสถานีขนส่งนครราชสีมาจะมีผู้โดยสารเต็มมาจากต้นทางทุกคัน
นายศิระ บุญธรรมกุล ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้เข้มงวดเรื่องการเตรียมพร้อมสำหรับการเดินรถโดยสาร ทั้งความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจและชุดเคลื่อนที่ตรวจหาสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในร่างกายก่อนอนุญาตให้ขับรถเพื่อป้องกันอุบัติเหตุนอกจากนี้ยังได้เสริมเที่ยวรถโดยสารสายนครราชสีมา-กรุงเทพฯทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับจากวันละ 200 เที่ยวเป็น 400 เที่ยว โดยเพิ่มรถโดยสารไม่ประจำทางอีกวันละ 60 คัน เพื่อรองรับความต้องการของประชาชน
มีรายงานว่า ในการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ กรมทางหลวงโดยแขวงการทางปราจีนบุรีร่วมกับตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีและตำรวจทางหลวงวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ได้เปิดให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ทดลองวิ่งผ่านอุโมงค์เชื่อมผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทับลาน บนถนนปราจีนบุรี-นครราชสีมา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายนเป็นการชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจรติดขัดให้กับผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลดังกล่าว โดยถนนสาย 304 ปราจีนบุรี-นครราชสีมา เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันออกสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงเทศกาลต่างๆจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ประกอบกับช่วงหลักกิโลเมตรที่ 192-195 มีการก่อสร้างสะพานยกระดับและสร้างอุโมงค์เพื่อเชื่อมผืนป่าทำให้ช่องจราจรลดเหลือ 2 ช่องจราจรจากเดิม 4 ช่องจราจร
ด้านนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “แต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำในวันสงกรานต์” สำรวจระหว่างวันที่ 4–5 เมษายนจากประชาชนทั่วประเทศทุกระดับการศึกษาและอาชีพ จำนวน 1,250 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงการแต่งชุดไทย ผ้าไทย เล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 84.96 ระบุว่าเห็นด้วยเพราะเป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย แสดงถึงความเป็นไทย และอยากให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริง และดูเรียบร้อยสวยงาม รองลงมา ร้อยละ 14.00 ระบุว่าไม่เห็นด้วย เพราะชุดไทยเป็นชุดที่มีเกียรติ จะใส่มาเล่นน้ำดูไม่เหมาะสม เคลื่อนไหวลำบาก มีราคาค่อนข้างแพง รวมทั้งการเล่นน้ำของเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยเหมาะกับชุดไทยผ้าไทย และร้อยละ 1.04 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ
สำหรับความต้องการหรืออยากแต่งชุดไทย ผ้าไทย ไปเล่นน้ำสงกรานต์ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 64.24 ระบุว่าอยากแต่งเพราะเป็นการอนุรักษ์ความเป็นไทย สืบสานประเพณีไทย และจะได้เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลัง รองลงมาร้อยละ 33.44 ระบุว่าไม่อยากแต่ง เพราะไม่สะดวก ไม่คล่องตัว ไม่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่ค่อนข้างร้อน ขณะที่บางส่วนระบุว่าไม่กล้าใส่ และร้อยละ 2.32 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ
ฉบับ นสพ.คมชัดลึก



