
ทั่วโลกวิจารณ์-ชม'โอบาม่า'คว้าโนเบล
บารัค โอบาม่า คว้ารางวัล'โนเบล' มีทั้งเสียงชื่นชมและวิจารณ์
(10ต.ค.) อย่างที่เคนยา บ้านเกิดของบิดาของประธานาธิบดีบารัค โอบามา สถานีวิทยุได้ระงับรายการปกติชั่วคราวเพื่อเปิดสายให้ผู้ฟังโทรศัพท์เข้าไปร่วมแสดงความยินดีกับผู้นำสหรัฐที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพโดยชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่ารางวัลนี้เป็นเหมือนความหวังของชาวเคนยาทั่วโลกว่าพวกเขาสามารถออกไปสร้างความสำเร็จนอกประเทศได้
นอกจากนี้ผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญของหลายประเทศต่างแสดงความยินดีกับผู้นำสหรัฐ เช่นอาร์คบิชอพ เดสมอนด์ ตูตู แห่งแอฟริกาใต้ ซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพเมื่อปี 2527 ก็บอกว่ารางวัลนี้เป็นเหมือนการยอมรับถึงความพยายามของโอบามาที่จะเข้าหาโลกอาหรับ หลังจากตลอดหลายปีสหรัฐมีนโยบายที่แข็งกร้าวกับอาหรับ และนายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ บอกว่ารางวัลนี้เป็นการสนับสนุนโอบามาให้มุ่งเดินหน้าเจรจาและจัดการปัญหาใหญ่ที่สุดของโลก เช่น โลกร้อน และการปลดอาวุธนิวเคลียร์
ส่วนประธานาธิบดีชิมอน เปเรส ของอิสราเอล ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพเมื่อปี 2537 รู้สึกยินดีกับการตัดสินใจของคณะกรรม การโนเบล ขณะที่ประชาชนในนครเยรูซาเล็มไม่ค่อยให้ความสนใจกับรางวัลนี้เท่าไหร่นัก และชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า แนวคิดเรื่องสันติภาพแตกต่างจากสันติภาพที่แท้จริง และเชื่อว่าโอบามาได้รับรางวัลเร็วเกินไป
ขณะที่ในฉนวนกาซา นายอิสมาอิล ฮานิเยห์ นายกรัฐมนตรีจากกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ บอกว่าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐอย่างแท้จริงตั้งแต่ระดับพื้นฐานเพื่อให้เกิดการยอมรับสิทธิของชาวปาเลสไตน์แล้ว รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพนี้ก็จะไม่ทำให้เกิดอะไรดีขึ้น
ส่วนประธานาธิบดีฮามิด คาร์ไซของอัฟกานิสถาน แสดงความยินดีกับโอบามา แต่ประชาชนทั่วไปมองว่าไม่ควรมอบรางวัลนี้ให้เขา เพราะมีพลเรือนเสียชีวิตมากมายจากการโจมตีด้วยระเบิดของทหารสหรัฐในช่วงที่เขาบริหารสหรัฐในขณะนี้ และนายแบกนา คุชแนร์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน และกลุ่มนี้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพเมื่อปี 2542 บอกว่า
ประธานาธิบดีโอบามายังต้องพิสูจน์ผลงานอีกมากนับจากนี้



