ข่าว

 นายกฯระบุจำเป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศกู้ศก.

นายกฯระบุจำเป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศกู้ศก.

01 มี.ค. 2552

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พอใจการชุมนุมไม่เกิดความสูญเสียขอบคุณทหาร-ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้ายดี ยืนยันข้อเรียกร้องม็อบทางคดีมีความคืบหน้า คาดซักฟอกปลายมีนาคม ระบุรัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้เงินจากต่างประเทศ แต่ยืนยันจะรักษาวินัยการเงินการคลังอย่าง

 
นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ซึ่งเป็นการบันทึกเทปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า  สัปดาห์ที่ผ่านมามีการชุมนุมของประชาชนกลุ่มหนึ่งซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารที่ปฏิบัติหน้าให้การชุมนุมผ่านพ้นไปโดยไม่ความรุนแรงสูญเสีย รวมทั้งให้การทำงานของรัฐบาลดำเนินไปอย่างปกติ ซึ่งตนเคารพผู้ชุมนุมและเมื่อมีการสลายการชุมนุมก็ถือว่าทำให้มีการจัดการประชุมอาเซียนสงบ 

 อย่างไรก็ตามข้อเรียกร้องต่างๆ อาทิการดำเนินการทางคดีนั้นรัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยได้เดินหน้าดำเนินการอย่างต่อเนื่องตรงไปตรงมาไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมายรัฐบาลคงไม่กลั่นแกล้งใคร ซึ่งอีก 1 เดือนที่จะมีการชุมนมต่อไปก็คงมีความคืบหน้าทางคดี

 ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญสถาบันพระปกเกล้าจะมีการประชุมในวันที่ 6 มี.ค. ส่วนประเด็นเกี่ยวกับตนและรมต.นั้นฝ่ายค้านได้ดำเนินการตามกระบวนการทางรัฐสภาในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดว่าประมาณปลายเดือนมีนาคมซึ่งก็เป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญและกฏหมายซึ่งหากเรารักษาบรรยากาศบ้านเมืองโดยรัฐสภาก็ทำหน้าที่ไป ประชาชนก็ใช้สิทธิ์ตามกรอบกฏหมายก็ไม่น่าจะมีอปัญหาอะไร

นายกฯตั้งเป้าไตรมาสสี่ศก.ขยายตัวในแดนบวก

  นายอภิสิทธิ์กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"ซึ่งเป็นการบันทึกเทปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้เดินหน้าแก้ปัญหาทุกอย่างโดยเฉพาะเศรษฐกิจ ซึ่งหลายประเทศตัวลดเศรษฐกิจลดลงเช่น ญี่ปุ่นการส่งออกลดลง ร้อยละ 45 ประเทศอื่น ๆ ร้อยละ  35 และ ร้อยละ 40 เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการค้าระหว่างประเทศหายไป 30-40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งภาวะดังกล่าวกระทบกับทุกประเทศโดยเฉพาะประเทศใดที่ใช้การส่งออกในการสร้างงานสร้างรายได้ และจะเป็นการตอกย้ำว่าการฝ่าวิกฤติต้องผนึกกำลัง

 อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณวุฒิสภาที่ได้ผ่านการเห็นชอบพรบ.งบประมาณกลางปีหรือแผนกระตุ้นศก.ซึ่งหลังจากนำขึ้นทูลเกล้าฯก็จะประกาศใช้เดือนมีนาคม ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วเช่นเบี้ยยังชีพคนสูงอายุที่ให้ไปขึ้นทะเบียนก่อนภายใน 15 มี.ค.โดยจะสามารถจ่ายเบี้ยยังชีพ 500 บาท ให้กับผู้ไม่มีรายได้จากองค์กรท้องถิ่น  บำเหน็จ บำนาญก่อน ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นไปต้นไปและจะจ่ายให้ตลอดไม่ใช่ 6 เดือนตามที่มีการเข้าใจกัน

 รัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์ตัวเลขการส่งออกที่หดตัวรุนแรงและเชื่อว่าเศรษฐกิจ 3 เดือนแรกจะติดลบรุนแรงหรือมากกว่าในสามเดือนสุดท้ายของปลายปีที่แล้วติดลบไปไปร้อยละ 4.3  แต่มั่นใจว่ามาตรการที่เราดำเนินการเช่นเรียนฟรี มาตรการ 2000 บาทจะนำไปสู่การใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้ไตรมาสสองการหดตัวทางศก.ลดลง และประเมินว่าไตรมาส 3 ศก.จะกลับมายืนอยู่โดยไม่เติบโตหรือไม่หดตัวหรือไม่ก่อนไตรมาสสี่จะสามารถทำให้ศก.ขยายตัวในแดนบวกได้อีก

 อย่างไรก็ตามงบประมาณที่รัฐบาลจะใช้จ่ายใช้ด้านศก.อาจไม่พอซึ่งรัฐบาลได้เตรียมกู้เงินจากตปท.เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างพื้นฐานและการกระตุ้นศก.ซึ่งกระทรวงการคลังจะได้นำกรอบการเจรจาเงินกู้นำเสนอต่อการพิจารณาของสภาหากสภาเห็นชอบและนำไปสู่การเจรจา และนำมาสู่การใช้จ่ายในไตรมาส 3 ก็จะเป็นช่องทางในการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน แม้จะมีข้อห่วงใยว่าจะเป็นการไปสร้างภาระนั้น รัฐบาลให้คววามมั่นใจว่าการขอกู้เงินไม่ได้หลุดจากกรอบวินัยการเงินการคลัง