
"มาร์ค"สับครบรอบ1ปีรธน.-ปราบโกงไม่สมฉายา
"บิ๊กตู่"ขยับคิวคุยพรรคการเมืองก่อนมิ.ย. หลังกรอบเวลาต่างๆเลื่อน "ปชป." คึกคักทำบุญครบรอบ 72 ปี "มาร์ค"บี้รัฐบาลปราบโกงให้สมฉายาหลัง"รธน.60"ประกาศใช้ครบ1ปี
เมื่อวันที่ 6 เมษายน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งในเดือนมิถุนายนนี้ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในที่ประชุมคสช. โดยประเมินว่าสิ่งต่างๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ กฎหมายว่าอะไรมีผลบังคับใช้เมื่อใด แต่เมื่อมีปัจจัยอย่างอื่นเข้ามาเพิ่ม อาทิ กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญการได้มาซึ่งส.ว. ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ทำให้กรอบเวลาต่างๆ ขยับไป และการเชิญพรรคการเมืองมาพูดคุยอาจต้องขยับด้วยเล็กน้อยแต่ไม่ได้หมายความว่าโรดแม็พในภาพรวมจะขยับ
“นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้ขยับโรดแม็พการเลือกตั้ง แต่อาจปรับลดเวลาต่างๆ ให้การเลือกตั้งอยู่ในกรอบเวลาเดิม และนายกฯ ได้รับข้อมูลจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่ามีฝ่ายการเมืองประสานงานมาว่าขอให้เชิญพรรคการเมืองมาประชุมกันก่อนเดือนมิถุยนายน หรือในเดือนมิถุนายนก็ได้ ซึ่งรัฐบาลกำลังเตรียมข้อมูล หากพร้อมก็เชิญพูดคุยก่อนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันว่าวันนี้รัฐบาลทำอะไรอยู่ และวันข้างหน้าฝ่ายการเมืองที่เป็นตัวเลือกให้ประชาชนมีแนวทางแก้ปัญหาประเทศอย่างไร เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เป็นการลอกข้อสอบกันอยู่แล้ว” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
ชี้ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เมื่อถามว่าการเรียกพรรคการเมืองมาพูดคุยต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญการได้มาซึ่งส.ว. ออกมาก่อนหรือไม่ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องรออะไรก็ได้ เพราะฝ่ายการเมืองเสนอเข้ามาว่าอะไรที่สามารถคุยได้ก็คุยกันก่อน และรัฐบาลอยากแลกเปลี่ยนเล่าถึงสิ่งที่รัฐบาลทำไปว่าคืออะไรบ้าง รวมถึงอยากรู้แนวทางของแต่ละพรรคว่าแนวทางที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเป็นอย่างไร
“ปชป.”ทำบุญครบรอบ 72 ปี
เมื่อวันที่ 6 เมษายน เวลา 7.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้จัดงานทำบุญครบรอบ 72 ปี ของการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ภายในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ถนนเศรษฐศิริ โดยมีแกนนำพรรคและสมาชิกพรรคมาร่วมงานอย่างคึกคัก อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคปชป. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รวมถึงนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตส.ส.กรุงเทพฯ ปชป.และแกนนำ กปปส. ซึ่งเป็นหนึ่งในอดีตส.ส.ที่เข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 เมษายน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีคนที่ออกจากพรรคเพื่อไปร่วมพรรคใหม่ว่า เรื่องนี้ก็ต้องไปถามคนที่จะไป แต่นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตแกนนำกปปส. ได้เข้ามายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำกปปส. ขาดความเป็นสาชิกพรรคเพราะไปบวช ซึ่งส่วนตัวยังไม่ได้คุยกัน
เมื่อถามว่ามองว่าการที่อดีตส.ส. สองคนไปคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ปรึกษาเรื่องธุรกิจ หรือโรงเรียนใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าจริงๆ คือ นายณัฏฐพลเขาทำโรงเรียนจริงๆ แต่ขณะนี้นายสมคิดพูดชัดแล้วว่ากำลังเคลื่อนไหวตั้งพรรคการเมือง ส่วนอดีตส.ส.จากพรรคถูกดึงตัวไปร่วมพรรคอื่นหรือไม่นั้นถือเรื่องธรรมดาที่พรรคการใหม่ต้องการบุคลกรจากพรรคอื่นๆ
บี้รัฐบาลปราบโกงให้เห็นจริง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 60 ครบรอบหนึ่งปีว่าอยากให้ทุกคนเคารพรัฐธรรมนูญ แต่แค่ใช้ในปีแรก ก็เห็นอุปสรรคต่างๆ ซึ่งสังคมก็ต้องรับรู้ว่ามีจุดอ่อนและข้อบกพร่องอะไรบ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ตอนทำประชามติระบุว่าเป็นฉบับปราบโกงและปฏิรูป อยากให้รัฐบาลทำให้เห็นจริงๆ เพราะเอาแค่เรื่ององค์กรอิสระก็เห็นได้ว่าถูกบั่นทอนโดยรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เอื้อต่อการปราบโกงแล้ว
เมื่อถามว่าเป็นไปได้สูงไหมที่หลังการเลือกตั้งจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เห็นว่ามีความพยายามแก้ไขแน่ แต่ต้องไม่ลืมว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายเพราะมีเงื่อนไขว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากส.ว. ส่วนหนึ่งด้วย ต่อให้ส.ส. เห็นชอบทั้ง 500 คน แต่ถ้า ส.ว.ไม่เห็นด้วยตามที่กำหนดก็แก้ไขไม่ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคืออยากให้การเมืองพิสูจน์ตัวเอง ทำงานให้ประชาชนเพื่อกู้ความศรัทธาก่อน แล้วถ้าพิสูจน์ได้ว่าเรื่องไหนที่ดำเนินการไม่ได้เพราะติดขัดรัฐธรรมนูญประชาชนก็จะเป็นแรงกดดันให้ ส.ว. เห็นพ้องต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป
ชวนบอกให้ยึดมั่นในประชาธิปไตย
ขณะที่นายชวน กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้บ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้า พวกเราก็รู้ว่าที่เกิดวิกฤติการเมืองเกิดจากธุรกิจการเมืองที่ซื้อได้ แต่ก็ต้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและยึดมั่นในระบบรัฐสภา ตนเป็นนักการเมืองตั้งแต่ปี 2512 เลือกตั้งผ่านมาแล้ว 15 สมัย รักประชาธิปไตยจึงตัดสินใจเลือกที่จะมาเล่นการเมือง ดังนั้นชีวิตนักการเมืองของตนจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูก และที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บอกว่านักการเมืองเลว ไม่ดี ก็ยอมรับว่านักการเมืองก็มีเลวแต่ทหารเลวก็มีเหมือนกัน และบอกกลับไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ อย่าเหมารวม แม้ที่ผ่านมานายกฯ จะบอกว่าไม่ได้เหมาแต่ก็ไม่เคยยกเว้น และยอมรับว่านักการเมืองที่ดีก็มี จึงเป็นที่มาการพูดของพล.อ.ประยุทธ์ ที่เปลี่ยนไปแล้วว่านักการเมืองก็มีดีเหมือนกัน ดังนั้นอย่าไปเหมารวม และพวกเราก็ต้องอย่าให้ใครมาดูถูกเพราะทุกอาชีพมีทั้งคนดีและคนไม่ดี
คำชี้แจงก.ม.ส.ว.เสร็จก่อน 18 เม.ย.
วันเดียวกัน นายกิตติ วะสีนนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ส.ว.) ว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ กล่าวว่า ผู้ร่วมคณะที่ยื่นคำร้องจำนวน 30 คน ขณะนี้เตรียมทำคำชี้แจงเพิ่มเติมประกอบคำร้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว โดยมีกำหนดวันสุดท้ายที่จะต้องส่งคือ 18 เมษายน โดยยึดเนื้อหาของคำร้องที่ได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญไปในคราวแรก และมีส่วนที่เป็นคำอภิปรายของสมาชิกสนช. รวมถึงสาระที่เพิ่มเติมเพื่อแก้ไขถ้อยคำที่ตกหล่นเท่านั้น
“คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานก่อนที่จะส่งให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.พิจารณาเพื่อส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาดในวันใดนั้นไม่ทราบ เพราะขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อโรดแม็พเลือกตั้งตามที่รัฐบาลประกาศไว้อย่างแน่นอน” นายกิตติ กล่าว
‘วรชัย’บอก‘ประยุทธ์’ เลิกฝันนายกฯ
นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะยังแทงกั๊กเรื่องตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ คนนอกต่อ แต่เชื่อว่าถึงอย่างไรนายสมคิดจะต้องอยู่เบื้องหลังในการทาบทามพรรคการเมืองใหม่ๆ และพรรคเก่าบางพรรคให้มาช่วยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อไปอย่างแน่นอน
“ส่วนผมไม่ให้ราคานายสมคิด ต่อให้พวกคุณใช้งบสารพัดทำโครงการต่างๆ อย่างโครงการไทยนิยมเข้าหาประชาชนมากมาย ใช้กลไกของรัฐเอาเปรียบสารพัด แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่ที่ความพึงพอใจของประชาชนว่าจะเลือกพรรคไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ปืนที่จะไปบังคับประชาชนได้ ดังนั้นขอให้พล.อ.ประยุทธ์เลิกคิดไปได้เลยที่จะกลับเข้ามาเป็นนายกฯ อีก เพราะบริหารประเทศมาจะครบ 4 ปี ทำประเทศติดหล่ม คนไทยมีหนี้สินครัวเรือนพุ่ง ทุจริตคอร์รัปชั่นก็มากมายและยังลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน ส่วนปรองดองก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่เคยเกิดขึ้นเลย” นายวรชัยกล่าว
ไม่ตำหนิ “อภิสิทธิ์” วิจารณ์รธน.
นายเธียรชัย ณ นคร กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ วิจารณ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ในวันครบรอบ 1 ปีที่บังคับใช้ 6 เมษายน ไม่สามารถขับเคลื่อนไปสู่กลไกการปราบทุจริตหรือการปฏิรูปประเทศได้ ว่าเป็นมุมมองที่หลายฝ่ายเห็นไปในทำนองเดียวกัน เพราะแต่ละฝ่ายล้วนมีความคาดหวังสูงกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ตนฐานะผู้จัดทำรัฐธรรมนูญมองว่าการบังคับใช้รัฐธรรมนูญเพียงแค่ 1 ปี ไม่เพียงพอที่จะชี้ชัดได้ว่าบทบัญญัติที่เขียนเป็นกรอบหรือสร้างเงื่อนไขไปสู่การแก้ปัญหาในอดีตนั้นมีประสิทธิผลมากเพียงพอ เพราะอย่าลืมว่าเรื่องการทุจริตหรือคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และเมื่อมีการทำรัฐธรรมนูญใหม่จึงพยายามถอดบทเรียนตามหลักวิชาการและข้อมูลข้อเท็จจริง เขียนเป็นกติกาป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นซ้ำอีก นอกจากนั้นการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาด้านต่างๆ จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับกลไกสำคัญ คือ 1.กฎหมายลูก ที่เป็นรายละเอียดของการปฏิบัติใช้ เช่น กฎหมายลูกว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ, กฎหมายว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน และ 2.ผู้นำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะการปรับตัว ปรับความเข้าใจให้ตรงกติกาใหม่ที่กำหนดขึ้น ดังนั้นรัฐธรรมนูญคือกรอบปฏิบัติหลักที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้จริง แต่ต้องใช้เวลา” นายเธียรชัย กล่าว
ประกาศแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ ความว่า ภายหลังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน ได้ดําเนินการจัดทําร่างแผนการปฏิรูปประเทศเป็นที่เรียบร้อย และได้เสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2561 เห็นชอบร่างแผนการปฏิรูปประเทศตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศเสนอ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561 รับทราบแผนการปฏิรูปประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการนี้เพื่อให้เป็นไปตามที่กําหนดในมาตรา 6 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแผน และขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 จึงให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 6 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี



