เพิ่มระบายน้ำ"ภูมิพล-สิริกิติ์"ช่วยชาวนาปลูกข้าวพร้อมกัน
"กรมชลฯ"เล็งเพิ่มระบายน้ำเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย ป่าสักฯตั้งแต่ 17 เม.ย.ให้ชาวนา 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยา ลงมือปลูกข้าวพร้อมกัน 1 พ.ค.
6 เม.ย.2561 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ติดตามโครงการนาแปลงใหญ่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าสามารถลดต้นทุนได้ 5% และเพิ่มผลผลิตได้ 5% โดยชลประทาน จัดสรรส่งน้ำให้พอเพียงในการเพาะปลูก ข้าวนาปี 1 ครั้งและนาปรัง 1 ครั้งต่อปี มีช่วงเว้นพักทำนาโดยไม่ปลูกข้าวนาปรังต่อเนื่อง ซึ่งเกษตรกรสมาชิกนาแปลงใหญ่มีความพอใจเนื่องจากผลผลิตได้เพิ่มมากขึ้นด้วย สำหรับฤดูกาลเพาะปลูกปีนี้ในพื้นที่ชลประทานส่งน้ำให้การเกษตร 25 ล้านไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าวนาปี 17 ล้านไร่ และพืชอื่น ไม้ยืนต้น 8 ล้านไร่ ส่วนเขื่อนลำตะคอง ส่งน้ำทำนาปรังไม่ได้
นายทองเปลว กล่าวว่า ภาคกลางลุ่มเจ้าพระยา มีพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง 1.5 ล้านไร่ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ขอชาวนาปลูกข้าวพร้อมกัน ช่วงวันที่ 1 พ.ค. ทำให้เก็บเกี่ยวได้ก่อนฤดูน้ำหลาก ป้องกันผลผลิตเสียหาย ซึ่งจะลำเลียงน้ำมาจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสักฯโดยเพิ่มการระบายวันที่ 17 เม.ย. ใช้เวลาเดินทาง 10 วัน อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ก็ปล่อยน้ำทั้ง 4 เขื่อนอยู่แล้วแต่จะเพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้ 12 พื้นที่ลุ่มต่ำ
ทั้งนี้สิ้นสุดฤดูแล้งนี้คาดการณ์ปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนทั่วประเทศ 46 % ซี่ง 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เหลือน้ำใช้การได้ 7 พันล้านลบ.ม. จะมีช่องว่างรับน้ำฝนได้เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน
"ได้ประชุมร่วมกับทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง พยากรณ์สภาพฝนปีนี้อยู่ในค่าเฉลี่ยปกติ แต่ปีที่แล้วมีฝนตกมากกว่าค่าปกติถึง 28% โดยได้เตรียมแผนบริหารความเสี่ยงไว้ด้วย มี 2 แผนบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนในการป้องกันบรรเทาอุทกภัย แผนรับน้ำหลากใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่งหลังเก็บเกี่ยวเป็นแก้มลิงรับน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา"นายทองเปลว กล่าว



