ข่าว

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

06 เม.ย. 2561

"บิ๊กตู่"อารมณ์ดี ยิ้มรับคนหนุนนั่งนายกฯ ด้าน "สมคิด" หนุนสุดตัว ชี้เป็นคนดี ปัดตอบเรื่องตั้งพรรค "8 แกนนำพท."จี้คสช.ยกเลิกคำสั่ง อัดมุ่งทำลายพรรคเดิม

 

      ภารกิจของนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 5 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง ไปยังเมืองเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 3 โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าพบหารือทวิภาคีกับสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ห้องโบกอร์ สกขารีสอร์ท แอนด์ คอนเวนชัน เซ็นเตอร์

 

“บิ๊กตู่"ยิ้มปัดตอบ“สมคิด”หนุน

    จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 3 ที่กัมพูชา ว่า ช่วงนี้ฝนตกตอนเช้า ขอให้ระมัดระวังและดูแลสุขภาพกันด้วย

     เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีข่าว นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ ตอบเพียงว่า “พักก่อน” ก่อนเดินขึ้นรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

 

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

 

“สมคิด”ไม่เหนียมพร้อมหนุน

     วันเดียวกัน เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการทาบทามอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ โดยวางให้นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค ว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีความไม่สงบ อยากให้บ้านเมืองกลับไปเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า ถ้าเห็นประเทศไทยดีขึ้น มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ประชาชนมีความสุขมากขึ้น เป็นเรื่องที่ไม่ดีหรือ

 

     “ผมสนับสนุนคนดี มีคุณธรรม และคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีคุณสมบัติดังกล่าว ดังนั้น หากจะถามว่าผมสนับสนุนใคร ก็ต้องบอกว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้ดูแลประเทศ แต่การสนับสนุนไม่ได้แปลว่าต้องเป็นรัฐมนตรีต่อ เพราะคนเรามีอายุขัย จึงอยากเชิญชวนคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานการเมือง และหากชอบ พล.อ.ประยุทธ์ ก็สนับสนุนท่าน”

 

    เมื่อถามว่า แสดงว่านายสมคิดมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีแววจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกได้หากมีผู้เสนอใช่หรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า “ไม่แน่ใจว่าท่านสนใจการเมืองหรือเปล่า ต้องไปขอให้ท่านมา ส่วนเรื่องการตั้งพรรคการเมืองโดยให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นที่ปรึกษาพรรคนั้น พรรคยังไม่ได้ตั้ง ไปถามท่านเถอะ” ส่วนที่ถามต่อว่า หากในอนาคต พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาทำงานการเมืองพร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่ใช่หรือไม่นั้น เคียงได้อย่างไร อายุมากแล้ว แต่ว่าลูกน้องเต็มไปหมดเลย

 

     เมื่อถามว่า แสดงว่าตอนนี้ลูกน้องกำลังรวบรวมสมาชิกตั้งพรรคการเมืองอยู่ใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า “นี่สมกับเป็นนักข่าวทำเนียบจริงๆ จะเอาให้ได้ ระวังเจ๊ยุถามหานะ ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติมให้ไปถามนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์"

 

 

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

 

 

“ชวน”กรีดตั้งคำถามคสช.

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมแสดงตนเพื่อยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคผ่านระบบแอพพลิเคชั่น D-Connect พร้อมชำระค่าบำรุงและค่าสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ จำนวน 2,000 บาท โดยนายชวนให้สัมภาษณ์ภายหลังการยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค ถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งศาลรัฐธรรมนูญยื่นตีความร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า เรื่องนี้อยู่ที่ความรับผิดชอบของคสช.และองค์กรต่างๆ ที่แต่งตั้งโดย คสช. ในการกำหนดเงื่อนไขของระยะเวลา ซึ่งเรื่องดังกล่าวคนนอกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ส่วนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะติดขัดในเรื่องใด ก็จะเกี่ยวข้องกับบุคคลเหล่านี้ทั้งหมด ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะต้องรับผิดชอบ

 

     ส่วนถึงเวลาที่ คสช.จะปลดล็อกพรรคการเมืองแล้วหรือยังนั้น ขณะนี้ไม่ได้เรียกร้องอะไร เพราะอำนาจของ คสช.ในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังไม่มีกระบวนการหรือช่องทางที่ให้เรียกร้องในเรื่องดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ สิ่งที่ คสช.ทำในวันนี้ก็จะปรากฏในวันข้างหน้า ถ้าคนเหล่านี้ทำเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรมก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทำเพื่อจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ก็อาจจะย้อนมองได้ว่าสิ่งที่ คสช.ทำที่ผ่านมาก็เพื่อความได้เปรียบกว่าคนอื่นใช่หรือไม่ โดยที่คำถามเหล่านี้จะเกิดขึ้นหากอนาคตเป็นเช่นนั้นจริงๆ

 

ยันชู“มาร์ค”หัวเรือใหญ่พรรค

    ส่วนถามว่า หากเปิดประชุมพรรคแล้ว จะยังสนับสนุนหัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ระบบของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างนั้น ซึ่งหัวหน้าพรรคก็ยังไม่เปลี่ยนตัว ส่วนกระแสข่าวที่จะเสนอให้เป็นหัวหน้าพรรคนั้น ยืนยันว่าไม่มี แต่หากว่าเสนอชื่อให้กลับไปเป็นหัวหน้าพรรคจริงๆ ก็จะถอนตัว เพราะว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงทำหน้าที่ได้ดีอยู่ ทุกคนยังสนับสนุนเขา ไม่มีปัญหาอะไร

 

จี้คสช.ตอบให้เคลียร์เลื่อนเวลา

    เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หากนายกฯ หยิบประเด็นของนักการเมืองมาอ้างในการเลื่อนการเลือกตั้ง นายชวน กล่าวว่า การเลื่อนการเลือกตั้งไม่แปลกเท่าไร เพราะที่ผ่านมารัฐบาล คสช.เลื่อนมา 3 ครั้งแล้ว แต่เรื่องทั้งหมดรัฐบาล คสช. และ สนช.เป็นคนกำหนดทั้งหมด คิดว่ารัฐบาลจะต้องรับผิดชอบในเรื่องของระยะเวลาด้วยว่าต้องการเลื่อนเพราะอะไร แต่หากมีเหตุการณ์พิเศษที่จำเป็นต้องเลื่อนจริงๆ ก็ต้องอธิบายเหตุผลได้ ไม่ใช่มาบอกว่าฝ่ายอื่นมาสร้างปัญหาแล้วเกิดอุปสรรค ส่วนประเด็นแนวคิดรัฐบาลแห่งชาตินั้น มองว่านโยบายดังกล่าวมีมาทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถอธิบายได้ว่าคืออะไร ทั้งนี้คงเข้าใจว่าเป็นเจตนารมณ์ที่ดีของคนที่อยากเห็นบ้านเมืองก้าวหน้า แต่ยังไม่เคยเห็นรัฐบาลสมัยไหนที่มีการทำที่จริงจัง

 

 

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

 

 

“อภิสิทธิ์” ชี้ปมป๋าเหนาะรัฐบาลแห่งชาติ

     วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย(พท.) พูดเรื่องความฝัน ฝันถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าได้กลับมาอยู่ประเทศไทย และบอกฝันแม่น ว่า ไม่ค่อยฝันเรื่องแบบนี้ จึงไม่ทราบ เพราะว่าปกตินายเสนาะไม่ได้เล่าให้ฟังว่าฝันว่าอะไรบ้าง แต่ที่ได้เล่าผ่านสื่อก็คือ การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยบอกว่า ประเทศไทยไม่มีทางออกใดให้บ้านเมืองราบรื่นนอกจากตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น

 

    “ผมเคยพูดเรื่องนี้บ่อยว่า รูปแบบวิธีการอะไรต่างๆ จะเป็นอย่างไร เพราะทุกคนก็ยังมีความกังวลเรื่องปัญหาความขัดแย้งอยู่ และปรารถนาให้การเมืองที่เดินไปข้างหน้าได้ แต่ว่ารูปแบบวิธีการก็มีความคิดที่หลากหลายกันไป บางคนก็อาจจะคิดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติ แต่บางคนก็อาจจะคิดว่ามันมีวิธีอื่น คสช.ไปทำคณะกรรมการปรองดองอะไรทำนองนี้ รวมถึงเรื่องสัญญาประชาคม แต่ละคนก็อาจจะมีความคิดที่แตกต่างหลากหลายว่า เราจะเดินไปข้างหน้าไม่ให้ขัดแย้งได้อย่างไร” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

 

“เพื่อไทยตั้งโต๊ะ”รุมสับอำนาจม.44

    เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายชัยเกษม นิติศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมแถลงถึงกรณีความเสียหายจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 และขอให้คสช.ยกเลิกคำสั่งและประกาศคสช.

 

     นายชูศักดิ์ กล่าวว่า พรรคเห็นว่าอำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง และไม่สมควรที่จะใช้มาตรา 44 ที่ไม่มีระบบตรวจสอบ และไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ และหากใช้ ก็ต้องอยู่ภายใต้บริบทของรัฐธรรมนูญ ตรงกันข้ามการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช.ที่ผ่านมาหลายครั้งหลายหน ได้สร้างความเสียหาย มีผลกระทบต่อคุณค่าแห่งความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ และหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขัดต่อหลักนิติธรรม ก่อให้เกิดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ กระทบกลไกแห่งระบบกฎหมายของประเทศ พรรคจึงขอแสดงความคิดเห็นและข้อเรียกร้อง ดังนี้

 

 

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

 

 

อัดคำสั่ง53/2560ทำลายพรรคเดิม

    1.การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ดังเช่นกรณีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 และคำสั่งอื่นอีกหลายเรื่องนั้น เป็นการใช้อำนาจของคนคนเดียว ไปแก้ไขกฎหมายซึ่งผ่านการตราขึ้นโดยรัฐสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผ่านความเห็นชอบของศาลรัฐธรรมนูญและพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้ว จึงไม่อาจมองเป็นอย่างอื่นได้ว่า การออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 นั้น แท้ที่จริงก็เพื่อต้องการทำลายพรรคการเมืองเดิม และช่วยเหลือสนับสนุนพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อรองรับการสืบทอดอำนาจของตนเอง ตามที่พรรคได้เคยมีถ้อยแถลงไปแล้ว

 

    2.การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. ที่ผ่านมา มีลักษณะที่อาจถือได้ว่าเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ลุแก่อำนาจ ขาดการกลั่นกรองตรวจสอบและไร้เหตุผลที่ชอบธรรมรองรับ บางเรื่องมีสภาพผิดเพี้ยนขัดแย้งกันเอง เกิดปัญหาในทางปฏิบัติตามมามากมาย โดยเฉพาะการออกคำสั่งที่ 53/2560 เห็นเจตนาได้ว่าต้องการสร้างผลกระทบและปัญหาให้เกิดกับพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม แต่เอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่

 

จี้เลิกคำสั่งเหตุสร้างความเสียหาย

    “3.การที่รัฐบาลออกมายอมรับว่าคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ที่ประกาศใช้ มีปัญหาในทางปฏิบัติ มีความขัดแย้งกันเอง และแถลงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาทางธุรการ และจะดำเนินการแก้ไขคำสั่งดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความไม่รอบคอบและความไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในการออกคำสั่ง 4.พรรคเพื่อไทยขอเสนอว่า การที่จะคงคำสั่งที่ 53/2560 ไว้ต่อไป ย่อมจะก่อให้เกิดความเสียหาย ทางออกที่ดีที่สุดคือจะต้องยกเลิกประกาศและคำสั่งดังกล่าวเสียโดยเร็ว” นายชูศักดิ์ กล่าว

 

    เมื่อถามว่าหากทาง คสช.ยืนยันที่จะปลดล็อกทุกอย่างในเดือนมิถุนายน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าเขาไม่ยกเลิกก็ทำได้เพียงติดตาม เร่งรัด และขอให้ยกเลิกเพราะคงไปใช้กำลังบังคับให้ยกเลิกไม่ได้

 

 

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

 

 

"อ๋อย”จวกอย่าทำลายระบบ

     นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ใน 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงให้เห็นว่าต้องการเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้ง ส่วนที่เพื่อไทยเรียกร้องเพราะเห็นว่าจะเกิดความเสียหายอย่างมาก เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ทำพรรคการเมืองอ่อนแอ อีกทั้งการจะห้าม พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอย่าเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้ง ก็คงจะไม่ได้ แต่ที่ทำได้คือ อยากเป็นก็พยายามทำไป แต่ขอให้ยุติการทำลายระบบการเมืองและระบบที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน และที่นายกฯ แสดงความเห็นว่าทำไมพรรคการเมืองตีโพยตีพาย น่าจะรู้ดี เหมือนกินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง และที่บอกว่าพรรคการเมืองจะอะไรนักหนา ควรจะรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ทำความเสียหายแก่พรรคการเมืองอย่างไร เขาจึงออกมาแสดงความเห็นกัน และที่ขู่นักการเมืองไม่สนับสนุนคนนอกเป็นนายกฯ เหมือนรู้ผลล่วงหน้าว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผลอย่างไร ซึ่งเป็นการเปิดเผยแผนการทั้งหมด

 

    นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอฝาก พล.อ.ประยุทธ์ว่าทั้งหมดที่เราแถลงไม่ใช่เรื่องมาก หรือคิดจุกจิกในเรื่องธุรการ แต่เป็นหลักการสำคัญที่จะขอให้ พล.อ.ประยุทธ์อย่าได้มีส่วนหรือสนับสนุนการทำลายพรรคการเมือง อย่าทำลายโอกาสการอยู่ร่วมของประชาชนในการเข้ากำหนดอนาคตของตัวเอง ทั้งหมดอาจเข้าใจได้ยากว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้าใจอะไรเลย แต่สะท้อนให้เห็นสิ่งที่ทำ ทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มการเมืองกลุ่มอื่นๆ ที่อยากสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าสู่อำนาจในอนาคตต่อไป อยากให้ท่านได้ไตร่ตรองและท่านเดินทางมาถึงเกือบจะช่วงสุดท้ายของการยึดอำนาจแล้ว ควรรีบคืนอำนาจให้ประชาชน ควรยกเลิกการใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ยกเลิกการใช้มาตรา 44 อย่างไร้เหตุผล ยกเลิกประกาศคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 ยกเลิกประกาศคสช.ที่ 57/2557

 

ตีกอล์ฟจีบตระกูล ‘สะสมทรัพย์’

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยประมาณ 20 คน นำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นต้น จะเดินทางไปออกรอบที่สนามกอล์ฟนิกันติ จ.นครปฐม ของนายเผดิมไชย สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในวันที่ 18 เมษายน ทั้งนี้ คาดว่าจะหารือถึงสถานการณ์การเมือง หลังจากมีกระแสข่าวว่าตระกูลสะสมทรัพย์จะไม่อยู่ร่วมกับพรรคเพื่อไทยอีก

 

ถกผู้ร่วมก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป

     ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภา ผู้เริ่มก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ลงนามอนุญาตให้เปิดประชุมผู้ร่วมก่อตั้งพรรคในวันที่ 7 เมษายน เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารพลาซ่า เดอะ โคสต์ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บางนา ตามกฎหมายจะต้องมีผู้ร่วมก่อตั้งมาประชุมไม่น้อยกว่า 250 คน แต่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน ในการประชุมจะรับรองชื่อ ชื่อย่อ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองแล้ว ให้ใช้ชื่อ “พรรคประชาชนปฏิรูป“ ชื่อย่อว่า ”ปชช.“ ชื่อภาษาอังกฤษ “People Reform Party” ชื่อย่อ “PPR” และรับรองข้อบังคับพรรค นโยบายพรรค คำประกาศอุดมการณ์พรรค เลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการการบริหารพรรค ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 10 อย่างไรก็ตาม หลังประชุมเสร็จจะนำรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้งพรรคซึ่งคาดว่ากว่า 1,000 คน ที่ร่วมกันให้ทุนประเดิมคนละ 1,000 บาท รวมกว่า 1 ล้านบาท พร้อมเอกสารต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนดยื่นขอจดจัดตั้งพรรคต่อ กกต.หลังสงกรานต์ภายในเดือนเมษายนนี้

 

ขอยื่นจัดตั้งเป็นพรรคแรก

   ที่สำนักงาน กกต. นายราเชน ตระกูลเวียง ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมด้วยกลุ่มผู้ร่วมจัดตั้งพรรค เดินทางเข้ายื่นจัดตั้งพรรค ต่อสำนักงาน กกต. พร้อมเอกสารประกอบ โดยนายราเชน กล่าวว่า พรรคทางเลือกใหม่เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี โดยเตรียมการตั้งแต่ช่วงร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมามีการศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง และขณะนี้มีความพร้อมในการทำไพรมาร่โหวต 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ยืนยันว่าพรรคทางเลือกใหม่จะส่งผู้สมัครครบทุกเขต

 

    ส่วนจุดยืนของพรรคในการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่ยาวไกล แต่พรรคยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การเสนอชื่อนายกฯ ของพรรคนั้น ทางคณะกรรมการและสมาชิกพรรค ต้องเลือกหัวหน้าพรรคมาเป็นอันดับหนึ่ง คงไม่ยอมให้เสนอชื่อคนอื่นอย่างแน่นอน ส่วนการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ถ้ามาโดยวิธีการชอบธรรมเราก็สนับสนุนเสียงข้างมาก

 

 

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

 

 

"ภท.-ชทพ.” พรรคตัวแปร

     ที่อาคารเรียนรวมกลุ่มสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีการจัดเสวนาหัวข้อ “นายกรัฐมนตรีคนนอกตามรัฐธรรมนูญปี 2560 และแนวโน้มการเมืองไทย” เนื่องในวันสัญญา ธรรมศักดิ์ ประจำปี 2561 โดยนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ได้ระบุไว้ว่านายกรัฐมนตรีต้องเป็นส.ส. แต่ต้องเสนอบัญชีรายชื่อผู้ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี 3 ชื่อ และในมาตรา 272 วรรคสอง หากโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีรอบแรกไม่ได้ ก็เปิดช่องให้เอาคนนอกบัญชีที่พรรคเสนอมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ โดยมีสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) เป็นกลไกสำคัญ กล่าวคือถ้าคสช.อยากกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะมี 2 ทางเลือก คือ 1.เป็นนายกฯในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ และ 2.มารอบหลัง

 

     รัฐสภาเลือกนายกฯ ในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอไม่ได้ ซึ่งทางนี้จะใช้จำนวนส.ส.เพียง 126 เสียง เนื่องจากมีส.ว.ในมือ 250 เสียง ซึ่งช่องทางนี้ไม่น่าจะยากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่จะมีปัญหาว่าอาจอยู่ไม่ได้ ดังนั้น หากมีเสียงส.ส.ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จะถูกปลดได้ จากมติไม่ไว้วางใจ และพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร

 

     อย่างไรก็ตาม หากพล.อ.ประยุทธ์ต้องการจะเป็นนายกรัฐมนตรีอีก จะต้องมาในรอบแรก และเมื่อดูเสียงส.ส.แล้ว เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยกับพรรคชาติไทยพัฒนา รวมกับพรรคใหญ่พรรคไหน จะได้เสียงส.ส.เกิน 250 คน และได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน แต่เขาจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นเรื่องที่เราจะต้องติดตาม เพราะแม้พรรคภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนาแม้บอกว่าไม่สนับสนุนหรือเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่โหวตให้ นอกจากนี้ต้องดูว่าพรรคการเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้นมาจะมีศักยภาพแค่ไหน ซึ่งทั้งหมดจะชัดเจนได้ในเดือนพฤษภาคมนี้ หลังการยืนยันสมาชิกพรรคการเมืองเสร็จในเดือนเมษายน

 

ยันนายกฯคนนอกอยู่ยาก

    นอกจากนี้ ขอย้ำว่าคสช.เข้ามาเพื่อมากำหนดกติกาและบอกว่าจะปฏิรูปประเทศ แต่หากดูพฤติกรรมในช่วงหลังดูเหมือนว่าจะลงมาเป็นผู้เล่น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ จะไม่เป็นผลดีกับคสช.เอง และขอเตือนว่าถ้าเลือกมาเป็นนายกรัฐมนตรีนอกบัญชี จะมีปัญหาตามมาแน่นอน ซึ่งมีกรณีของพล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เห็นแล้ว ดังนั้นคสช.อย่าถลำลึกไปมากกว่านี้ ต้องถอนตัวออกมา ปล่อยให้ประชาชนปกครองตัวเองและตัดสินอนาคตตัวเองอีกครั้ง ให้การเลือกตั้งเป็นไปตามวิถีประชาธิปไตย

 

“บิ๊กป้อม”ลั่นขอทำบ้านเมืองสงบ

     ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหมครบรอบ 131 ปี ซึ่งจะตรงกับวันที่ 8 เมษายน โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของแต่ละเหล่าทัพเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

 

 

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

   

    พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมสามารถทำให้ประชาชนมีความมั่นใจได้ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศและพื้นที่รอบประเทศตามแนวชายแดน ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการมาโดยตลอด 131 ปี

 

    พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ขณะที่นโยบายในการดำเนินงานต่อไป คิดว่าก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และรักษากฎระเบียบทุกอย่าง จึงมั่นใจในตัวผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกคน ส่วนการทำงานของกระทรวงกลาโหมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนั้นจะทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย และไม่ให้เกิดความแตกแยก

 

ตอก“ฝันไปสิ”อยากให้แม้วกลับ

    พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงบรรยากาศการยืนยันสมาชิกพรรคการเมืองของหลายๆ พรรคว่า บรรยากาศเป็นอย่างไร ไม่ทราบ ไม่รู้และไม่ได้ดูเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง อีกทั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองด้วย ส่วนเรื่องการปลดล็อกพรรคการเมือง ก็ได้พูดหลายครั้งแล้ว ขณะนี้รัฐบาลและคสช. ก็ผ่อนคลายให้ทำกิจกรรมภายในพรรคได้ เพียงแต่ยังไม่สามารถโฆษณาหาเสียงได้เท่านั้น

 

    เมื่อถามว่า กรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยฝันอยากให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับประเทศไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ฝันไปสิ เพราะตัวเองยังบอกว่าฝันเลย ก็อยากให้ไปดูกฎหมายว่าเป็นอย่างไร ส่วนที่ถามอีกว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า จะไม่มีการเลือกตั้งตามโรดแม็พของรัฐบาลนั้น ก็ต้องไปถาม ร.ต.อ.เฉลิม เพราะท่านเป็นคนพูดก็ไปถามดู

 

 

"บิ๊กตู่"ยิ้มแรงเชียร์นั่งนายกฯ-"สมคิด"ย้ำชัดเจนหนุนคนดี

 

 

รอบิ๊กตู่ให้กรมประชาฯหาโฆษณา

     ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเสนอคสช.ให้ใช้อำนาจมาตรา 44 แก้กฎหมายเพื่ออนุญาตให้กรมประชาสัมพันธ์, สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(เอ็นบีที) หาโฆษณาได้ว่า ได้รายงานพล.อ.ประยุทธ์ไปแล้วถึงปัญหาของกรมประชาสัมพันธ์ที่มีงบประมาณอยู่ปีละประมาณ 200 กว่าล้านบาท จึงประสบปัญหาในการผลิตรายการ ไม่สามารถที่จะจ้างผู้ผลิตรายการที่มีคุณภาพได้ ดังนั้นจึงเสนอให้ผู้ผลิตรายการในช่องเอ็นบีทีสามารถที่จะหาโฆษณาได้ และไม่ใช่ว่ากรมประชาสัมพันธ์ต้องการมีรายได้เพิ่ม เพียงแต่ต้องการให้ผู้ประกอบการมีงบประมาณที่จะผลิตงานที่มีคุณภาพออกมาได้ โดยที่กรมประชาสัมพันธ์อาจให้งบประมาณไปส่วนหนึ่งและหาโฆษณาเองในส่วนหนึ่ง แต่ต้องสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่มากเหมือนสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีทั่วไป และการหาโฆษณานี้ต้องได้น้อยกว่าสถานีโทรทัศน์ช่อง 5

 

     “ที่ต้องเล่าให้สื่อฟังเพราะต้องการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้จะหมกเม็ดอะไร เราบริสุทธิ์ใจที่จะแก้ปัญหาของหน่วยงาน ซึ่งตามข้อกฎหมายเวลานี้ยังทำไม่ได้ เราไม่ได้ต้องการกำไร โดยต้องหารือกับ กสทช.ในวันข้างหน้าหลังจากที่ได้คุยกันแล้วเบื้องต้น เพราะเราต้องการให้คนได้รับรู้สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว แต่วันนี้เราทำได้เฉพาะแค่ข่าว รายการข่าว ถ่ายทอดสด นอกจากนี้ที่ผ่านมา ผมก็ไม่มีนโยบายไม่ให้ช่องเอ็นบีทีไม่ถ่ายทอดสด แต่ถามว่ามีประชาชนกี่คนที่อยากดูถ่ายทอดสดนั้น จึงอยากให้ลองเปลี่ยนเป็นรายการเช่นรายงานพิเศษ ที่เก็บรายละเอียดครบถ้วนแต่ใช้เวลาไม่มาก อย่างไรก็ตาม อยากให้ไปดูช่องอื่นๆ เช่น เวิร์คพ้อยท์ ในรายการหนึ่งเขาใช้งบเท่าไหร่ ซึ่งพบว่าเยอะมากหลักสิบล้านบาท แต่ของเอ็นบีทีใช้ทั้งปี 200 กว่าล้านบาท” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

 

ศาลปล่อยกลุ่มอยากเลือกตั้ง

     ที่ศาลแขวงดุสิต ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี ศาลได้สอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.808/2561 ที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ อายุ 44 ปี หรือที่รู้จักกันในนามของ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง, นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ แกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิ    พลเมือง (คนส.), นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อายุ 22 ปี นิสิตปีที่ 1 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ อายุ 27 ปี นายกสมาคมเพื่อเพื่อน (FFA) องค์กรที่ทำงานช่วยเหลือผู้ต้องขังทางการเมือง และผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้งกลุ่ม RDN50 (ราชดำเนิน) รวม 40 คน เป็นจำเลยที่ 1-40 ในความผิดฐานร่วมกันชุมนุมมั่วสุมทางการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 จากการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ คสช.ยุติการสืบทอดอำนาจและจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561

 

     คดีนี้อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องรวม 41 คน แต่วันนี้มีผู้ต้องหาชาย 1 คนที่เป็นนักกิจกรรม ไม่ได้เดินทางมาศาลเนื่องจากติดภารกิจ ทนายความจึงยื่นขอเลื่อนส่งตัวฟ้อง 1 คน ดังนั้นวันนี้ อัยการจึงได้ยื่นฟ้องทั้งหมด 40 คน ซึ่งศาลประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา ทั้งนี้ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังเบื้องต้นแล้ว ทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดีตลอดข้อกล่าวหา จึงนัดพร้อมเพื่อตรวจหลักฐานในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00 น. ส่วนจำเลยทั้ง 40 คน ศาลเห็นว่าข้อหาที่ฟ้องและอัตราโทษไม่ร้ายแรง จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไปโดยไม่ต้องมีหลักประกัน

 

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอีกคน เดินทางมาให้กำลังใจเพื่อนผู้ชุมนุมด้วย ส่วนเจ้าตัวถูกแยกดำเนินคดีในศาลอาญา สำหรับบรรยากาศโดยรวมมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบร่วม 20 ราย มาเฝ้ารักษาการณ์ดูแลความเรียบร้อยบริเวณศาล และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

จับตา5 ขรก.พม.พันโกงเงินคนจน

     วันเดียวกัน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์บุคคลไร้ที่พึ่งว่า วันนี้ได้นำสำนวนการตรวจสอบทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ท.เพื่อลงมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญา 24 จังหวัด คาดว่าภายหลังการประชุมจะมีรายชื่อผอ.ศูนย์และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ถูกตั้งข้อกล่าวหามากกว่า 100 ราย เนื่องจากที่ผ่านมามีการตั้งข้อกล่าวหาแล้วถึง 96 ราย และแต่ละศูนย์จะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแห่งละ 4-5 ราย ซึ่ง ป.ป.ท.จะส่งรายชื่อให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สั่งย้ายออกนอกพื้นที่ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการย้ายข้าราชการจำนวนมากนับร้อยราย แต่เชื่อว่าศูนย์คุ้มครองทั้ง 76 แห่ง ยังสามารถทำงานต่อไปได้ เพราะยังมีข้าราชการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหลงเหลืออยู่

 

     พ.ท.กรทิพย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของข้าราชการ 5 ราย สังกัดพม. เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ หลังจากที่ป.ป.ท.ออกมาเปิดเผยข้อมูลยังไม่พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอบอร์ดป.ป.ท.ลงมติส่งสำนวนไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนข้อเท็จจริง ส่วนพฤติการณ์การโยกย้ายเงินเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบถือเป็นหน