
ดีเอสไอเตรียมแจ้งข้อหา บ.อีโค่ ขุดน้ำมันรุกพื้นที่ป่า
ดีเอสไอชี้แจงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการสัมปทานผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่บ่อรังเหนือ จังหวัดเพชรบูรณ์ ของบริษัทอีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย)
ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสาธารณะ กรณีหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ได้นำเสนอประเด็นความคืบหน้าการผลิตปิโตรเลียมในแปลง 44/43 ในพื้นที่บ่อรังเหนือ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทอีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับสัมปทาน ได้เข้าไปใช้พื้นที่ทับซ้อนของกรมป่าไม้ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งแต่ปี 2555
ส่งผลให้การผลิตปิโตรเลียม 400 - 500 บาร์เรลต่อวัน หยุดชะงักมาต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะผู้ออกใบอนุญาตสัมปทานให้เอกชนเข้ามาสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งดังกล่าวได้หารือกับกรมป่าไม้ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปแล้วแต่ยังไม่มีข้อสรุป ทำให้บริษัท อีโค่ โอเรียนท์ฯ ยังไม่สามารถผลิตในแปลงดังกล่าวได้ และตอนหนึ่งได้กล่าวถึงอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติว่า เตรียมหารือกับทางกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกครั้ง ในช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดี และอาจพิจารณาต่ออายุสัมปทานเพื่อชดเชยในช่วงที่ต้องหยุดผลิตไปนั้น
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเรียนชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจากมีหนังสือร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่ามีการดำเนินกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่อำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นแปลงสำรวจ SW1 แปลงสำรวจ L44/43 และแปลงสำรวจ L33/43 โดยฝ่าฝืนกฎหมายหลายประการ และมีการหลบเลี่ยงภาษีค่าภาคหลวงปิโตรเลียม กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงมีการสืบสวนเรื่องดังกล่าว โดยระหว่างการสืบสวนนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษมิได้ใช้อำนาจในการสั่งให้มีการหยุดดำเนินการ แต่เป็นการพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ต่อมาผลการสืบสวนมีมูลน่าเชื่อว่าเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงมีการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการคดีพิเศษในการประชุม ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2559 และมีมติรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) โดยเป็นคดีพิเศษที่ 89/2559 และมีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เป็นผู้กล่าวโทษ ในความผิดฐานก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่าหรือกระทำการด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54 ทางการสอบสวนพยานหลักฐานพอแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อมีหนังสือแจ้งให้ผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหาในเดือนเมษายนนี้
ส่วนในประเด็นว่ามีการกระทำผิดในเรื่องการหลบเลียงภาษีปิโตรเลียม หรือค่าภาคหลวงปิโตรเลียมหรือไม่นั้น พบว่าในช่วงดำเนินคดีมีปริมาณน้ำมันดิบประมาณ 1,537,051 บาเรล คิดเป็นมูลค่าราคากลางตลาดโลก ณ ช่วงเกิดเหตุ 4,400 กว่าล้านบาท จึงได้แยกสืบสวนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากพบการกระทำผิดก็จะดำเนินคดีต่อไป
สำหรับประเด็นการหารือร่วมกันระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมป่าไม้ และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันนั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
ส่วนประเด็นที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะพิจารณาขยายระยะเวลาสัมปทานนั้น เห็นว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและกระทรวงพลังงาน แต่หากประสงค์ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสนับสนุนข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด



