
รวบแล้วโจรวิ่งราวเศรษฐินีร้านเพชรย่านหลังสวน
ตำรวจคลองตัน ตามรวบ โจรวิ่งราวกระเป๋า"เศรษฐีนีเจ้าของร้านเพชร"หน้าบ้านพักได้ทรัพย์สินเกือบ1ล้าน สารภาพติดหนี้พนันฟุตบอล ไฮโล ร่วมกับเพื่อนตระเวนวิ่งราวทรัพย์ ตามล่าเพื่อนร่วมแก๊งอีกราย อีกรายตำรวจสัตหีบตามรวบ 5 โจรแก๊งวิ่งราวทรัพย์ กระชากสร้อย ปล้น ข่มขื
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 9 ตุลาคม พ.ต.ท.สมเกษม จารักษ์ รองผกก.(สส.)สน.คลองตัน พ.ต.ต.อุดรชัย ขุนพินิจ และ พ.ต.ต.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ สว.สส.สน.คลองตัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายอุดร หรือดอน โตฟุ้งเฟื่อง อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่จ.754/2552 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2552 ในข้อหา ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุม โดยจับกุมได้ที่กลางซอยเจริญนคร 48 แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กทม.
พ.ต.ต.ชัยพันธุ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ที่หน้าบ้านเลขที่ 276 ซอยสุขุมวิท 65 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. โดยทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นเงินสด จำนวน 40,000 บาท และเครื่องเพชรจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่ากว่า 990,000 บาท ซึ่งหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า คนร้ายคือนายอุดร กับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี คือนายกิตติ หรืออ๊อด แซ่เฮ้า อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/4 หมู่ 3 ต.ลำพยา อ.เมือนครปฐม จ.นครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่จ.753/2552 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2552 ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการจับกุมโดยคนร้ายทั้ง 2 ได้ใช้รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น โซนิค 125 หมายเลขทะเบียน ปลน 604 กทม. เป็นพาหนะในการก่อเหตุ
พ.ต.ต.ชัยพันธุ์ กล่าวต่อว่า ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้รับแจ้งว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีพฤติกรรมการใช้เงินที่ผิดปกติ มักจะนำเงินไปเที่ยวตามสถานบันเทิง และเล่นการพนัน เมื่อเงินหมดก็จะนำเพชรพลอยไปขายตามโรงรับจำนำ เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมจนสามารถจับกุมตัวได้ สำหรับผู้เสียหายรายนี้เป็นเจ้าของร้านเพชรและพลอยชื่อดังย่านหลังสวน ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 21 ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังลงจากรถเพื่อที่จะเปิดประตูบ้าน โดยถือกระเป๋าสะพายเอาไว้ด้วย คนร้ายจึงอาศัยจังหวะที่ขับรถจยย.ตระเวนชิงทรัพย์กระชากกระเป๋าผู้เสียหายไป นอกจากนี้ยังพบว่านายกิตติ มีหมายจับท้องที่สน.ทองหล่อ จำนวน 2 หมายในคดีเดียวกัน
จากการสอบสวนนายอุดร ให้การรับสารภาพว่า ทำงานเย็บผ้ากับภรรยาที่บ้าน โดยรู้จักกับนายกิตติ เนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านกัน แต่ด้วยความที่มีหนี้สินจากการเล่นพนันไฮโล และพนันฟุตบอล จึงชักชวนกันขับรถจยย.ซึ่งเป็นรถของนายกิตติ ตระเวนชิงทรัพย์เหยื่อที่เดินตามท้องถนน หรือสถานที่ต่าง โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง
ด้าน พ.ต.ต.อุดรชัย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดี และจะประสานผู้เสียหายให้มาดูตัวผู้ต้องหาที่สน.คลองตัน ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
รวบแก๊ง 100คดีวิ่งราวทรัพย์กระชากสร้อยสัตหีบ
เมื่อเวลา 17.00 น.พ.ต.อ.สมชาย สุนทวนิค ผกก.สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ดำรงค์ อ้วนสูงเนิน สวป. พ.ต.ต.ปารุต สามารถ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ทำการจับกุมตัว นายวีรศักดิ์ บุญคำป๊อก หรือต่าย อายุ 25 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 115/8 ม.6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายอานันต์ ปู่น้อย หรือแขก อายุ 22 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 3/68 ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายวิษณุ อุทกสินธ์ หรือหนึ่ง อายุ 21 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 392 ม.1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายจตุรงค์ กงไกรราช หรือต้า อายุ 20 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 37 ม.3 ต.บ่อทอง อ.กบินบุรี จ.ปราจีนบุรี และนายนิกร คล้ายอ๋อง หรือจิ๋ว อายุ 22 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 21/4 ม.1 ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง 5 ผู้ต้องหาก่อเหตุคดีวิ่งราวทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และข่มขืน ที่ก่อเหตุมาเกือบ 100 คดี ในเขตพื้นที่อำเภอสัตหีบ และใกล้เคียง
พ.ต.อ.สมชาย สุนทวนิค ผกก.สภ.สัตหีบ เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือน ที่ผ่านมา ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ได้มีผู้เสียหายเกือบ 100 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งกระชากสร้อย ปล้นทรัพย์ และข่มขืน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.สัตหีบ ทำให้ชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงในอำเภอสัตหีบ ต้องอยู่อย่างหวาดผวา จากการติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย ทราบว่าจากการลงมือก่อเหตุที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน น่าจะมาจากคนร้ายกลุ่มเดียวกัน และทุกครั้งที่คนร้ายเข้าก่อเหตุจะไม่มีการบดบังหรือปกปิดใบหน้า ทำให้ผู้เสียหายจำหน้าได้เกือบทุกราย ซึ่งทางชุดสืบสวนได้ออกติดตามไล่ล่ามาเป็นเวลากว่า 6 เดือน
จนกระทั่งเมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่ 8 ต.ค.52 ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีคนถูกกระชากสร้อยบริเวณหน้าปากซอยบ่อนไก่ ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.อ้อมใจ เจริญมิ่งขวัญ อายุ 25 ปี โดยให้การสามารถจำหน้าคนร้ายได้ชัดเจน เจ้าหน้าจึงนำตัวไปดูแฟ้มประวัติคนร้ายจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายวีรศักดิ์ หรือต่าย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดี ชิงทรัพย์และข่มขืนเหยื่อ ชุดสืบสวนได้ออกติดตามจนสามารถจับกุมได้ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยบ่อนไก่ จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาได้นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามจนสามารถจับกุมเพื่อนร่วมแก๊งได้ยกแก๊ง
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ และพื้นที่ใกล้เคียงมาแล้วเกือบ 100 ครั้ง โดยเหยื่อจะเป็นผู้หญิงที่ใส่สร้อยคอทองคำ ทุกครั้งที่ลงมือก่อเหตุและได้สร้อยทองมาจะนำไปขายให้กับร้านทองในตลาดสัตหีบ ก่อนจะนำเงินแบ่งคนละเท่า ๆ กัน และนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ ซึ่งสร้างรายได้ต่อเดือนเป็นเงินนับแสนบาท
นอกจากนี้ยังให้การรับสารภาพอีกว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน ได้ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์นายทหารเรือ ชั้นยศนาวาตรี ท่านหนึ่ง ขณะจอดรถคุยโทรศัพท์อยู่ริมถนนสุขุมวิท โดยใช้มีดดาบซามูไรฟันแขนจนเกือบขาด เพื่อปล้นเอารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ นำไปขายให้กับลูกค้าภายในตลาดศรีประพัทธ์ กม.10 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ
ในเบื้องต้น ได้ติดตามผู้เสียหายที่เคยถูกคนร้ายแก๊งนี้ก่อเหตุมาทำการชี้ตัว และคาดว่ามีหญิงสาวที่ถูกคนร้ายแก๊งนี้ชิงทรัพย์ และข่มขืน หลายราย แต่ไม่กล้านำความเข้าแจ้งความเพราะกลัวอับอาย



