
อาเซียนซัมมิต...ผู้นำต่างชาติต้องมั่นใจความปลอดภัยทุกฝีก้าว
มาตรการรักษาความปลอดภัยผู้นำสูงสุดที่มาประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 15 ที่ อ.ชะอำ และหัวหิน ประมาทไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการพยายามสร้างความปั่นป่วนทางการเมืองภายในประเทศ หรือแม้กระทั่งที่มีข่าวว่า อาจจะมีผู้ก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อการร้ายในระดับชา
เพราะว่า ผู้ที่จะมาร่วมประชุมนั้น มีทั้งนายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีของอาเซียน 10 ประเทศ และอาเซียนบวก 3 นั่นก็คือ ผู้นำจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ฉะนั้นผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด เพราะบทเรียนจากพัทยา ทำให้ผู้นำเหล่านี้มีความหวาดระแวงอยู่แล้วครับ ทุกมาตรการ ทุกวิถีทางจะต้องสร้างความมั่นใจให้ได้
แม่ทัพภาค 1 พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ ซึ่งเป็นประธานจัดการประชุมเตรียมพร้อมการรักษาความปลอดภัยการประชุมสุดยอดอาเซียน บอกว่าการบูรณาการรักษาความปลอดภัยจะมีกำลังจากทั้งทหารบก ทหารอากาศ ทหารเรือ ตำรวจ และภาคประชาชน
ถามว่า ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอาจจะมีการก่อการร้ายว่าอย่างไร พล.ท.คณิตบอกครับว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล แต่มีการเฝ้าระวังในรูปแบบ 3 มิติ คือมิติด้านก่อการร้าย มิติด้านความปลอดภัย และมิติด้านการดูแลความสงบ ประเทศที่มาประชุม มีประเทศที่เสี่ยง ฉะนั้นจึงต้องเตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยในทุกมิติ
พล.ต.ดิฐพร ศศิสมิทธิ์ โฆษก กอ.รมน. ก็บอกครับว่า เมื่อรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี คุณปณิธาน วัฒนายากร ระบุว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมอาเซียน ต้องดูให้ทั่วถึงทุกด้าน รวมทั้งกลุ่มก่อการร้ายด้วยว่า จะดำเนินการอย่างไร ฉะนั่น กอ.รมน.จึงเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับสูงสุด เพื่อให้ผู้นำทุกประเทศมีความมั่นใจ
ขณะนี้ถึงแม้จะไม่มีข้อมูลว่ามีกลุ่มก่อการร้ายเข้ามาก่อเหตุในประเทศหรือไม่ ก็จำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องเตรียมการตั้งรับ เพราะถ้าย้อนดูเหตุการณ์ที่พัทยา ถึงแม้ว่าจะเป็นการก่อกวนในประเทศ แต่ผลที่ออกมา สร้างความตกตื่น ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศชาติเสียหาย ไม่แพ้ถูกกลุ่มก่อการร้ายโจมตีเช่นเดียวกันครับ
ฉะนั้น ไม่ได้อยู่ที่ชื่อ แต่อยู่ที่การกระทำ ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะเรียกเขาว่าผู้ก่อการร้ายหรือไม่ แต่ถ้าพฤติกรรมของผู้ที่ประท้วง แต่ไม่ทำตามกติกา สร้างความวุ่นวาย ก่อความรุนแรง ต้องเรียกว่า เป็นกลุ่มก่อการร้ายทั้งสิ้นครับ...
สุทธิชัย หยุ่น



